ชีวิตและการงาน

ปัญหาการขาดแคลนขยะในสวีเดนบทเรียนที่ไม่ควรมองข้าม

Published 25 ธ.ค. 2018

By พนิต ภู่จินดา

Sweden-has-run-out-of-garbage-smart-living-Rabbit-Today-banner

ประเทศสวีเดนเป็นประเทศที่เป็นผู้นำในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย

ตอนออกข่าวมาแรกๆ ผู้คนต่างชื่นชมว่าเป็นนวัตกรรมที่เอาของเหลือใช้มาแปลงเป็นพลังงาน กลายเป็นสิ่งที่มีค่ามีราคาขึ้นมาได้ ประเทศสวีเดนได้พัฒนาโรงงานไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย และสามารถผลิตพลังงานได้ประมาณ 20% ของพลังงานทั้งหมดในประเทศ เอามาใช้ทั้งการจ่ายกระแสไฟฟ้า และสร้างระบบทำความร้อนให้กับครัวเรือนต่างๆ ไม่น้อยกว่า 1,000,000 หลัง 

นับเป็นการเอาขยะมูลฝอยที่ไม่มีใครต้องการอีกต่อไปแล้ว เป็นยาขมสำหรับทุกประเทศ มีปัญหาขยะล้นเมืองจัดเก็บได้ไม่หมด จัดเก็บได้แล้วจะไปสร้างโรงจัดการขยะที่ไหนก็มีแต่คนคัดค้าน เพราะก่อให้เกิดมลภาวะมากมาย แต่ประเทศสวีเดนกลับเอาขยะมูลฝอยมาผลิตกระแสไฟฟ้าและทำความร้อน นำขยะมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง

แต่เมื่อเวลาผ่านไป สวีเดนกลับเจอปัญหาว่าไม่มีขยะเพียงพอที่จะมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตกระแสไฟฟ้าและความร้อน จนต้องนำเข้าขยะจากประเทศเพื่อนบ้านมากกว่า 800,000 ตันต่อปี เพื่อให้มีไฟฟ้าและความร้อนเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นต้องเสียค่าขนส่งขยะซึ่งไม่มีคนต้องการ เป็นของที่มีขนาดใหญ่แต่มีมูลราคาต่ำ และมีโอกาสแพร่กระจายของมลภาวะสูงระหว่างการขนส่ง

ปัญหาการขาดแคลนขยะในสวีเดนบทเรียนที่ไม่ควรมองข้าม,ชีวิตและการงาน,Rabbit Today

ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและความร้อนต้องแพงขึ้น แถมยังสวนทางกับระดับความมั่นคงทางพลังงานที่ลดต่ำลงมาก เนื่องจากวัตถุดิบในการผลิตไม่สามารถหาเองได้ภายในประเทศอีกต่อไปแล้ว ต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านซึ่งก็ล้วนแต่มีแนวทางแบบเดียวกัน คือลดขยะมูลฝอยภายในประเทศลง ก็ยิ่งทำให้หาขยะจากประเทศเพื่อนบ้านยากขึ้นตามไปอีก

ปรากฏการณ์นี้สำหรับผู้บริหารจัดการเมืองเป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาสำหรับการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับชีวิตเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความมั่นคงในการให้บริการ การจัดเตรียมสาธารณูปโภคเพื่อบริการประชาชนเป็นการวางแผนระยะยาวที่ต้องคิดไว้ทั้งหมดว่าจะต้องมีวัตถุดิบเพียงพอในอีก 20 ถึง 30 ปีข้างหน้า เพื่อที่จะได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานและโรงงานผลิตเอาไว้รองรับได้อย่างเหมาะสม 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฟฟ้าและประปาที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน จะเอาการผลิตไปผูกไว้กับวัตถุดิบประเภทไหนก็ต้องรับประกันได้ว่ามีวัตถุดิบนั้นเพียงพอที่จะเข้าโรงงานผลิตได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานเพียงพอ ไม่สามารถจะปรับเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบอื่นได้ง่ายแบบพลิกฝ่ามือ ด้วยเหตุนี้การวางแผนพัฒนาระบบสารณูโภคต่างๆ จึงต้องมีรูปแบบการใช้วัตถุดิบที่แตกต่างกันเฉลี่ยกันไป เผื่อไว้ว่าวัตถุดิบประเภทไหนมีปัญหาในบางช่วงเวลา ก็ยังสามารถมีกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่นมาใช้ทดแทนกันได้ชั่วคราวประทังชีวิตกันไปก่อนได้

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่ใช่เรื่องโลกสวยหรือเรื่องดราม่า แต่เป็นเรื่องที่ต้องตอบกันด้วยเหตุและผลทางวิทยาศาสตร์ เป็นการคิดในระยะยาวเพื่อประสิทธิภาพและความมั่นคง เพราะสาธารณูปโภคเหล่านั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตปกติของมนุษย์ ต้องสามารถใช้งานได้ตลอดเวลาอย่างมั่นคง มีประสิทธิภาพ และอยู่ในต้นทุนที่ประชาชนและหน่วยธุรกิจสามารถรับได้ 

เพราะมันคือสิ่งจำเป็นพื้นฐานต่อการประกอบอาชีพต่อไปด้วยเช่นกัน แต่สำหรับประเทศไทยการคิดระยะยาวด้วยเหตุด้วยผลอาจจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะสังคมไทยเป็นสังคมอุดมดราม่าแต่ไม่อุดมปัญญานั่นเอง



Advertising