กินดื่ม

จันอิน จันโอ พลับไทยในสำรับ

Published 17 ต.ค. 2018

By สิทธิโชค ศรีโช

Gold-apple-tasty-Rabbit-Today-banner

สมัยเด็ก ฉันจำได้ว่ายายและเพื่อนยายจะมีตะกร้าหมากกันคนละใบ ในนั้นนอกจากจะมีหมาก พลู ปูนแดง ยาเส้น สีเสียด แก่นคูน และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้หั่น ตำ หมาก แล้ว ในช่วงฤดูฝนภายในตระกร้ายังจะมีผลไม้สีเหลืองๆ หน้าตาคล้ายลูกพลับ กำลังส่งกลิ่นหอมหวานฟุ้งปนกับกลิ่นเครื่องหมากทั้งหลายอีกด้วย

ผลไม้ที่ว่าคือ ‘จันอิน-จันโอ’ ฟังดูเหมือนยังกับชื่อ แฝดสยามอิน-จัน เลยทีเดียว ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเวลาออกผล ต้นจันอิน-จันโอ 1 ต้น จะมีผลรูปร่างต่างกัน 2 แบบ หากเป็นรูปทรงกลมแป้นผิวเกลี้ยง จะเรียกว่า ‘ลูกจัน’ แต่ถ้าเป็นผลทรงกลมโต เรียกว่า ‘ลูกอิน’ แต่ด้วยกลิ่นหอมของเจ้าจันอินจันโอ บางคนเลยเรียกมันว่า ‘จันลูกหอม’ ซึ่งไปหาข้อมูลมาจึงทราบว่ามันเป็นผลไม้ในวงศ์เดียวกันกับลูกพลับ มิน่าหน้าตาเหมือนกันเลยเพียงแต่เป็นสีเหลือง

จันอิน จันโอ พลับไทยในสำรับ,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

กลิ่นหอมหวานยวนใจของลูกไม้นี้ ชวนให้ใครที่ได้กลิ่นมักหยิบมาดมอยู่เรื่อยๆ ฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เนื้อผลไม้ถูกหยิบจับบ่อยเข้าก็น่วมมือ จากดมทีนี้เริ่มขยับเป็นอยากชิม ก็ใช้มือดึงขั้วผลออกแล้วลอกเปลือกเผยให้เห็นเนื้อสีเหลืองฉ่ำกินแล้วหวานอร่อย มีฝาดหน่อยๆ พอเป็นกระสาย วิธีกินแบบนี้ถือว่ากินเป็นเพราะเดิมทีเนื้อผลไม้นี้จะมีรสฝาด ฝาดชนิดที่หากกัดเข้าไปอาจหุบปากไม่ลง แต่ความฝาดนั้นจะคลายกลายเป็นหวานถ้าได้คลึงให้เนื้อของผลจันอิน-จันโอน่วมช้ำ

จันอิน จันโอ พลับไทยในสำรับ,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

นอกจากจะกินเล่นเปล่าๆ แล้ว พลับไทยสีเหลืองทองนี้ยังถูกนำไปปรุงเป็นอาหารได้ด้วย พอถึงช่วงเดือนกรกฏาคม-กันยายน ที่จันอิน-จันโอออกผล คนอีสานจะเก็บผลดิบสีเขียวรสฝาด มาปอกเปลือก สับ ฝาน แล้วตำผสมมะเฟืองเปรี้ยว มะเขือขื่น ใส่น้ำปลาร้า ว่าง่ายๆ ก็คือ ปรุงคล้ายส้มตำปลาร้านั่นเอง รสเปรี้ยวจากมะเฟืองจะช่วยตัดรสเพิ่มความอร่อยทำให้ลูกจันไม่ฝาดมาก ซึ่งถ้าเป็นตำลูกจันดิบแบบโบราณเขาจะใส่ปลาร้าปลากระดี่ที่ยังไม่ต้มสุก ให้เห็นเป็นตัวๆ กินคู่กันไป แต่ทุกวันนี้ที่เปลี่ยนไปก็เพราะรู้ว่าปลาร้าดิบมีพยาธิใบไม้ในตับ คนอีสานเลยกินปลาร้าต้มเพื่ออนามัยกันแล้ว

นอกจากของคาวแล้ว เจ้าลูกจันอิน-จันโอ ยังถูกนำมาทำขนมหวานซึ่งเดี๋ยวนี้หารับประทานได้ยากแล้ว เจ้าขนมที่ว่าก็คือ ‘ลูกจันน้ำกะทิ’ ซึ่งทำได้ 2 วิธี วิธีแรกคือให้นำผลสุกสีเหลืองมาคลึงจนน่วมก่อน จากนั้นลอกเปลือกออกแล้วฉีกเนื้อผลลูกจันเป็นชิ้นๆ พักไว้ ทีนี้ก็ผสมน้ำกะทิ น้ำตาลปี๊บเข้าด้วยกัน เคี่ยวจนน้ำตาลละลาย พอถึงตรงนี้อาจมีบางวิธีบอกให้ใส่เนื้อลูกจันลงไปเคี่ยวสักพัก

จันอิน จันโอ พลับไทยในสำรับ,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

แต่ฉันขอแอบกระซิบว่าจากประสบการณ์ตรงไม่ควรทำแบบนั้น เพราะยิ่งผ่านความร้อนมากเท่าไร เนื้อลูกจันยิ่งจะฝาดขึ้นเรื่อยๆ จึงแนะนำว่าพอเคี่ยวกะทิกับน้ำตาลจนละลายดีแล้วให้ปิดไฟทันที แล้วจึงใส่เนื้อลูกจันลงไป คนสัก 2-3 รอบ ตักราดข้าวเหนียวมูนกินอย่างข้าวเหนียวทุเรียน ส่วนอีกวิธีใช้กะทิสดคนกับน้ำตาลทรายและเกลือชิมรสดูให้หวานเค็มพอดี จึงใส่เนื้อลูกจันสุกที่ปอกเปลือกแล้วลงไปแช่สัก 10 นาที ตักใส่ถ้วยราดด้วยหัวกะทิคั้นข้นๆ แล้วตักใส่ถ้วยกินได้เลย อันนี้ก็แล้วแต่ใครจะชอบ

จันอิน จันโอ พลับไทยในสำรับ,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

รูปทรงผลที่น่ารักและสีสันที่สวยงามมีเสน่ห์ของผลจันอิน-จันโอ ยังกลายเป็นแรงบันดาลใจ ให้แม่ครัวไทยโบราณนำรูปทรงและสีสันของผลไม้นี้ไปปั้นเป็นขนม ชื่อ ขนมเสน่ห์จันท์ หนึ่งในขนมมงคล 9 อย่างของไทยอีกด้วย ทว่าส่วนผสมของขนมไม่ได้มีเนื้อของจันอิน-จันโอผสมลงไปแต่อย่างใด สิ่งที่ใส่กลับเป็นผงลูกจันทน์เทศป่น (Nutmeg) ซึ่งเป็นผลไม้อีกแบบแต่ชื่อพ้องเสียงว่า ‘จัน’ เหมือนกันเท่านั้น

ปีนี้ต้นจันอิน-จันโอ หลังบ้านออกผลดกทีเดียว ลมพัดมาทีผลสุกก็ร่วงเต็มพื้น ฉันเลยเก็บใส่กระจาดมาวางบนโต๊ะ หวังใจให้บ้านอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของเจ้าพลับเมืองไทย เหมือนอย่างเวลาได้กลิ่นหอมของมันจากตระกร้าหมากของยายในวัยเด็ก แต่เอ…สักพักทำไมรู้สึกง่วงเหงาทั้งที่ยังกลางวันแสกๆ นึกไปนึกมาก็ชักสงสัยว่าจะเป็นด้วยเหตุเพราะเจ้าผลไม้ชนิดนี้มีสรรพคุณแก้อาการนอนไม่หลับได้ หรือว่าแท้ที่จริงแล้วฉันเริ่มสูงวัยจนต้องนอนกลางวันแล้วก็ไม่อาจรู้ได้



Advertising