กินดื่ม

‘คราฟต์เบียร์’ ไทย

Published 23 ส.ค. 2018

By ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Craft-Beer-2-tasty-Rabbit-Today-banner

‘คราฟต์เบียร์’ (Craft Beer) ในประเทศไทย เริ่มรู้จักกันเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว 

จากที่เป็นขวดนำเข้า จุดประกายเป็นการต้มดื่ม และแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มคนรักเบียร์ ที่ถือว่าเป็นหัวหอกคือ Chit Beer ที่เกาะเกร็ด ซึ่งเปิดตัวในปี 2512 หลังจากนั้น 2-3 ปีที่ผ่านมา คราฟต์เบียร์ไทยจึงเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น แม้ความหมายของคราฟต์เบียร์ยังไม่เป็นที่รู้กันมากนักก็ตาม

‘คราฟต์เบียร์’ ไทย,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

ความหมายของคราฟต์เบียร์จากเพจ ‘Beercyclopedia สารานุกรมของคนชอบเบียร์’ ระบุชัดเจนว่า หากจะเรียกตัวเองเป็นคราฟต์เบียร์ ต้องมีองค์ประกอบ 3 อย่างคือ 

1. ผลิตในจำนวนน้อย และมีโรงงานขนาดเล็ก (Small) ซึ่งผู้ผลิตสามารถควบคุมและใส่ใจในขั้นตอนการผลิตได้ทั้งระบบ 

2. เป็นอิสระ (Independent) ผู้ก่อตั้งจะต้องถือหุ้นเกินกว่า 75% เพื่อให้มีอำนาจสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจ  

3. การไม่ลืมวัฒนธรรมและวิธีการดั้งเดิม (Traditional) ของความเป็นเบียร์ที่ต้องใช้ส่วนผสมจริง คือมอลต์ ฮอปส์ ยีสต์ และน้ำ ไม่ใช่ใส่ส่วนผสมอื่นแทนส่วนผสมหลักเพื่อลดต้นทุน

อย่างไรก็ตาม การอนุญาตให้ผลิตเบียร์ทั้งกฎหมายเดิมเมื่อ 60 กว่าปีที่แล้ว และแก้ไขใหม่ล่าสุดเมื่อปลายปี 2559 ไม่มีบทบัญญัติใดอนุญาตให้ชาวบ้านผลิตคราฟต์เบียร์ เรียกว่าถ้าทำในแผ่นดินไทยอย่างไรก็ ‘ผิดกฎหมาย’

ทางเลือกอย่างแรกซึ่งไม่มีใครเลือกคือผลิตแบบไมโครบรูเออร์รี่ (Microbrewery) หรือ ‘บรูผับ’ (Brewpub) เป็นโรงงานผลิตเบียร์อยู่ภายในร้าน ขายเฉพาะในร้าน ห้ามบรรจุขวดขาย ทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท และกำลังการผลิตขั้นต่ำ 1 แสนลิตร/ ปี แต่ไม่เกินหนึ่งล้านลิตร/ ปี

‘คราฟต์เบียร์’ ไทย,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

อีกทางหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่เลือกวิธีนี้ คือไปผลิตในต่างประเทศแล้วส่งเข้ามาขายในเมืองไทย เป็นคราฟต์เบียร์ถูกกฎหมาย แม้ราคาจะสูงก็ตาม ปัจจุบันมีกว่า 10 ราย เช่น ไปผลิตในออสเตรเลีย (ซิดนีย์-เมลเบิร์น), กัมพูชา (สุวรรณเขต-เกาะกง), เวียดนาม (โฮจิมินห์ ซิตี้), ไต้หวัน (ไทเป) เเละญี่ปุ่น (ชิซูโอกะ) 

โดยชาละวัน (Chalawan) เป็นคราฟต์เบียร์ถูกกฎหมายเจ้าแรกของเมืองไทย ผลิตโดยโรงเบียร์ Full Moon Brewworks ขณะเดียวกันมีการประเมินว่า การไปร่วมกับโรงงานในต่างประเทศนี้ มีเงินรั่วไหลออกนอกประเทศปีละกว่า 50 ล้านบาท

อีกวิธีหนึ่งมีผู้เสนอคือทำคราฟต์เบียร์ให้เป็นแบบ ‘สุราชุมชน’ แต่เมื่อศึกษาข้อกฎหมายก็ไม่สามารถทำได้ เพราะสุราชุมชนเป็นธุรกิจชุมชน ใช้วัตถุดิบในไทย เป็น OTOP แต่คราฟต์เบียร์ วัตถุดิบทุกอย่างต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้กฎหมายเรื่องคราฟต์เบียร์ ผ่านยากมาก 

มูลค่าทางการตลาดของคราฟต์เบียร์ไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับแต่ปี 2559 เป็นต้นมา อยู่ที่ประมาณ 35 ล้านบาท จากทั้งหมดประมาณ 60 ยี่ห้อ ทั้งชนิดที่ถูกและผิดกฎหมาย ในจำนวนนี้ 8 ยี่ห้อผู้ผลิตได้หันไปผลิตในต่างประเทศแล้ว ก่อนที่จะนำเข้ามาโดยเสียภาษีให้กับกรมสรรพสามิต ขณะที่ปี 2560 มูลค่ารวมสูงกว่า 200 ล้านบาท แน่นอนปี 2561 นี้ มีการคาดการณ์กันว่าน่าจะเกิน 300 ล้านบาท

เส้นทาง ‘คราฟต์เบียร์’ ไทย ยังต้องขรุขระตลอดไป โดยมี ‘กฎหมาย’ เป็นปัจจัยสำคัญ พอๆ กับสัมปทานของเบียร์ยักษ์ !!! 



Advertising