กินดื่ม

จิบรสไทยที่ EAT ME

Published 31 ก.ค. 2018

By Fat Owl

EatMe-RabbitToday-MAIN_920x470

ร้านอาหารกึ่งบาร์แห่งนี้มีประวัติยาวนานเป็นที่จับตาของคนในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง

จิบรสไทยที่ EAT ME,Tasty,Rabbit Today

ล่าสุด Bangkok Bar Awards 2018 ประกาศให้ Eat Me คว้ารางวัล Best Restaurant & Bar 2018 ยิ่งไปกว่านั้น ป๊อป-บุญธเนศ ดิเรกฤทธิกุล Head Bartender คนเก่งยังได้รับรางวัล Bartender of The Year 2018 มานอนกอดอีกต่างหาก

เดิมที Eat Me เป็นสถานที่ดินเนอร์และแฮงเอาต์ของชาวต่างชาติและเหล่าคนเก๋ย่านสาทร ด้วยอาหารของที่นี่เป็นส่วนผสมที่ดีและลงตัวระหว่างเครื่องเทศไทยที่จัดจ้าน แต่ใช้กรรมวิธีการปรุงแต่งแบบตะวันตก

 

จิบรสไทยที่ EAT ME,Tasty,Rabbit Today

จานที่เราตกหลุมรักแต่แรกชิม เห็นจะเป็น Tom Yum Marine Lobster (80 กรัม/ 780 บาท และ 160 กรัม/ 1,560 บาท) คัดสรรล็อบสเตอร์จากรัฐเมน สหรัฐอเมริกา ที่เนื้อแน่น ขนาดตัวพอคำ รสชาติหวาน นำไปลวกในเนยที่ผสมและคลุกเคล้ากับเครื่องต้มยำไทยรสจัดจ้าน แต่งด้วยแตงกวา คลุกเคล้าพริกสด ที่สร้างสมดุลให้ความเผ็ดไม่เกาะติดลิ้นนานเกินไป ลูกค้าสามารถรับประทานจานอื่นต่อเนื่องได้ ไม่เสียรส

 

จิบรสไทยที่ EAT ME,Tasty,Rabbit Today

จานที่ 2 Pan-Seared Sea Scallops (780 บาท) ใช้หอยเชลล์ตัวอวบรสหวานฉ่ำจี่ในกระทะก่อนนำไปแช่ในซุปข้นล็อบสเตอร์ที่ปรุงรสด้วยพริกเชอริโซ (Cherizo) เคียงด้วยบาเก็ตหั่นบาง เบิร์นชีสด้านบนจนละลาย น่ารับประทาน รสชาติของซุปข้นเสริมให้อรรถรสระหว่างการเคี้ยวหนึบชิ้นหอยเชลล์มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ชีสละลายบนบาเก็ตช่วยตัดรสจึงสามารถกินได้ไม่รู้เลี่ยน ขณะเดียวกันเท็กซ์เจอร์ของขนมปังยังทำความสะอาดลิ้น ให้พร้อมรับรสค็อกเทลแก้วไทยนับแต่วินาทีนี้…

ตั้งแต่วัฒนธรรมการดื่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทย เครื่องดื่มเริ่มกลายเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่มีความสำคัญและดึงดูดลูกค้า ป๊อป-บุญธเนศ จึงคิดค้นเมนูค็อกเทลอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ชายหนุ่มตั้งใจลอกเลียนรสชาติอาหารไทย จนเกิดเป็นนวัตกรรมเครื่องดื่มค็อกเทลแปลกใหม่มานำเสนอ

เริ่มจากค็อกเทลลาบหมู (350 บาท) ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ถือเป็นแก้วตัวแทนอาหารอีสานพื้นถิ่น ค็อกเทลแก้วนี้เกิดขึ้นจากความบังเอิญโดยแท้ ป๊อปเล่าว่ามีลูกค้าท่านหนึ่ง หลังจากดื่มและกรึ่มจนได้ที่ เขาร้องขอ “ลาบหมู 1 แก้ว”

เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นให้ป๊อปลุกขึ้นมาเอาดีทางค็อกเทลรสไทย เขาเริ่มต้นคิดค้นเครื่องดื่มแปลกๆ ใหม่ๆ ทยอยออกมาจนครบทั้ง 4 ภาค จากจำนวนดริ๊งก์ลิสต์ไม่กี่ตัว ปัจจุบันป๊อปและ Eat Me มีเมนูใหม่ถือกำเนิดขึ้นมากมาย ได้แก่

ค็อกเทลผัดไทย (350 บาท) เบสเป็นว้อดก้า นำไปผสมกับน้ำปรุงรสผัดไทย โดยนำน้ำตาลและน้ำไปเคี่ยวกับมะขามเปียก จากนั้นกรองและแต่งรสแต่งกลิ่นด้วยเกลือ หอมแดง กุยช่าย เคี่ยวต่ออีกนิดหนึ่งให้ได้รสชาติแบบผัดไทยที่แท้จริงเหยาะแองกอสตอร่าบิตเตอร์ จากนั้นจึงตัดรสและกลิ่นหวานด้วยการเหยาะน้ำปลาลงไปนิดหน่อย ก่อนเชคให้ทุกอย่างเข้ากัน เสิร์ฟพร้อมไข่เจียวฝอยและเครื่องเคียงผัดไทยเป็นอันเสร็จ

ตัวต่อมา ค็อกเทลขนมจีนน้ำยา (350 บาท) ป๊อปผสมกะทิสดกับเครื่องน้ำยาและไวต์รัม เปรียบเทียบกับเมนูแรกๆอย่างค็อกเทลแกงเขียวหวานที่เลือกใช้นมสดแทนกะทิ ป๊อปให้เหตุผลว่า “ตอนทำค็อกเทลแกงเขียวหวาน ผมเอาเครื่องแกงไปเคี่ยวทำเป็นไซรัป ทดลองใช้กะทิแล้วมันเลี่ยน ส่วนตัวนี้ (ค็อกเทลขนมจีนน้ำยา) ทุกอย่างเป็นของปรุงสด ไม่ได้เป็นเครื่องแกงที่เอามาแปรรูปเป็นไซรัป เลยใช้กะทิได้”

ตัวสุดท้าย...ค็อกเทลข้าวมันไก่ (350 บาท) แรกจิบรู้สัมผัสเหมือนน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวรสเผ็ดร้อนที่ได้จากพริกขี้หนู กระเทียม ขิง ผักชี ปรุงแต่งรสชาติด้วยเต้าเจี้ยว น้ำมะนาว เพิ่มเติมความขมแบบขบถด้วยบิตเตอร์ที่วิ่งเข้าไปเผชิญหน้าท้าชกกับวอดก้า เสิร์ฟพร้อมอกไก่ต้มขนาดพอดีคำ  โรยหน้าด้วยแตงกวา พริกขี้หนู และผักชี

รับรองว่าคุณต้องสนุกและกรึ่มไปกับการจิบรสชาติอาหารไทยในรูปลักษณ์ของของเหลวที่ Eat Me


FYI:

  • ร้านอาหารแห่งนี้เพิ่งจะฉลองครบรอบปีที่ 20 ไปเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2561
  • ป๊อบ-บุญธเนศ ดิเรกฤทธิกุล ไม่เคยลงแข่งในรายการแข่งขันบาร์เทนเดอร์ไหนเลย เขาไม่เชื่อเรื่องการแข่งขัน แต่เชื่อในเรื่องการทำงานหนักอยู่หลังบาร์ นั่นจะพิสูจน์เองว่าใครคือบาร์เทนเดอร์ที่ดี
  • น้ำแข็งก้อนใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ไม่ได้แค่ตั้งไว้สวยๆ แต่เอามาใช้งานจริง บาร์แบ็ค ต้องเลื่อยน้ำแข็งออกเสมอ และบางทีก็โชว์เลื่อยน้ำแข็งสดๆ ต่อหน้าต่อหน้าคุณเลยทีเดียว
  • ป๊อปไม่ได้เอาอาหารไทยมาเป็นแรงบันดาลใจในการทำค็อกเทล แต่เขาคือบาร์เทนเดอร์สัญชาติไทยคนแรกของโลกที่ลอกเลียนรสชาติอาหารประจำชาติของตนเองที่รักยิ่ง จนกลายเป็นเครื่องดื่มรสละมุนเสิร์ฟลงแก้ว รอแค่คุณยกขึ้นจิบ


Open: วันจันทร์-วันอาทิตย์ 15.00-01.00 น.
Address: ซอยคอนเวนต์ แยกพิพัฒน์ 2
Parking: ลานจอดรถมีขนาดเล็ก อยู่ห่างจากตัวร้านไป 2 ช่วงตึก มียามรักษาความปลอดภัย ตลอดการกินดื่ม
Budget: 350-2,000 บาท
Contact: 0-2238-0931



Advertising