ชีวิตและการงาน

จากโต๊ะเรียนคู่บุญ สู่โต๊ะทำงานหนุนดวง!

Published 31 ก.ค. 2018

By Rabbit Today

MAIN_920x470

‘โต๊ะนักเรียน’ คือศูนย์รวม DNA ของเยาวชนไทยมาหลากหลายเจน ถือเป็นอุปกรณ์การเรียนชิ้นสำคัญที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำ บางคนต้องรีบพุ่งไปจองในวันแรกของการเปิดเรียน แม้โรงเรียนบางแห่งอาจต้องจำใจนั่งตามเลขที่ที่ครูจัดให้ แต่เรื่องเล็งมุม ส่ององศาว่าที่นั่งใกล้ไกลพอเห็นกระดานดำหรือไม่ สามารถเล็ดลอดสายตาครูผู้สอนได้หรือเปล่าก็เป็นเรื่องสำคัญ ใครถึงก่อนมีสิทธิ์ก่อนจึงไม่แน่เสมอไปเพราะอาจต้องอาศัยดวงล้วนๆ ที่ต้องแย่งชิงขนาดนี้เพราะโต๊ะเรียนจะเป็นสิ่งคู่บุญติดตัวเราไปจนจบปีการศึกษาอย่างไรล่ะ

ถ้าใครกำลังคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ แบบนี้ ตามเราไปรื้อฟื้นความทรงจำโต๊ะนักเรียนแบบต่างๆ ทั้งรุ่นเรา และรุ่นลูกหลานกันเลย

 

'โต๊ะนักเรียนมาตรฐาน'

          เป็นโต๊ะไม้ยางพารา หน้ากว้าง 60 ลึก 40 สูง 75 ซม. ส่วนเก้าอี้ กว้าง 42 ลึก 40 สูง 81 ซม. (สูงถึงพนักพิง) ทำจากไม้ยางพาราสีธรรมชาติ โรงเรียนต่างจังหวัดบางแห่งนิยมใช้ไม้จากป่าเบญจพรรณ ทั้งสัก เต็ง แดง หรือมะค่า จึงมีความแข็งแรงอยู่ได้เป็นสิบปี แม้จะนั่งเอนบนสองขาหลังของเก้าอี้ คึกหน่อยก็ใช้โต๊ะเป็นกลอง ตบไปกี่ทีมันก็ยังทนถึก เป็นมรดกตกทอดที่รุ่นพี่ฝากรอยปากกาที่สลักความในใจไว้ให้ แม้แต่รหัสลับข้อสอบก็ตอบให้เห็นอย่างเปิดเผยจริงใจ บ่งบอกถึงแพสชั่นในการใฝ่เรียนของเจ้าของเดิมได้เป็นอย่างดี

 

 

โต๊ะเรียนสู่โต๊ะทำงาน,Smart Living,Rabbit Today

'เก้าอี้เล็กเชอร์'


          มันคือเก้าอี้ที่มีกระดานรองเขียนหนังสือที่แสนทรมาน เก้าอี้เล็กเชอร์ มีทั้งทำจากไม้แปรรูปย้อมสี และไฟเบอร์กลาส ขนาด 44x52x78 ซม. ส่วนใหญ่จะไม่ใช่โต๊ะประจำห้องเรียนแต่จะถูกจัดไว้ในวิชาเรียนเสริมหรือห้องสอบ เพื่อป้องกันการโกงข้อสอบ เนื่องจากโต๊ะลักษณะนี้ไม่มีลิ้นชัก ตัวไหนเปิดที่วางแขนไม่ได้ เราต้องค่อยๆ เอาร่างเลื้อยสอดลำตัวเข้าไปนั่ง ใครมีพุง ระบบการหายใจก็จะลำบากนิด และเคยสังเกตกันไหมว่าสถานศึกษาบางแห่งเขามีเก้าอี้แบบนี้ให้สำหรับคนถนัดมือซ้ายด้วยนะ เริ่ดตรงนี้

 

 

โต๊ะเรียนสู่โต๊ะทำงาน,Smart Living,Rabbit Today

 

'โต๊ะนักเรียนโครงเหล็ก'

          โต๊ะนักเรียนที่มีโครงสร้างเป็นเหล็ก พื้นด้านบนท็อปด้วยไม้ โต๊ะลักษณะนี้จะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานประเภทไม้ เช่น รอยขีดข่วน รอยหมึกปากกาที่เปรอะเปื้อน แต่จะมีปัญหาเรื่องของการหักหรือโค้งงอบิดเบี้ยวผิดรูปทรงของเหล็ก ปัจจุบันโต๊ะประเภทนี้ได้เพิ่มเติมส่วนของท็อปให้มีสีสันสดใสมากยิ่งขึ้น เช่น สีเขียว สีชมพู สีเหลือง ขึ้นอยู่กับแบบ อาจถูกออกแบบให้ทำขึ้นมานั่งติดกัน 2 ตัว หรือมีพาร์ติชั่นกั้นระหว่างโต๊ะด้วย

 

          จากโต๊ะเรียนมรดกจากรุ่นพี่ เรามักครอบครองแค่ช่วงระยะสั้นแบบปีต่อปี ตั้งแต่วัยอนุบาลผ่านไปจนจบมหาวิทยาลัย แต่มีโต๊ะอีกหนึ่งตัว ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เวลาหมดอายุของมันจะมาถึงเมื่อไร อาจแค่ 120 วัน สัก 2 - 3 ปี หรือติดอยู่กับเซฟโซนเป็นเวลา 10 - 20 ปี แน่นอน...เรากำลังพูดถึง ‘โต๊ะทำงาน’

 

โต๊ะเรียนสู่โต๊ะทำงาน,Smart Living,Rabbit Today

  

'วันแรกกับโต๊ะทำงาน'


          “นั่งตรงนั้นเลยค่ะน้อง” เสียงรุ่นพี่ หรืออาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายเอชอาร์พาเราไปเจิมโต๊ะทำงานตัวหนึ่งในฐานะพนักงานใหม่ และด้วยความใหม่ จึงไม่สามารถเลือกได้ว่า “หนูขอเก้าอี้ตัวใหม่ได้ไหมคะ” หลังจากสำรวจสภาพโต๊ะทำงานด้วยตาเปล่าแล้วพบว่าที่พักแขนอาจมีข้างเดียว หรือฟองน้ำทะลุเบาะหนัง PU ขึ้นมา ...ไม่เป็นไร ทำงานไปสักพักรอวันสะสมอำนาจ แล้ววันนั้นเราสามารถขยับปรับเปลี่ยนโต๊ะและเก้าอี้ได้ตามปรารถนา

 

'ของชิ้นแรกที่พบในโต๊ะทำงาน'


          เมื่อนั่งขยับเบาะพอได้ที่ คราวนี้มาสำรวจซากอารยธรรมของพนักงานเก่า คุณอาจเจอเศษลวดเย็บกระดาษ ขี้ยางลบในลิ้นชัก ซากหูฟังอันละ 20 บาทไว้ต่อกับคอมพิวเตอร์ ใบส่งงานที่คั่งค้าง กิ๊บติดผม นามบัตรเก่า ปากกา แย่หน่อยก็อาจจะเจอเศษขาแมลงสาบทำมุมฉากฝากบอกเราว่า Hello sis! We were here!

 

ของชิ้นแรก' ที่คุณจะวางบนโต๊ะทำงาน

          'กล่องใส่ปากกา' คือสิ่งแรกที่หนุ่มสาวออฟฟิศนึกถึง โดยเฉพาะผู้หญิงให้ความสำคัญกับกล่องใส่ปากกา เพราะพวกเธอมักจะมีปากการูปร่างน่ารักมาประดับโต๊ะหรือไว้จดงาน ถือเป็นอุปกรณ์สะท้อนความเก๋และรสนิยม และใช้เป็นเครื่องมือผูกมิตรได้เบาๆ "หูย น่ารักจังเลย ซื้อที่ไหนอะ อยากได้ๆๆ"

          ชิ้นต่อมาคือ 'แฟ้มใส่งานแบบตั้งได้' แฟ้มแบบนี้จะแยกประเภทของงานได้ชัดเจนและเป็นระเบียบ บางคนอาจจะมีกระบองเพชรน่ารักน่าชังประดับไว้บนโต๊ะ ด้วยความเชื่อที่ว่า กระบองเพชรช่วยดูดซับรังสีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเราได้เป็นอย่างดี บางคนต้องอัญเชิญองค์เทพเทวามาวางไว้เป็นแบ็คอัพด้านหลัง เพื่อต้านพลังจิกของนาย สิ่งสุดท้ายที่ผู้หญิงส่วนใหญ่บอกว่าเป็น #ของมันต้องมี คือ ‘กระจกเงาส่องหน้า’ ใช่ ไม่ว่าจะลุยงานหนักแค่ไหน ก็ต้องมีเวลาให้กับการเติมแป้งนะคะ

 

ของที่ไม่ควรไว้บนโต๊ะทำงาน!
          เรากำลังพูดถึงฮวงจุ้ย งานจะราบรื่น เจ้านายรัก คอมพิวเตอร์เปิด-ปิดได้ไว หลักฮวงจุ้ยก้าวเท้าซ้ายหรือเท้าขวาเข้าออฟฟิศก็สำคัญ แต่เมื่อเราต้องติดอยู่กับโต๊ะทำงานตั้งแต่เช้าจรดเย็น ควรหาของทิ้งเสียบ้างจะเป็นไร

  • ปากกาหมึกหมด เขียนไม่ติด โปรดโยนลงถังขยะด่วน!  การหยิบปากกาหมึกหมดมาเซ็นเอกสารแสดงถึงความไม่พร้อมในการทำงาน ว่างๆ ควรนั่งเช็กสภาพปากกาทุกด้ามก็ดี อันไหนดีเก็บไว้ อันไหนไม่พร้อมใช้ก็ทิ้งเลย แล้วค่อยไปเซ็นชื่อเบิกเอาใหม่ในออฟฟิศ แต่พูดอย่างนี้ก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะบางบริษัทต้องเอาซากปากกาเก่ามาเคลมก่อนถึงจะได้อันใหม่ไปแทน เอิ่ม.....
  • ดอกไม้แห้งเหี่ยว ควรเปลี่ยนทันที! เปลี่ยนเพื่อให้มีความรู้สึกสดชื่นและพร้อมสำหรับการเริ่มต้นทำงานในทุกวัน เห็นดอกไม้แล้วทำให้ใจเบิกบานจริงๆ นะ ยิ่งได้ดอกจำปีสีขาวก็ยิ่งฟินกับกลิ่นหอมเย็นตั้งแต่จมูกยันถุงลมปอด
  • ขนม ผลไม้ดอง แก้วกาแฟพลาสติก กินหมดแล้วควรรีบเอาไปทิ้งซะ! การลืมถุงขนมหรือขวดน้ำไว้ เป็นการเปิดโอกาสให้มดและแมลงต่างๆ ยกทัพมาตั้งแคมป์ที่โต๊ะทำงานได้อย่างเสรี การเป็นคนรักสัตว์เป็นเรื่องดี แต่ไม่สนุกแน่ๆ ถ้ามีแมลงสาบมาแจมและเรียกโต๊ะทำงานเราว่า 'บ้าน'
  • สีของแจกันดอกไม้ ดอกไม้และแจกันสีสดหรือในโทนร้อน ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า อาจทำให้เรางานเข้าได้อย่างจัง แนะนำเน้นสีของธาตุดิน เช่น สีเหลือง สีเขียว สีขาว หรือสีฟ้า จะดีกว่า วัดง่ายๆ คืออย่างน้อยเรามองเองเห็นเอง สีโทนเย็นก็ทำให้เราใจร่มพร้อมลุยไฟในห้องประชุมได้แล้วล่ะจริงไหม
  • โต๊ะทำงานต้องสะอาด ความสะอาดเรียบร้อยบ่งบอกถึงเจ้าของโต๊ะที่ดูเป็นคนเอาใจใส่การงานและพร้อมทำงานอยู่เสมอ

 

จากโต๊ะเรียนมาถึงโต๊ะทำงาน ชีวิตเราผันผ่านมาหลายโต๊ะ และยังต้องเจอโต๊ะอีกมากมาย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราต้องดูแลมันเหมือนเพื่อนที่ต้องเจอทุกวัน แม้โต๊ะในร้านกาแฟที่เราอาศัยนั่งชิลล์แค่ชั่วครู่ ก็อาจบ่งบอกถึงความเป็นตัวเราได้จากขยะที่ทิ้งไว้เพียงชิ้นเดียวก็ได้!



Advertising