กินดื่ม

วิบากกรรม ‘คราฟต์ เบียร์’ ไทย

Published 31 ก.ค. 2018

By ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Craft-Beer-Tasty-Rabbit-Taday-MAIN_920x470

เรื่องราวของ ‘คราฟต์ เบียร์’ (Craft Beer) สัญชาติไทย กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทันทีตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมเป็นต้นมา หลังจากผู้ผลิตรายหนึ่งถูกจับ ทำให้กระแสของคราฟต์ เบียร์ ไหลบ่าเรื่อยมา และทำท่าจะไม่จบง่ายๆ ตรงกันข้าม พรายฟองกลับฟูฟ่องขึ้นเรื่อย ๆ

สังเกตได้จาก หลังการจับดังกล่าวผมได้รับเชิญไปร่วมงานเกี่ยวกับคราฟต์ เบียร์ ค่อนข้างถี่ ขณะที่ร้านอาหารหลายๆ แห่งเพิ่มพื้นที่ให้กับคราฟต์ เบียร์ แม้กระทั่งโรงแรมหลายแห่งที่ไม่เคยมองคราฟต์ เบียร์ เพราะถูกครอบงำจากเบียร์ใหญ่ ตอนนี้ก็เริ่มมีคราฟต์ เบียร์ หลายยี่ห้อขึ้น 

แอบเจ็บจี๊ดที่ติ่งหัวใจนิดๆ เพราะทั้งหมดล้วนเป็นคราฟต์ เบียร์ ไทย แต่ผลิตในต่างประเทศ เพราะ ‘คราฟต์ เบียร์ เป็นสิ่งผิดกฎหมายในเมืองไทย’ !!!!

คราฟต์ เบียร์ เริ่มเป็นที่รู้จักกันในบ้านเราเมื่อประมาณ 5 -6 ปีที่แล้ว จากคราฟต์ เบียร์ เป็นขวดนำเข้า หลังจากนั้นจึงมีการต้มเบียร์ดื่มและแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มคนรักเบียร์ 

วิบากกรรม ‘คราฟต์ เบียร์’ ไทย,Tasty,Rabbit Today

ที่ถือว่าจุดประกายคือ Chit Beer บนเกาะเกร็ด เปิดตัวในปี 2512 หลังจากนั้น 2-3 ปีที่ผ่านมาคราฟต์ เบียร์ ไทย จึงเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น แม้นิยามและความหมายของคราฟต์ เบียร์ ยังไม่ชัดเจนในความเข้าใจของสังคม

นิยามอย่างเป็นทางการของคราฟต์ เบียร์ โดย Brewers Association ของสหรัฐฯ ระบุว่า 1. ต้องเป็นโรงเบียร์ที่เป็นอิสระจากผู้ผลิตรายใหญ่ 2. ผลผลิตไม่เกิน 6 ล้านบาร์เรล/ ปี 3. ใช้วัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติทั้งหมด เช่น มอลต์ บาร์เลย์ ฮอปส์ ห้ามใส่วัตถุดิบสังเคราะห์กลิ่นหรือรสเพื่อลดต้นทุน แต่ถ้าจะใส่ต้องใส่เพื่อให้รสชาติดีขึ้นเท่านั้น 

ส่วนในบ้านเราอ้างอิงจากเพจ ‘Beercyclopedia สารานุกรมของ คนชอบเบียร์’ ระบุว่า การจะเรียกตัวเองเป็นคราฟต์ เบียร์ ต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างคือ 

  1. ผลิตในจำนวนน้อย และมีโรงงานขนาดเล็ก (Small) ซึ่งผู้ผลิตสามารถควบคุมและใส่ใจในขั้นตอนการผลิตได้ทั้งระบบ 
  2. เป็นอิสระ (Independent) ผู้ก่อตั้งจะต้องถือหุ้นเกินกว่า 75 % เพื่อให้มีอำนาจสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจ และ 
  3. การไม่ลืมวัฒนธรรมและวิธีการดั้งเดิม (Traditional) ของความเป็นเบียร์ที่ต้องใช้ส่วนผสมจริง คือ มอลต์ ฮอปส์ ยีสต์ และน้ำ ไม่ใช่ใส่ส่วนผสมอื่นแทนส่วนผสมหลักเพื่อลดต้นทุน

แม้จะผิดกฎหมาย แต่เชื่อหรือไม่ว่าปี 2559 มีการประเมินว่ามูลค่าทางการตลาดของคราฟต์ เบียร์ ไทย อยู่ที่ประมาณ 35 ล้านบาท จากทั้งหมดประมาณ 60 ยี่ห้อ ทั้งชนิดที่ถูกและผิดกฎหมาย โดยถูกกฎหมายคือผลิตในต่างประเทศแล้วนำเข้ามาโดยเสียภาษีถูกต้อง การทำให้แบบนี้ทำให้เงินรั่วไหลออกนอกประเทศปีละกว่า 50 ล้านบาท ที่สำคัญในปี 2560 นี้ มีการประเมินว่ามูลค่ารวมของคราฟต์ เบียร์ไทยจะสูงกว่า 200 ล้านบาท 

วิบากกรรม ‘คราฟต์ เบียร์’ ไทย,Tasty,Rabbit Today

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หลายฝ่ายเป็นห่วงและอาจไม่กล้าดื่มคราฟต์ เบียร์คือ ‘คุณภาพ’ แม้แต่นายกรัฐมนตรียังเป็นห่วงเมื่อถูกนักข่าวถาม ซึ่งผู้ผลิตคราฟต์ เบียร์ ด้วยกันเองก็รู้ดีว่าใครทำอะไร  และอย่างไร  

ผมชิมคราฟต์ เบียร์ พวกนี้หลายยี่ห้อ บางยี่ห้อพบว่าคุณภาพไม่ได้เป็นไปตามที่กล่าวอ้าง บางยี่ห้อใช้แผนการตลาดและระบบโซเชียลเข้ามาช่วยทำให้เกินจริงและคนที่ไม่รู้หลงเชื่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตราย จนอาจถึงขั้นทำลายวงการคราฟต์ เบียร์  และเกี่ยวเนื่องไปถึงความพยายามทำให้ ‘ถูกกฎหมาย’ 

การ ‘ไม่ถูกกฎหมาย’ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญของคราฟต์ เบียร์ ไทย ด้วยปัจจัยหลายอย่าง หนทางที่สามารถทำให้ถูกกฎหมายคือ ‘ผลิตในต่างประเทศ’ แล้วส่งเข้ามาขายในเมืองไทย 

ปัจจุบันมี 8 รายไปผลิตในต่างประเทศ คือออสเตรเลีย กัมพูชา เวียดนาม ไต้หวัน เเละญี่ปุ่น โดยชาละวัน (Chalawan) เป็นคราฟต์ เบียร์  ไทย ถูกกฎหมายเจ้าแรกของเมืองไทย 

ขณะที่วิชิต ซ้ายเกล้า ผู้ผลิตคราฟต์ เบียร์ รายแรกๆ ในเมืองไทย ผู้ก่อตั้ง Chit Beer บนเกาะเกร็ด และหุ้นส่วนเบียร์ Stone Head ซึ่งผลิตที่เกาะกงในกัมพูชา เลือกเส้นทางใหม่ด้วยการสร้าง ‘โรงเบียร์มิตรสัมพันธ์’ ย่านติวานนท์ ในรูปแบบ Brewpub ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องการให้เป็นพื้นที่สำหรับคนทำเบียร์ใต้ดิน ได้ต้มและจำหน่ายเบียร์ภายใต้กฎหมายว่าด้วยโรงเบียร์ขนาดเล็ก ตั้งเป้าว่าจะเปิดบริการกลางปี 2560 นี้

ในแวดวงผู้ผลิตคราฟต์ เบียร์บอกว่า 2560 นี้จะเป็นปีทองของคราฟต์ เบียร์ไทย ที่สำคัญอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของ...การแก้กฎหมาย...!!! 



Advertising