ชีวิตและการงาน

เมืองผู้ดีนำร่อง ‘ช่องเดินเล่นโซเชี่ยล-แชท-เกม’ เฉพาะกิจ

Published 16 ต.ค. 2019

By โชติ เวสสวานิชกูล

ช่องเดินเล่นโซเชี่ยล-แชท-เกม

ติดมือถือ ดีกว่าติดยาเสพติด…โอ้วแม่เจ้า!! เคยมีใครบางคนเคยบอกมาแบบนั้น 

ถ้าคิดกันแบบนี้ ในแง่ของการใช้งานหรือเล่นมือถือที่ไหนเมื่อไรก็ได้ มันก็ไม่ใช่เรื่องจะต้องมาสาธยายในเชิงปัญหาได้หรอก

ยิ่งถ้าการเสพติดมือถือ มันกลายเป็นเป็นชนวนปัญหาหรืออุบัติเหตุส่วนตัวผู้ใช้เองยิ่งไปต้องคุย

แต่ประเด็น คือ ถ้ามันทำให้คนอื่นเดือนร้อนด้วยอันนี้อ่ะ แย่หน่อย

เพราะเวลสาได้เห็นข่าวว่า มีคนเดินเล่นในที่สาธารณะแล้วประสบอุบัติเหตุต่างๆ เล่นๆ แล้วเดินตกบันไดบ้าง ข้ามถนนแล้วโดนรถชนบ้าง หรือหนักๆ ที่เคยมีข่าวก็ฟังเพลงเปิดแชต จนโดนรถไฟชนตายก็มี แบบนี้มันไม่ได้เดือดร้อนแค่ตัวผู้ใช้ แต่มันลามไปถึงบุคคลอื่นที่ต้องมาซวยกับการเป็นคู่กรณีนี่อ่ะดิ

องค์การ Safe Kids Worldwide ซึ่งเป็นเครือข่ายขององค์กรที่มีเป้าหมายเพื่อป้องกันเด็กๆ ให้พ้นจากการบาดเจ็บจากอุบัติภัย เคยทำวิจัยในสหรัฐฯ แล้วก็พบว่าวันหนึ่งๆ นี่มีเด็กถูกรถชนขณะข้ามถนนวันละ 61 คน และส่วนใหญ่ก็อายุต่ำกว่า 19 แถมกว่า 500 คนต่อปี ก็เจออุบัติเหตุขณะเดินเท้า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่เอาใจใส่เวลาเดิน เพราะเล่นแต่มือถือ 

อย่างที่บอก ถ้ามันไม่กระทบคนอื่น มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ปัญหาการเล่นมือถือของคนยุคนี้ ขอเน้นว่าเล่นแบบไม่สนใจใคร และเล่นแบบไม่รู้กาลเทศะ โดยเฉพาะตามจุดเดินเท้าสาธารณะต่างๆ มันไม่ได้แค่ส่งผลลบกับตัวผู้ใช้เท่านั้น แต่บางทีมันก็เกิดความน่ารำคาญต่อผู้ร่วมเดินทางเท้าด้วย

อย่างเคยเจอพวกที่ลงจากรถไฟฟ้าแล้วไปชะงักบนขั้นบันไดทางลง เพราะมันกำลังแชทหาผัวรัวๆ (รึเปล่าว้า) ก็เล่นเอาจราจรบนชานชาลาสะเทือนกันเลยนะเว้ยเฮ้ย!

จริงๆ ก็อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าจะลองสร้างช่องทางสำหรับคนเล่นมือถือเฉพาะไปเลย มันจะ OK ไหม? เพราะแหม่…ช่องทางจักรยาน (ที่ใช้ไม่ค่อยได้จริง) ยังเกิดขึ้นได้ แล้วทำไมช่องทางมือถือจะเกิดขึ้นบ้างไม่ได้ฟระ

ว่าแต่…ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ไปดูกันว่าคนไทยเสพและคลั่งการเล่นมือถือขนาดที่ควรจะต้องหาเลนส่วนตัวให้ใช้กันเลยไหม?

  • ประเทศเรามีคนอยู่ 69.24 ล้านคน แบ่งเป็นผู้หญิง 51.3% และผู้ชาย 48.7% 
  • ประมาณ 50% ของจำนวนประชากรทั้งหมด อาศัยอยู่ในเขตเมือง
  • คนไทยมีเบอร์โทรศัพท์มือถือ 92.33 ล้านเลขหมาย ซึ่งมากกว่าประชากรไทยทั้งประเทศ 
  • 57 ล้านคน สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้
  • 51 ล้านคน มีบัญชี Social Media 
  • 49 ล้านคน ใช้ Social Media ผ่านโทรศัพท์มือถือ
  • และๆๆ คนไทยใช้เวลาบนอินเทอร์เน็ตสูง (รวมทุกอุปกรณ์) ประมาณ 9 ชั่วโมงต่อวัน (เฉลี่ยทั่วโลก 6 ชั่วโมง 42 นาที) แถม 90% ใช้งานเน็ตทุกวัน

สรุปแล้ว…ตีความได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่มีมือถือใช้ และในสัดส่วนของคนที่ใช้ ก็ต้องมีพวกที่ขาดวุฒิภาวะในการใช้งานแบบไม่รู้กาลเทศะ ไม่มีความเกรงใจ อยากทำอะไรก็ทำ ซึ่งสามารถสร้างภาระให้กับคนรอบข้างไม่มากก็น้อยแหละ อยู่ที่ใครข้างๆ จะเจอแจ๊คพอต

เมืองไทยเคยทำมาแล้ว

ในสังคมไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เป็นอีกจุดใหญ่ เพราะไม่ว่าจะเดินไปบนถนนหนห้าง ออฟฟิศสำนักงาน ห้างร้าน หรือตามรถไฟฟ้า ต้องได้เจอคนก้มหน้าเล่นมือถือ ที่บางทีก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ และยืนนิ่งอยู่ในจุดที่คนพลุกพล่าน คิดว่ายืนกลางทุ่งลาเวนเดอร์หรือไงฮ้า เห็นแล้วอยากกระชากหัวตบชิบ (คุณเมิงขวางกรูอยู่)

ก่อนหน้านี้ มีไอเดีย ‘มือถือเลนใน เดินไวเลนนอก’ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เขาลองทำ ฟังดูเข้าทีนะ ส่วนหนึ่งทางมหาลัยเขาคงเห็นว่ามันมีปัญหาต่อคนที่เจอพวกเสพมือถือมากไปจนทำให้ผู้อื่นรำคาญ เพราะผู้ที่ใช้งานมือถือไปเดินไป จะเดินช้ากว่าปกติ จนรบกวนผู้ที่กำลังเร่งรีบ จึงได้จัดทำช่องทางเดินแยกไว้ต่างหากออกจากกัน นับว่าเป็นไอเดียที่ดี

โดยเส้นทางที่ว่านี้มีการตีเส้นแบ่งไว้บนทางเท้าภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ให้เห็นเป็นช่องทางระหว่างผู้ที่ใช้มือถือ กับอีกช่องทางเป็นช่องทางสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้งานมือถือ ปัจจุบันก็ยังเห็นอยู่มั้งนะ

ผู้ดี ก็ไม่ได้ดีเสมอไป

ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่ในประเทศอังกฤษที่เมืองแมนเชสเตอร์ เขาก็ว่าเป็นเมืองแห่งการเสพติดมือถืออันดับต้นๆ ของโลกเหมือนกัน

ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเมืองแมนเชสเตอร์ เขาก็เลยเปิดช่องทางเดินใหม่ในเมือง ที่ใช้ชื่อเรียกว่า 'ช่องทางเดินช้า' หรือ Slow Lane เพื่อให้เป็นช่องทางของคนเสพติดการใช้งานมือถือในเมืองตอนที่เดินเท้าโดยเฉพาะ

แต่ยังไงซะ ในความเป็นชนชาติผู้ดี เขาก็ยังมีจิตสำนึกเบาๆ ว่าพฤติกรรมเหล่านี้ มันไม่ใช่เรื่องที่ดีงามนัก ดูได้จากผลการวิจัยของ Brits ที่เคยพบข้อบ่งชี้จากผู้คนที่ก้มหน้าเล่นมือถือในขณะเดินเท้าและชนกับผู้อื่นหรือชนกับสิ่งกีดขวางอื่นๆ จะรู้สึกถึงความผิดส่วนตัวถึง 75% ส่วนอีก 38% ของผู้คนที่ก้มหน้าเล่นแบบไม่สนใจใครจะรู้สึกผิดอย่างมากที่ก้มหน้ามองแต่มือถือแล้วชนเข้ากับคนอื่นและควรต้องรีบขอโทษโดยด่วน 

รู้แบบนี้แล้ว ทางเมืองแมนเชสเตอร์ เขาจึงลองเปิดพื้นที่นี้ไว้ให้กลุ่มสังคมก้มหน้าอย่างเดียว เข้าไปเดินในช่องทางดังกล่าว เพราะถ้าเกิดการชนกันเอง จะได้รู้สึกผิดน้อยลง เนื่องจากอีกฝ่ายก็มีพฤติกรรมแบบเดียวกัน

Slow Lane หรือช่องทางเดินช้าแห่งแรกนี้ ติดตั้งที่ถนน Hardman ซึ่งเป็นถนนคนเดินที่พลุกพล่าน ล้อมรอบด้วยสำนักงาน ร้านค้า บาร์ และร้านอาหาร ซึ่งมีผู้เดินเท้าผ่านถนนแห่งนี้หลายหมื่นคนทุกสัปดาห์ โดยช่องทางนี้จะมีลูกศรและป้ายบอกทางที่แยกช่องทางเดินบนทางแยกเฉพาะสำหรับสมาร์ทโฟนที่เดินช้า 

แนวคิดนี้เป็นแผนนำร่องเล็กๆ (แต่ดีนะ) และถ้าหากได้ผลดีก็จะเตรียมขยายไปยังถนนอื่นๆ ของเมืองแมนเชสเตอร์ จากนั้นอาจจะมีการขยายไปยังเมืองอื่นๆ ของอังกฤษด้วย

โซเชี่ยลไม่เห็นด้วย…สร้างเลนมือถือ

แต่ในข้อดี ก็ยังมีข้อติ แม้ในโลกโซเชียลจะมีคนเข้ามาชื่นชมแนวคิดนี้มากมาย แต่อีกกลุ่มหนึ่งที่เห็นกระแสข่าวของการสร้างช่องทางมือถือมาให้พวกคลั่งการใช้งานเฉพาะกลับไม่เห็นด้วยและตั้งคำถามว่า… 

“การที่ให้คนเล่นมือถือเดินเลนใน ส่วนคนที่ไม่เล่นมือถือหรือเดินไวให้เดินเลนนอกนั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้องแล้วใช่ไหม เพราะคนที่มีปัญหาซื้อมือถือราคาแพงๆ และมีเงินเติมค่าโทรค่าเน็ตได้ตลอด ก็เป็นกลุ่มบุคคลที่มีวุฒิภาวะในระดับหนึ่งแล้ว จะคิดเองไม่เป็นหรือว่า ขณะเดินอยู่บนทางเท้า เราควรเดินอย่างเดียว หรือก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือไปด้วย”

ที่สำคัญ การเปิดเลนมือถือแบบนี้ จะชี้ชวนให้คนที่ไม่ประสงค์ดี ก่ออาชญากรรม ปล้นจี้ได้ง่าย เพราะช่องทางมือถือเหมือนคัดเลือกเหยื่อมาให้แล้วนั่นเอง

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คิดเห็นอย่างไรกันบ้าง บ้านเราควรเปิด ‘เลนมือถือ ให้สายก้มหน้า’ อย่างจริงจังเลยดีไหมเอ่ย?

อ้างอิง: Hootsuite ผู้ให้บริการระบบจัดการ Social Media และ Marketing Solutions



Advertising