ชีวิตและการงาน

รถเมล์ขาดทุนจริงหรือ

Published 11 ธ.ค. 2018

By พนิต ภู่จินดา

thai-bus-losses-smart-living-Rabbit-Today-banner

เราได้ข่าวกันเสมอว่า รถประจำทางที่วิ่งอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขาดทุนอย่างต่อเนื่องมาตลอด และเป็นต้นทางของบริการที่แย่ รถเก่ามาก มีรถวิ่งไม่เพียงพอ สภาพรถไม่ได้มาตรฐาน และปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย

อย่างปีที่แล้วมีแผนการบริหารจัดการหนี้สินของ ขสมก.รายงานว่า มีหนี้สินสะสมอยู่ 103,598 ล้านบาท โดยมีแผนจะแบ่งกันรับผิดชอบ รัฐบาลกลางรับหนี้อันเกิดจากนโยบายของรัฐ เช่น รถเมล์ฟรี รวมประมาณ 70% และ ขสมก.รับหนี้อันเกิดจากส่วนต่างระหว่างต้นทุนกับรายได้ที่เก็บได้จริงอีกประมาณ 30% แถมด้วยนโยบายเกษียณก่อนกำหนดของพนักงานเก็บค่าโดยสาร 2,000 คน โดยใช้ตั๋วร่วมมาแทน

แสดงว่า ขสมก.ขาดทุนจริงๆ แต่ขาดทุนจากอะไรล่ะ ก็เลยเข้าเว็บไซต์ของ ขสมก.หาต้นเหตุดู เขาอธิบายต้นทุนค่าโดยสารและรายได้ที่เก็บได้ที่คำนวณเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2560 แสดงไว้ตามตารางข้างล่างนี้

ประเภทรถประจำทาง ต้นทุนเฉลี่ย (บาท/คน)  ค่าโดยสาร (บาท/คน) 
1. รถครีมแดง 11.98 6.50
2. รถขาว-เขียว 13.65 7.50
3. รถปรับอากาศธรรมดา 23.88 11-18 คิดตามระยะทาง
4. รถปรับอากาศใช้ก๊าซ 26.03 11-23 คิดตามระยะทาง
5. รถปรับอากาศยูโรทู รุ่น 796 คัน 29.63 11-23 คิดตามระยะทาง
6. รถปรับอากาศยูโรทู รุ่น 500 คัน 32.01 11-23 คิดตามระยะทาง

ที่มา: องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (2560)

จากตัวเลขที่เห็นตามตารางก็ชัดเจนว่า ขสมก.ขาดทุนอย่างหนัก ไม่มีรถประเภทใดที่มีรายได้เสมอตัวกับรายจ่ายเลย ยิ่งรถปรับอากาศนี่ขาดทุนหนักเลย แต่ถ้าพิจารณาตามหลักการขนส่งสาธารณะว่า ไม่ได้กำไรอะไรหรอก รัฐต้องชดเชยเพื่อให้ประชาชนมีการเดินทางพื้นฐานที่ได้มาตรฐาน แต่ก็ไม่ใช่ว่ารัฐจะต้องเอาเงินภาษีส่วนอื่นๆ มาชดเชยเพียงอย่างเดียว แต่ผู้ให้บริการขนส่งมวลชนในประเทศที่พัฒนาแล้ว มีรายได้จากช่องทางอื่นนอกจากราคาค่าโดยสารอีกมาก 

ในหลายๆ ประเทศบริษัทขนส่งมวลชนเป็นผู้พัฒนาที่ดินรอบสถานีเพื่อเอารายได้มาชดเชยค่าโดยสารที่ถูกควบคุมไว้ให้เป็นบริการสาธารณะสำหรับประชาชนทุกระดับรายได้ แต่รัฐไทยไม่เคยคิดแบบนั้น ขสมก.มีรายได้จากค่าโดยสารเป็นหลัก มีรายได้เสริมเล็กน้อยจากค่าโฆษณาผ่านวิทยุบนรถและติดป้ายรอบรถแค่นั้น ก็ทนขาดทุนและบริการที่แย่ตามค่าโดยสารราคาถูกกันต่อไป



Advertising