กินดื่ม

วันนี้วันไหว้พระจันทร์ Why? ‘พระจันทร์’ ทำไมต้อง ‘ไหว้’

Published 12 ก.ย. 2019

By มธุรพจน์ บุตรไวยวุฒิ / ตติยา แก้วจันทร์

วันนี้วันไหว้พระจันทร์ Why? ‘พระจันทร์’ ทำไมต้อง ‘ไหว้’

ศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 เทศกาลไหว้พระจันทร์กลับมาเยือนอีกครั้ง นอกจากเรื่องของวัฒนธรรมประเพณีในหมู่คนไทยเชื้อสายจีนที่ถูกส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่นแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ลืมพูดถึงไม่ได้เลยคือ ‘ขนมไหว้พระจันทร์’

ขนมไหว้พระจันทร์ มีประวัติความเป็นมาที่เชื่อมโยงกับความเชื่อของชาวจีนมานับพันปี เนื่องจากชาวจีนโบราณนับปฏิทินแบบ ‘จันทรคติ’ และสังเกตน้ำขึ้น-น้ำลงจากอิทธิพลของดวงจันทร์ เพื่อใช้ในการทำเกษตรกรรม นอกจากนี้ยังมีตำนานที่เล่าถึงที่มาของขนมไหว้พระจันทร์ว่า…

เกิดขึ้นในสมัยที่ ‘กุบไลข่าน’ ยกทัพนำชาวมองโกลบุกจีนแผ่นดินใหญ่  ทำให้ชาวจีนหลายกลุ่มรวมตัวกันเพื่อหวังกอบกู้แผ่นดินกลับคืน จึงออกอุบายทำขนมเปี๊ยะไหว้พระจันทร์ โดยสอดไส้ข้อความลับที่ระบุว่า ‘15 ค่ำเดือน 8 สังหารมองโกล’ แล้วนำไปแจกชาวบ้านเพื่อให้ร่วมมือกันโค่นล้มชาวมองโกล ซึ่งขนมไหว้พระจันทร์นี้ชาวมองโกลไม่นิยมกิน จึงทำให้ภารกิจในครั้งนี้ลุล่วงสำเร็จ 

บทบาทของขนมไหว้พระจันทร์

ขนมไหว้พระจันทร์เป็นขนมทำยาก ใช้วัตถุดิบที่มีราคาค่อนข้างสูง เช่น ถั่ว ทุเรียน ไข่ และมีกระบวนการต้องทำไส้ด้วยการกวนอย่างพิถีพิถัน และจะนิยมทำกันอยู่ในช่วง 1-2 เดือนก่อนเทศกาลไหว้พระจันทร์ จะไม่ทำในช่วงอื่นเลย

ตัวขนมไหว้พระจันทร์มีหน้าที่อยู่ 2 อย่าง อย่างแรกคือ เพื่อกินเพื่อไหว้ อย่างที่สองคือ เพื่อเป็นของบรรณาการ ทั้งให้เจ้าและให้คน คนไม่ได้บริโภคมันเพราะตัวขนม แต่คนบริโภคมันด้วยแพ็กเกจจิ้ง ที่สื่อว่ามาจากร้านนี้ร้านนั้นที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับ 

ในอดีต ร้านขายขนมไหว้พระจันทร์จะอยู่แถบเยาวราชแทบทั้งนั้น บางส่วนขยายไปถึงช่วงสีลม การซื้อขนมไหว้พระจันทร์ต้องมาซื้อจากร้านที่ดี เพราะมันคือหน้าคือตา ถ้าซื้อจากร้านที่ไม่มีชื่อเสียงเรียงนามสักเท่าไหร่ แล้วเอาไปให้ใคร เรื่องอร่อยไม่อร่อยเรื่องหนึ่ง แต่ผู้รับอาจคิดว่า เอาขนมจากร้านอะไรมาให้ มันถือเป็นมูลค่าเชิงสัญลักษณ์ของการเลือกอะไรบางอย่างเพื่อให้ มันถูกให้ความหมายผ่านยี่ห้อและแพ็กเกจจิ้ง 

ทุกวันนี้ธนาคารหรือบริษัทที่ยึดถือวัฒนธรรมจีน มักให้ของขวัญในช่วงปีใหม่ และให้ตอนช่วงไหว้พระจันทร์ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการโชว์เพาเวอร์ ว่าสามารถให้สิ่งดีๆ มีมูลค่าแบบนี้ได้ และเป็นช่วงเวลาของการไหว้และคำนับผู้ใหญ่ หรือคนที่เป็นพาร์ทเนอร์ในเชิงธุรกิจ ทั้งอาวุโสและวัยวุฒิพอกัน 

ขนมไหว้พระจันทร์

ความหมายที่ซ่อนอยู่ในขนม

หลังจบพิธีเซ่นไหว้ ครอบครัวจะนำขนมไหว้พระจันทร์มาตัดแบ่งกินด้วยกันเพื่อความเป็นสิริมงคล ถือเป็นเวลาของครอบครัวในการสร้างความสามัคคีกลมเกลียว ทำให้ขนมไหว้พระจันทร์มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า ‘ขนมแห่งความกลมเกลียว’ โดยในปัจจุบันนี้ขนมไหว้พระจันทร์ถูกนำไปดัดแปลงให้มีสีสันสวยงาม สอดไส้ต่างๆ มากมาย และกลายเป็นธุรกิจที่สร้างมูลค่าสูงมากในช่วงเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ของทุกปี 

แบรนด์และร้านค้าชั้นนำมักนิยมทำขนมไหว้พระจันทร์ไส้แปลกใหม่ เช่น ไส้ชาเขียว ไส้ทุเรียน ไส้เกาลัด ไส้เมล็ดธัญพืช ฯลฯ โดยกลุ่มผู้ซื้อขนมไหว้พระจันทร์ จะแบ่งเป็น ‘ผู้ที่ซื้อไปไหว้’ ซึ่งจะซื้อเท่าที่จำเป็นไม่เน้นรูปลักษณ์หรือบรรจุภัณฑ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปไหว้และกินกันในครอบครัว 

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะ ‘ซื้อไปบริโภค’ นิยมรสชาติที่อร่อย แปลกใหม่ น่ารับประทาน และกลุ่มสุดท้ายคือ ‘ซื้อไปเป็นของฝาก’ ส่วนใหญ่บริษัทและห้างร้านมักสั่งทำพิเศษเพื่อใช้เป็นของฝากมอบให้ลูกค้าในองค์กร ราคาสูง และปริมาณในการซื้อก็สูงตาม โดยเน้นรูปลักษณ์และแพ็กเกจที่สวยงาม 

มูลค่าตลาดขนมไหว้พระจันทร์

  • ปี 2556 มูลค่า 750 บาท
  • ปี 2557 มูลค่า 800 บาท
  • ปี 2558 มูลค่า 840 บาท
  • ปี 2559 มูลค่า 900 บาท
  • ปี 2560 มูลค่า 900 บาท
  • ปี 2561 มูลค่า 930 บาท
  • ปี 2562 มูลค่า 950 บาท

*ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย

อย่างไรก็ตาม บทบาทของ ‘ขนมไหว้พระจันทร์’ ในปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเพียงเท่านั้น แต่ยังปรับเปลี่ยนเป็นสินค้าสำคัญที่มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างมูลค่าทางการตลาดในช่วงเทศกาลเช่นนี้อีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: อาจารย์คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์ อาจารย์พิเศษโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 



Advertising