ชีวิตและการงาน

เรื่องรัก เรื่องเล็ก

Published 29 เม.ย. 2019

By คำ ผกา

relationship-smart-living-Rabbit-Today-banner

ข่าวคบซ้อนของนักร้องดังเปรี้ยงปร้างอยู่ไม่กี่วันแล้วจางหายไปอย่างรวดเร็ว ตามธรรมชาติของ ‘ข่าว’ ที่เป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งของผู้เสพ 

เราลิ้มรสข่าวสุดแซ่บนั้นจบก็ลืม แล้วเฝ้ารอของแซ่บจานต่อไป ประโยคหนึ่งที่น่าสนใจในข่าวนี้คือ การที่นักร้องคนนั้นบอกในทำนองว่า--ผมทำลายชีวิตของเขา--สำหรับฉัน การโกหกนั้นผิดแน่ๆ แต่การอยู่ในความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว มีข้อผิดพลาด มันรุนแรงถึงกับจะเรียกได้ว่าเป็นการทำลายชีวิตทั้งชีวิตเชียวหรือ 

ลองมานั่งคิดดูดีๆ ว่า ชีวิตของเราประกอบไปด้วยอะไรบ้าง สำหรับฉัน ใน 1 ชีวิตของฉัน มีครอบครัวที่หมายถึง พ่อแม่ ญาติโกโหติกา มีงาน มีเพื่อน และมีความสัมพันธ์ ที่อาจจะหมายถึงการแต่งงาน แฟน เซ็กซ์แบบชั่วครั้งชั่วคราว หรือโรแมนซ์อื่นๆ 

ครอบครัวนั้นสำคัญในแง่ที่เป็นสิ่งที่เราไม่ได้เลือกเขา และเขาก็ไม่ได้เลือกเรา เกิดมาเป็นญาติ เป็นสายเลือดเดียวกัน จะรักจะชัง จะสุขจะทุกข์ จะชอบไม่ชอบ ก็ต้องทนๆ หรือบริหารกันไป แต่อย่างน้อยยูนิตนี้น่าจะเป็นยูนิตที่เราคิดว่าเป็นยูนิตแห่งความปลอดภัยและไว้ใจได้มากที่สุด

งาน สำหรับฉันนี่เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ถ้าชีวิตมีร้อยละร้อย งานสำคัญในปริมาณร้อยละ 50 เพราะไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ไม่มีเงินก็ไม่มีเครื่องมือแสวงหาความสุข และคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ อาหาร สุขภาพ ที่อยู่อาศัย การสันทนาการต่างๆ 

ยิ่งไปกว่านั้น งานยังเป็นที่มาของความภาคภูมิใจ ความภาคภูมิใจในงานไม่ได้แปลว่าเราต้องประสบความสำเร็จเปรี้ยงปร้าง มีชื่อเสียงเป็นใหญ่เป็นโต แต่อย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่าวันนี้เราตื่นขึ้นมาทำไม ตื่นมาแล้วรู้ว่ามีอะไรที่ต้องทำ ต้องจัดการ ถ้าวันหนึ่งฉันจะบังเอิญต้องรวยมากอย่างไม่มีเหตุผล และไม่จำเป็นต้องหาเงิน ฉันก็คิดว่า ต้องพยายามทำงานอะไรสักอย่างหนึ่งอยู่ดี ด้วยเหตุผลเดียวเลยคือ เพื่อจะรู้ว่า วันนี้ต้องตื่นนอนมาทำไม 

เพื่อน แม้จะเป็นคนชอบอยู่คนเดียว ชอบนั่งเงียบๆ ฟังเพลง มองเพดานอย่างสงบตามลำพัง แต่คนเราย่อมสนุกและสบายใจที่รู้ว่าเรามีเพื่อนที่ไว้ใจได้ เพื่อนที่เราขอความช่วยเหลือเขาได้ เพื่อนที่เราไปกินข้าวด้วย ไปดื่มด้วย ไปออกกำลังกายด้วยแล้วสนุกมาก เพื่อนที่คุยเรื่องหนัง เรื่องหนังสือ เรื่องการเมือง เรื่องสังคม เรื่องนินทาชาวบ้าน เพื่อนเป็นความสัมพันธ์แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย เติมเต็มในสิ่งที่ขาดของกันและกันมากเสียยิ่งกว่าแฟนเสียอีกในความรู้สึกของฉัน 

และเรายังมีเพื่อนในหลายประเภท ตั้งแต่เพื่อนที่สนิทจนเป็นญาติ เพื่อนกิน เพื่อนที่เที่ยวด้วยกันสนุก เพื่อนที่มีงานอดิเรกอะไรบางอย่างร่วมกัน

ทีนี้ถ้าเรามีครอบครัว มีงาน มีเพื่อน ส่วนที่เรียกว่า ความสัมพันธ์ โรแมนซ์และแฟน ก็มีสัดส่วนในชีวิตน้อยที่สุดไปโดยปริยาย ดังนั้น การเลิกกับแฟน การอยู่ในความสัมพัน์ที่ล้มเหลว การถูกแฟนทิ้งแฟนเท จึงสร้างความเสียหายทั้งทางกายและทางใจได้ค่อนข้างน้อย และไม่อาจกล่าวได้ว่า โอ๊ย ถูกแฟนหลอก ชีวิตทั้งชีวิตพังทลาย และคงไม่มีผู้หญิงหรือผู้ชายคนไหนจะกล้ามาเคลมกับฉันได้ว่า ถ้าเขาทิ้งฉันไป หรือ เขาไปมีคนอื่น มันคือการทำลายชีวิตของฉัน โอ๊ย รู้สึกผิดจัง รู้สึกแย่จัง--เพราะ เขา หรือ เธอ ไม่ใช่ทั้งชีวิตของเรา แต่เป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆ ในหลายองค์ประกอบของชีวิตเราเท่านั้นเอง

ดังนั้น ฉันคิดว่ามันเป็นความเข้าใจผิดของคนเป็นจำนวนมากที่ไปวางเรื่อง ‘ความสัมพันธ์’ ไม่ว่าจะเป็นโรแมนซ์ชั่วคราว แฟน ไปจนถึงความเป็นผัว-เมีย ไว้ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางของชีวิต เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นกล่องดวงใจ หรือให้สิ่งนี้ครอบครองชีวิตไว้ร้อยละ 90 เมื่อความรักพัง จึงรู้สึกว่าชีวิตพังไปด้วย

และสังเกตไหมว่า จะมีมนุษย์บางจำพวกที่เมื่อเขามาเป็นแฟนคุณแล้ว เขาจะพยายามถอนองค์ประกอบต่างๆ ออกไปจากชีวิตคุณ เช่น พยายามดึงเพื่อนออกไปจากชีวิตคุณ โดดเดี่ยวคุณออกจากครอบครัว พ่อแม่ โน้มน้าวให้ลาออกจากงาน แล้วทำประหนึ่งว่า ด้วยความรักมลังเมลืองโลกนี้เหมือนมีแค่เพียงเราสองจะเฝ้าจูงมือกันไป

ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยหลงคิดว่านี่คือความรัก นี่คือผู้ชายเป็นห่วง โอ๊ย เขาขับรถรับ-ส่ง ไปไหนก็ไปนั่งเฝ้า เขาห่วง เขาหวง เขาไม่อยากให้ไปไหนกับเพื่อน เขาไม่อยากให้เราทำงานมาก เพราะเขาเป็นห่วงสุขภาพ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเราจะค่อยๆ กลายเป็นอาณานิคม เป็นดินแดนในอารักขาของเรา และมีเขาเป็นเขาพระสุเมรุของชีวิต ตื่นมาอีกทีก็คิดว่า ถ้าปราศจากเขา เราจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร ถ้าไม่มีความรักของเขา ชีวิตเราคงไม่มีความหมาย

เราคงต้องมานั่งคุยกับตัวเองกันใหม่ และอย่าให้ผู้ชายมาทำหล่อด้วยวาทกรรมประเภท ‘ผมเลือกผู้หญิงคนนี้ ผมจะรักเขา ซื่อสัตย์ต่อเขา จะไม่ทำลายชีวิตเขา’ แต่เราต้องลุกขึ้นมาบอกว่า ไม่มีใครสำคัญพอที่จะมาทำลายชีวิตของเราได้ เพียงเพราะจะเลิกเป็นแฟนกับเรา แฟน ผัว เมีย ฯลฯ เป็นสิ่งที่มีได้ เลิกได้ มีใหม่ได้ มากไปกว่านั้น มันเป็นเสี้ยวเล็กๆ เสี้ยวเดียวของชีวิตที่สำคัญน้อยกว่างานและเพื่อนด้วยซ้ำไป

ความรักความสัมพันธ์เป็นเพียงเสี้ยวที่เล็กมาก แม้การมีมันไว้จะไม่เป็นเรื่องที่ไม่เลวนักก็ตามที



Advertising