ชีวิตและการงาน

เหงื่อไคลของ Urbanista

Published 31 ก.ค. 2018

By นันทขว้าง สิรสุนทร

SL_Rooftop_Main_920x470

เพียงสื่อใหญ่อย่าง The Independent ของอังกฤษจะลงข่าว ‘ชนชั้นกลางใหม่’ แห่กันไปซื้อชุดกีฬากันมากมายในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น…

          แต่ Monocle ยังนำเสนอไลฟ์สไตล์อย่างหนึ่งของนักเดินทางไว้ว่า เทรนด์หนึ่งที่กำลัง ‘เติบโต’ ในนักท่องเที่ยวยุคใหม่คือ การเอาเทรนด์ไปเที่ยวต่างประเทศ บวกกับกิจกรรมกีฬา คล้ายๆ ที่เมื่อ 5-6 ปีก่อน เกิดกิจกรรม Volunteer ควบรวมกับ Honeymoon คือเอาคู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานไปฮันนีมูน แล้วทำจิตอาสาระหว่างไป ‘ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์’

          การเอา ‘เทรนด์แบบหนึ่ง’ มาบวกรวมหรือควบรวมกับกิจกรรมอย่างหนึ่ง เป็น Pop Culture สำหรับพวก Urban มาหลายปีแล้ว (ล่าสุดที่เกิดขึ้นก็คือเทรนด์ Plogging Running วิ่งไปเก็บขยะไป ที่เกิดจากสวีเดน นอร์เวย์ ลุกลามมาที่น่าน สุโขทัย ที่เป็น Urban ของจริง (หัวเราะ)

          กติกาที่ชาว Urban ไม่ได้ตั้งไว้เป็นกฎก็คือ กิจกรรมที่จะนำมาควบรวมนั้น มักเป็นคนละทิศทาง คนละแนวทาง อาทิ แต่งงานก็ไปทำจิตอาสา ไม่ใช่ไปผลิตลูก…ออกกำลังกายวิ่ง ก็ไปเก็บขยะ ไม่ใช่ไปรีดเหงื่อ !

          พอพูดถึงเรื่องเหงื่อๆ ก็บังเอิญว่ามีเทรนด์ที่เพิ่งลงใน Monocle (แต่เคยลงใน The Gaurdian) เกี่ยวกับโรงแรมต่างๆ ทั่วยุโรป กำลังรื้อ สร้าง พื้นที่บนดาดฟ้า เพื่อทำเป็น ‘ลู่วิ่ง’ เช่นในโปรตุเกสและฝรั่งเศส จนบางคนแปลกใจว่า ทำไมธุรกิจที่อยู่อาศัย พวก Hotel หรือ Hostel ถึงปรับดาดฟ้าเป็นลู่วิ่ง

 

urbanista,news beat,Rabbit Today

 

          เราต้องยอมรับว่า เทรนด์หรือการออกกำลังกาย เป็น Popular Culture ที่ส่งผลรุนแรงต่อการขายสินค้าทุกวงการในระดับแผ่นดินไหว แบรนด์หรือสินค้าที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับกีฬา เช่น กรมธรรม์ประกันชีวิต หรืออสังหาฯ คอนโดฯ บ้าน ยังต้องออกแบบโครงการปี 2018 ด้วยการสร้างไซส์หรือขนาดของฟิตเนสให้กว้างมากขึ้น
 
          เอฟเฟ็กต์เหล่านี้สั่นสะเทือนไปถึงการรับรู้ของชนชั้นกลาง จนกลายเป็นว่า เทรนด์การแสดงออกอย่างหนึ่งที่จะสะท้อนว่า ‘เขาและเธอไม่ตกกระแส’ ก็คือการออกกำลังกาย ‘อย่างใดอย่างหนึ่ง’ (คล้ายๆ แมสฯ ต้องดูบุพเพสันนิวาส เพราะกลัวเป็น FOMO เป็นพวกกลัวตกกระแสแล้วเชย) เมื่อกิจกรรมออกกำลังกาย กลายเป็นสถานะใหม่ (อย่างน้อยๆ คนไม่ออกกำลังกาย ก็ยังอวดได้ว่า เธอใส่ใจกับสุขภาพ Healthy and Living)
 
          สิ่งที่ค่อยๆ เกิดขึ้นก็คือ เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักค้างในโรงแรม สิ่งที่พวกเขาต้องการไปด้วยก็คือ พื้นที่การออกกำลังกาย ที่ไม่ใช่ตื่นเช้า แบกหอบกระเป๋ากีฬาไปหาสวนสาธารณะ ที่ไม่รู้อยู่ที่ไหน แต่สามารถรีดเหงื่อ มีที่ Exercise เมื่อมีเวลาว่าง…
 
          และสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดคือ การวิ่งในตัวโรงแรม เพราะแค่คุณเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้อง ก็สามารถขึ้นลิฟต์ไปสู่ดาดฟ้าได้ พอโรงแรมแห่งหนึ่งทำแล้วเวิร์ค ก็เกิดกระแสทำตามๆ กัน รวมทั้งยังอวดวิวกันด้วยว่า โรงแรมที่ไหนสวย เวลาวิ่งในยามเช้า
 
          แรกๆ เทรนด์นี้ใช้ชื่อว่า Rooftop Running Track
 
          แต่พอคนต่างชาติหรือชาวต่างประเทศมาพัก หรือต้องการมากขึ้น มันถูกเรียกอีกคำว่า Rooftop Travel Track เป็นการเล่นคำ เพราะคนใช้บริการมักเป็นนักเดินทางชนชั้นกลางที่มาเข้าพักในโรงแรม บางคนถึงขนาดถามก่อนเช็คอินว่า ขอดูรูปฟิตเนส หรือดาดฟ้าว่าเป็นอย่างไร จะได้มีผลต่อการตัดสินใจต่อการเข้าพัก
 
          ทั้งที่ก่อนหน้านี้ การเข้าพักของใครสักคนหรือหลายคน มักขอดูเตียงนอน ขนาดห้อง แต่ตอนนี้ขอดูลู่วิ่ง หรือฟิตเนส นั่นเพราะ…Exercise คือการแสดงออกถึงการเป็น Trendy ของ Urban ยุคนี้
 
          ไม่ใช่เป็น Metro ต้องมี Image
          แต่จะเป็น Urban ที่ดีก็ต้องมีภาพลักษณ์
          ใครบางคนเคยบอกไว้ !
 


Advertising