ชีวิตและการงาน

ปีหน้า เมืองต่างๆ ในโลกจะแก้ปัญหาจราจรกันอย่างไร

Published 5 มี.ค. 2019

By พนิต ภู่จินดา

Solve-traffic-problems-smart-living-Rabbit-Today-banner

ปัญหาการจราจรนับเป็นปัญหาสำคัญของมหานครต่างๆ ในโลก แต่ละเมืองก็ได้พยายามออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง แต่ความพิเศษของปัญหาจราจรคือ รูปแบบของปัญหาสามารถปรับตัวเองได้ตลอดเวลา

มีการวิจัยได้ผลออกมาว่า มาตรการแก้ปัญหาจราจรแต่ละมาตรการ จะประสบความเสร็จอย่างเต็มที่ประมาณ 3 ปีแรกเท่านั้น จากนั้นผู้ใช้รถใช้ถนนจะปรับพฤติกรรม ทำให้มาตรการที่เคยประสบความสำเร็จนั้น ไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่อีกต่อไป 

ด้วยเหตุดังกล่าว พอปลายๆ ปี นักวางผังเมืองและนักวางแผนจราจรทั้งหลาย จึงพากันเสนอว่า ปีหน้ารูปแบบการจราจรจะเป็นอย่างไร และมาตรการแนวไหนจะสามารถรับมือกับสถานการณ์นั้นได้ดีที่สุด

2 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่พูดถึงคำว่า ‘รถพลังงานไฟฟ้า’ และ ‘ยานยนต์ไร้คนขับ’ กันมากที่สุด เพราะได้รับการคาดหวังว่าจะเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางและกายภาพเมือง ไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ 

ปีหน้า เมืองต่างๆ ในโลกจะแก้ปัญหาจราจรกันอย่างไร,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

แต่วันนี้ไม่มีใครพูดถึงมากนักแล้ว ทุกคนยอมรับว่า 2 ตัวนี้มาแน่ในอนาคต แต่จะมาวันไหนแค่นั้นแหละ ตอนนี้ก็คิดวิธีการรับมือกันเอาไว้หมดแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องหารือถกเถียงกันอีกต่อไปหรอก 

ส่วนเรื่องรถบินได้หรือ Aeromobile ที่โฆษณาว่าออกมาขายในอีก 2 ปีข้างหน้า นักวิชาการทั้งหลายยังมองว่าเป็นแค่การโฆษณา ยังไม่พร้อมทั้งเรื่องเทคนิคของยานพาหนะเอง และโครงสร้างพื้นฐานของเมืองที่จะตอบสนองยานพาหนะแบบใหม่นี้

ลองไล่ดูช่วงครึ่งหลังของปี 2018 ในเว็บไซต์ และวารสารวิชาการขนส่งและจราจร มีคำที่ถูกกล่าวถึงค่อนข้างมากเตะตาขึ้นมา 3 คำ ได้แก่ สกูตเตอร์สาธารณะให้เช่า ขนส่งมวลชนขนาดเล็กแบบ On-demand และการเก็บค่าผ่านเข้าพื้นที่ที่มีการจราจรติดขัด (Congestion Charge Zone) ซึ่งเป็นประเด็นที่นักวิชาการกำลังให้ความสนใจศึกษา และกำหนดแนวทางเพื่อนำมาแก้ปัญหาจราจรในอนาคตอันใกล้นี้

จริงๆ แล้วสกูตเตอร์ได้มีการใช้งานในยุโรปและอเมริกามาสักพักแล้วละ แต่เป็นการใช้งานส่วนบุคคลแบบของใครของมัน 

ปีหน้า เมืองต่างๆ ในโลกจะแก้ปัญหาจราจรกันอย่างไร,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

โดยหลักการแล้ว สกูตเตอร์มีไว้เพื่อขยายระยะเดินเท้าให้ไกลขึ้น แทนที่จะใช้แรงขาเดินได้เฉลี่ยประมาณ 400-800 เมตร ก็เอาสกูตเตอร์มาช่วยขยายระยะการเดินออกไปเป็น 1-2 กิโลเมตร แต่อนาคตมีแนวคิดว่าจะสกูตเตอร์ให้เช่าแทนจักรยาน เช่น (Bike Sharing) เนื่องจากประหยัดพื้นที่มากกว่า สะดวกและต้องการการใช้ทักษะน้อยกว่าจักรยาน อีกทั้งมีเครื่องยนต์ทำให้ใช้กำลังผู้ขับขี่น้อยลงเดินทางได้ไกลขึ้น 

ซึ่งสกูตเตอร์ให้เช่าจะช่วยให้ผู้เดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนมีความสะดวกมากขึ้น เพราะสามารถเดินทางเข้าและออกจากระบบขนส่งมวลชนได้ในระยะที่ไกลกว่าเดินเท้าและจักรยาน

ส่วนขนส่งมวลชนขนาดเล็กประมาณ 4-6 คน ที่ให้บริการแบบ On-demand ได้รับการออกแบบให้ผู้โดยสารเรียกโดยใช้แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ มีระบบการจัดการให้คนที่เดินทางพร้อมๆ กัน และมีต้นทางและปลายทางใกล้เคียงกันไปด้วยกันได้ 

ดังนั้น ขนส่งมวลชนรูปแบบใหม่นี้จะมีขนาดเล็กพอที่จะวิ่งเข้าไปในซอยไปรับผู้โดยสารได้ถึงหน้าบ้าน ในเวลาที่ผู้โดยสารต้องการ ไม่ต้องหาทางออกจากบ้านตัวเองเพื่อมาขึ้นรถเมล์รถไฟฟ้าถึงปากซอย ไม่ต้องแวะรับส่งผู้โดยสารเยอะจนเสียเวลาจอดนาน และมีค่าเดินทางที่อยู่ระหว่างขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ กับการนั่งแท็กซี่เพียงคนเดียว เพราะมีผู้โดยสารคนอื่นมาช่วยเฉลี่ยค่าโดยสารให้ถูกลงได้ สามารถแก้ไขข้อบกพร่องของขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ ที่ต้องหาทางจากบ้านไปขึ้นที่ป้ายรถบนถนนหลัก และไม่แพงเท่ารถแท็กซี่ 

ปีหน้า เมืองต่างๆ ในโลกจะแก้ปัญหาจราจรกันอย่างไร,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

ซึ่งระบบใหม่นี้ ได้รับการคาดหมายว่าจะเข้ามาแทนขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ และแท็กซี่ อย่างสมบูรณ์ในอนาคตเลยทีเดียว

การเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าพื้นที่ที่มีการจราจรติดขัด (Congestion Charge Zone) ซึ่งกำลังเป็นคำยอดฮิตสำหรับการแก้ปัญหาจราจรในอเมริกา โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้มาตรการทางการเงิน มาเป็นเครื่องมือในการผลักคนออกจากการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาสู่ระบบขนส่งมวลชน เฉพาะพื้นที่ที่มีปัญหาการจราจรติดขัด ไม่สามารถให้รถยนต์ส่วนตัวเข้ามาวิ่งกันได้อย่างอิสระเสรี โดยไม่ส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งและความเป็นอยู่ของประชาชนในภาพรวม 

ในมหานครลอนดอนได้มีการใช้มาตรการนี้มานานแล้ว และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในด้านการเพิ่มความคล่องตัวในการสัญจร ลดจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุลง และเพิ่มคุณภาพอากาศในพื้นที่ที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจหนาแน่นสูง

จาก 3 แนวทางที่กำลังเป็นประเด็นสำคัญของการแก้ปัญหาจราจรในอนาคต เห็นได้ว่า โลกได้นำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อทำให้การเดินทางของประชาชนดีขึ้น 

ไม่ว่าจะเป็นสกูตเตอร์ในฐานะยานพาหนะส่วนบุคคลขนาดเล็ก ที่มาขยายระยะเดินเท้า ขนส่งมวลชนขนาดเล็กแบบ On-demand ที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยจัดการรวมกลุ่ม Demand แก้ปัญหาการเข้าถึงและเวลาในการรอขนส่งมวลชน และการเก็บค่าธรรมเนียมในพื้นที่รถติดขัดก็เพื่อลดบทบาทของรถยนต์ส่วนตัว ที่มักจะมีคนนั่งคนเดียว ลงในพื้นที่ที่มีปัญหา 

หันมามองประเทศไทย อย่าได้หวังอะไรที่คิดไปข้างหน้าเลยดีกว่า เพราะตอนนี้ยังใช้ตำรวจยืนกดสัญญาณไฟ และยังไม่มีระบบกลางในการบริหารจัดการจราจรแบบบูรณาการอยู่เลย



Advertising