ชีวิตและการงาน

‘สี’ ของ Superhero

Published 21 พ.ย. 2018

By นันทขว้าง สิรสุนทร

Superhero-colors-smart-living-Rabbit-Today-banner

อาจไม่มีใครทราบว่า สีแดงในเสื้อบอลมากมายหลายทีม ต้นทางนั้นมาจากการเมืองเกือบร้อยปี…แต่สีแดง ไม่ได้อยู่บนเสื้อแล้วจะบอกถึง Passion เพราะมันอาจแสดงถึงอำนาจหรือ Power เมื่อให้นางตัวร้ายในหนังใส่

สีแดงยังมีด้านดีๆ อยู่มาก เวลาพนักงานเสิร์ฟใส่ชุดสีนี้ มีข้อมูลจากนิตยสาร ‘คิด’ ว่า พวกน้องๆ มักได้รับทิปจากผู้ชาย มากกว่าการใส่เสื้อสีอื่นๆ ทั้งที่จะว่าไป รถสีแดงก็มียอดขายที่น้อยกว่าสีอื่นๆ ห้างสรรพสินค้าก็ไม่ได้ทาสีแดง หรือมือถือสีแดง ก็มักทำออกมาขายด้วยเหตุผลทางการตลาด ชั่วครั้งชั่วคราว… 

อย่างไรก็ดี มีอาชีพแบบหนึ่งที่มักอาศัยสีแดงเวลาแปลงร่าง หรือจะว่าไป เมื่อก่อรูปผ่านการ Transform แล้ว ยอดมนุษย์หรือฮีโร่ต่างๆ ก็มักมีสีแดงบนเรือนร่าง ไม่ว่าจะตั้งใจหรือโดยไม่เจตนา ไปดูสิ ไอ้มดแดง มาจนถึงอุลตร้าแมน หรือที่แดงนิรันดร์ก็ซูเปอร์แมน 

ความสำเร็จของหลายยอดมนุษย์ หลากซูเปอร์ฮีโร่ ทำให้สีแดงกลายเป็นสีโปรดปรานทางการตลาด ที่ผู้ผลิตจะมองหาสีอะไรสักสี ที่จะออกแบบไปกับฮีโร่ ทั้งๆ ที่คนยุค Urbanista นั้น มีข้อสรุปออกมาว่า พวกเขาชอบสีพาสเทล เหมือนที่คน Gen Z ชอบสีน้ำเงิน หรือพวก Gen X รักสีเขียว

แต่ในช่วง 20 ปีถัดมา เรื่องราวการชำระแค้นของมนุษย์ค้างคาวกับเหล่าวายร้าย ซึ่งเขียนขึ้นโดยแฟรงค์ มิลเลอร์ (Frank Miller) นักเขียนชาวอเมริกันที่โด่งดังสุดๆ ในยุค 80s ถูกนำกลับมาถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์มหลายครั้ง และเมื่อมันถูกนำขึ้นจอบ่อยครั้ง สีดำของแบทแมน จึงกลายเป็นสีฮิตของฮีโร่ขึ้นมาทันที และแน่นอน เวลามีการใช้สีของหนังฮีโร่ จึงมีการนำเอาคอมพิวเตอร์เข้ามาเพิ่มความเข้มของสี เพื่อการตลาดและเพื่อจิตใจ

เมื่อเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถปรับเปลี่ยนผ้าคลุมสีแดง-เหลืองธรรมดาๆ ของซูเปอร์แมนให้กลายมาเป็นผ้าผืนแดงประดับคลื่นดาว และแถบขาวแบบธงชาติสหรัฐฯ ได้อย่างง่ายดาย ก็คงไม่แปลกอะไรหากยอดมนุษย์ผู้เคยเป็นวีรบุรุษในยุคหนึ่งอย่าง ‘ซูเปอร์แมน’ จะถูกคิดด้วยสมการง่ายๆ ว่า สีดำคือ มืดมัว เจ็บปวดกับอดีต แบทแมน เท่ากับทันสมัย ส่วนสีแดงคือ สดใส เปี่ยมไปด้วยความฝัน และสีแดงซูเปอร์แมน หมายถึงล้าสมัย

นับตั้งแต่ปี 1978 เป็นต้นมา  ‘ซูเปอร์แมน’ ซึ่งแสดงโดย คริสโตเฟอร์ รีฟ ทำให้ตัวละครเอกตัวนี้เจิดจรัสจนกลายมาเป็นต้นแบบของซูเปอร์ฮีโร่ผู้ผดุงความยุติธรรม รักษาสัตย์ และยึดมั่นในความดีงามแบบอเมริกันชน ในตอนนั้นเขาคือ ‘สุดยอดวีรบุรุษเหล็ก’ (The Man of Steel) ผู้แบกรับปัญหาและภาระต่างๆ ของคนทั้งประเทศ…กระทั่งวันนี้ วันที่สังคมมองว่า จิตใจที่ดีงามและการยึดมั่นในคุณธรรมของ ‘ซูเปอร์แมน’ ไม่ต่างอะไรกับความโง่เขลา ไร้เล่ห์เหลี่ยม และไม่ทันคน ซึ่งถือว่าเป็นจุดอ่อนที่เด่นชัด

ดังนั้น ความนิยมในตัวซูเปอร์ฮีโร่ผ้าคลุมแดงจึงมีไม่มากมายเหมือนในยุคก่อน ด้วยเหตุที่ฮีโร่ตัวใหม่ถือกำเนิดขึ้น เขาคือ ‘แบทแมน’ อัศวินแห่งราตรีกาล วีรบุรุษในเงามืดที่ผู้คนมองว่า ฉลาดหลักแหลม กล้าได้กล้าเสีย มีความเด็ดขาด และอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริงมากกว่า และด้วยเหตุนี้ ‘ซูเปอร์แมน’ จึงถูกถากถางว่า ดีจนเซ่อและเพ้อฝัน ไม่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงบนโลกที่ผู้คนต่างต้องดิ้นรน แก่งแย่งแข่งขันเพื่อเอาตัวรอด แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ ‘แบทแมน’ วีรบุรุษหัวแหลมผู้ที่กล้าเผชิญหน้ากับความโหดร้ายและสกปรกโสโครกในโลกแห่งความเป็นจริง

มีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่สีดำและสีแดง กลายเป็นคู่แข่งสีในชีวิตของ Superhero นั้น มีที่มาจากการออกฉายแข่งกัน ทำกันบ่อยๆ ผ่านการวนซ้ำของหนังแฟรนไชส์ 2 ฮีโร่ดำแดงนี้ ถึงขนาดมีการเปรียบเทียบว่า วีรบุรุษชุดหนังอย่าง ‘แบทแมน’ มีโรบิน เป็นกองหนุนยามออกปราบปรามเหล่าร้าย...ในขณะที่ ‘ซูเปอร์แมน’ ยังคงต้องยืนหยัดกอบกู้โลกเพียงลำพังต่อไป หรือ ‘มนุษย์ค้างคาว’ แตกต่างจากซูเปอร์ฮีโร่ตัวอื่น เขาเป็นเพียงคนธรรมดา แต่เพราะความเจ็บปวดในวัยเด็กจึงทำให้จิตใจของชายผู้นี้เปี่ยมไปด้วยแรงอาฆาตพยาบาท เมื่อโอกาสมาถึงบุรุษแห่งรัตติกาลจึงห้อยโหนโจนทะยานไปในความมืด ด้วยปรารถนาที่จะตามล่าและปลิดชีวิตเหล่าอาชญากรตัวฉกาจให้สิ้นซากด้วยวิธีของเขาเอง

จะว่าไปแล้วบุรุษชุดดำผู้นี้ก็มีความคล้ายคลึงกับ ‘โอเวอร์แมน’ (หรือซูเปอร์แมนในแบบฉบับของ Nietzsche*) อยู่เหมือนกัน...ไร้มนุษยธรรม ไม่สนกฎหมาย ชอบใช้ความรุนแรง และพิสดารเกินจริง ในขณะที่ซูเปอร์ฮีโร่ผู้อยู่ใต้กฎหมายและรักษามันอย่างเคร่งครัดก็คือ ‘ซูเปอร์แมน’ วีรบุรุษผู้มีคุณธรรมและเป็นแบบอย่างที่ดีของอเมริกันชน ชายผู้นี้เต็มใจทำความดีโดยไม่ยี่หระต่อคำครหาใดๆ แม้ในบางครั้งเขาจะดูโง่เขลาในสายตาของใครหลายคน แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่า ‘วีรบุรุษใต้ผ้าคลุมแดง’ ผู้นี้แท้จริงแล้วก็คือ เงาสะท้อนภาพของ ‘คนธรรมดา’ อย่างพวกเรานั่นเอง

แต่ทั้ง สีดำ แบทแมน และสีแดง ซูเปอร์แมน ต่างก็มีคู่แข่งจากสีอื่นๆ เพราะเมื่อวีรบุรุษที่คนต่างให้ฉายาว่าเป็น ‘อัจฉริยะสมองใส’ และ ‘เฮอร์คิวลิสจอมพลัง’ ถูกเตะโด่งกลับไปสู่ยุคที่จำนวนผู้อ่านการ์ตูนแนวซูเปอร์ฮีโร่ลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย ความมีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของการ์ตูนเรื่อง ‘ซูเปอร์แมน’ ก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่เคยกอบโกยรายได้จากการตีพิมพ์มาเป็นเวลานานถึง 75 ปี

แม้จะเป็นแค่หนึ่งในบรรดาการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ที่บุกเข้ามาขอส่วนทางการตลาดแข่งกับการ์ตูนเรื่องอื่นๆ อาทิเช่น Justice League (จัสติกลีค รวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่) The Avengers (คู่อเวนเจอร์ส ผ่าพลังเหนือโลก) และ X-Men (ยอดมนุษย์กลายพันธุ์) แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ การนำการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่มาปรากฏโฉมแข่งกันบนโลกเซลลูลอยด์ดังเช่นภาพยนตร์เรื่อง Superman Returns

ปี 2018 ผ่านไป 9 เดือน ตอนนี้ฮอลลีวู้ดประกาศแล้วว่า จะมีการนำเอาซูเปอร์แมนออกมาทำซ้ำอีก และเพิ่มเฉดสี เพื่อสื่อสารถึงความซับซ้อนของความคิดของซูเปอร์แมน และแน่นอนว่า ‘แบทแมน’ ก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย เพราะจะมีการนำออกมาอีกเช่นกัน

บางที ระหว่างที่ฮีโร่วัยกลางคนกำลังต่อสู้กับผู้ร้ายวัยเดียวกันในจอหนัง

สีแดงก็ต้องสู้กับสีดำ ในทางการตลาดเช่นกัน 



Advertising