กินดื่ม

ข้าวตัง เมนู Zero Waste แบบไทยๆ

Published 23 ม.ค. 2019

By สิทธิโชค ศรีโช

Rice-Cracker-tasty-Rabbit-Today-banner

หลายปีมานี้หลายเวทีของโลก ต่างพูดถึงเทรนด์การพัฒนาโลกอย่าง ‘Zero Waste’ กันมากขึ้น เพราะทุกวันนี้ขยะแทบจะล้นโลก ก่อให้เกิดมลพิษหลายทาง ทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดโรคภัยอีกนานาสารพัด ต้นขั้วของปัญหาก็ไม่ใช่ใครอื่น พวกเรานี้เองที่บางครั้งก็ใช้ทรัพยากรไปแบบเปล่าเปลือง โดยหลงลืมถึงผลกระทบที่จะตามมา 

ด้วยเหตุนี้ปรัชญา Zero Waste จึงถูกคิดวางขึ้นมา เพื่อให้ใช้เป็นหลักคิดเพื่อส่งเสริมหมุนเวียนทรัพยากร ให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ โดยไม่เหลือทิ้งหรือเหลือน้อยที่สุด เอาเป็นว่าสรุปง่ายๆ ไว้ให้คุณรู้จักปรัชญานี้กันว่ามีหลักย่อ 4 ตัว คือ ARRR คือ Avoid เลี่ยงการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดขยะที่ยากต่อการกำจัด Reduce คือ ลดการซื้อ การใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดขยะ Reuse การนำวัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ และสุดท้าย Recycle คือ การนำวัสดุเหลือใช้มาแปรรูปเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่นั่นเอง

คนที่อยู่ในโลกของอาหารการกิน จะรู้ดีว่าขยะที่เหลือจากการเตรียมอาหาร หรือแม้แต่เศษอาหารที่เหลือในแต่ละวันนั้นมหาศาลเพียงใด เหล่าเชฟใจเขียวที่เป็นห่วงโลกก็ได้พยายามน้อมนำเอาหลักของ Zero Waste มาใช้กับการบริหารงานครัวด้วย ซึ่งนอกจากจะดีต่อโลกแล้ว ยังประหยัดต้นทุนก่อเกิดกำไรได้อีกไม่น้อย

หากจะว่าไป จริงๆ แล้วคนไทยสมัยก่อนท่านก็ประหยัดมัธยัสถ์เชียว หรือจะกล่าวว่าในความเป็นไทยมีปรัชญา Zero Waste แฝงอยู่แล้วในทีก็ไม่ผิด เพราะสะท้อนออกมาในวัฒนธรรมการกิน ซึ่งมีหลากหลายเมนูที่แม่ครัวประจำบ้านพยายามนำของเหลือที่จริงๆ จะทิ้งก็ได้ มาปรับแต่งให้เป็นของกินแบบใหม่ขึ้นมา แต่ที่เห็นได้ชัดมากๆ สำหรับฉัน คือ ข้าวตัง

ข้าวตัง เมนู Zero Waste แบบไทยๆ,กินดื่ม,Rabbit Today

สมัยที่เรายังไม่มีหม้อหุงข้าวใช้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่คนไทยยังอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ รวมไปถึงบางบ้านอาจมีบ่าวไพร่อีกมากโข การหุงข้าวเลี้ยงคนต้องทำทีปริมาณมากๆ จึงเปลี่ยนภาชนะจากหม้อดินมาเป็นกระทะใบบัว ผลพวงที่ได้คือจะมีข้าวบางส่วนที่สัมผัสกับผิวกระทะโดยตรง เกิดเกรียมติดก้นกระทะเป็นแผ่น เรียกข้าวส่วนนี้ว่า ‘ข้าวตัง’

ข้าวตัง ของเหลือติดก้นกระทะ แต่มีดีในตัว กล่าวคือ มีกลิ่นไหม้อ่อนๆ ถือเป็นกลิ่นหอม และติดกันเป็นแผ่นดี เมื่อนำมาผนวกกับความเสียดายของ ไม่กินทิ้งกินขว้าง และเคารพข้าวของคนไทยก็ทำให้ก่อเกิดสารพัดเมนูจากข้าวตังขึ้นมากมาย เริ่มจากเครื่องดื่มอย่าง น้ำข้าวตัง ทำง่ายๆ โดยต้มน้ำให้เดือด ใส่ข้าวตังลงไปต้มสัก 10 นาที แล้วกรองออก ก่อนเติมน้ำตาลทรายตามต้องการ จะดื่มเป็นเครื่องดื่มร้อนหรือเย็นก็ได้ ว่ากันว่าน้ำข้าวตังนี้ ช่วยดับกระหายได้ดี แถมยังช่วยกระตุ้นให้เกิดน้ำย่อยได้ด้วย

ต่อจากเครื่องดื่มก็มาเป็นกลุ่มอาหารที่เด่นที่สุด นั่นก็คือ ของว่าง ซึ่งข้าวตังนั้นถูกนำไปทำเป็นหลากหลายเมนู เริ่มจากเมนูสุดคลาสสิกอย่างข้าวตังโรยมะพร้าวขูดงาคั่วและน้ำตาลทราย วิธีทำก็ให้นำแผ่นข้าวตังไปย่างไฟอ่อนต่อให้แห้งกรอบดี หรือถ้าจะทำอย่างสมัยใหม่ก็ตากแห้งแล้วนำไปทอดจนพอง จากนั้นก็กินกับมะพร้าวทึนทึกขูดฝอย คลุกเกลือพอให้เค็มปะแล่ม งาขาวคั่ว น้ำตาลทราย รสชาติก็จะออกมัน หวาน เค็ม ผสานสัมผัสกรอบๆ ของข้าวตัง เพลินเกินห้ามใจมากๆ 
ของว่างอย่างข้าวตังหน้าตั้ง ก็เป็นที่นิยมจนมีระบุไว้ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6  ว่า “ข้าวตังกรอบถนัด น้ำพริกผัดละเลงทา ข้าวตังปิ้งใหม่มา จิ้มหน้าตั้งทั้งเค็มมัน”

ตัวหน้าตั้งนี้ สำคัญว่าต้องข้นสักหน่อย อย่าให้เหลว เพราะไม่งั้นเวลากินจะไม่ติดข้าวตัง โดยรสชาติหน้าตั้งกินกับข้าวตังนั้นต้องให้หวานเค็มเท่าๆ กัน และรสเข้มสักนิดจะกินกับข้าวตังได้พอดี วิธีทำก็โขลกสามเกลือ (รากผักชี กระเทียม พริกไทยขาว) นำไปละลายกับหางกะทิเล็กน้อยพอหอมแล้ว ใส่กุ้งสับ หมูสับ ลงไปรวนจนสุก แล้วจึงเติมหัวกะทิข้นๆ ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย เกลือ ชิมรสดูได้ที่แล้วก็ใส่กระเทียมไทยกลีบเล็กซอยบางลงไป คนพอสุก ตักใส่ถ้วยโรยพริกชี้ฟ้าแดงซอย ผักชีซอย และถั่วลิสงคั่วสุกซอย กินกับแผ่นข้าวตังทอด รับประกันว่าอร่อยลืมอิ่ม

นอกจากนี้ยังมีข้าวตังเมี่ยงลาว ที่นำแผ่นข้าวตังทอด มากินคู่กับใบเมี่ยงห่อใส้ (ใบชาหมักของคนภาคเหนือ) โดยไส้ทำจากหมูต้มหั่นละเอียด กุ้งแห้งป่น กากหมูเจียวสับ หอมเจียว กระเทียมเจียว ขิงสับ ถั่วลิสงบุบพอแหลก ร่อนผงถั่วเล็กๆ ทิ้ง โดยวิธีทำให้นำน้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก น้ำปลา เคี่ยวรวมกันจนเหนียว แล้วใส่ทุกอย่างลงไป โดยให้ใส่ถั่วลิสงคั่วบุบลงเป็นสิ่งสุดท้าย ผัดพอปั้นได้ ก็ปั้นเป็นก้อนกลมๆ แล้วห่อด้วยใบเมี่ยงหรือใบผักกาดดอง กินกับข้าวตัง แนมพริกขี้หนูสวน
ส่วนในสำรับคาว ข้าวตังเองก็เคยได้ไปชูคออยู่บนสำรับบ้างนั่นก็คือ นำเจ้าแผ่นข้าวตังไปย่าง แล้ววางคู่กับแกงเขียวหวาน กินไปด้วยกัน 

เดี๋ยวนี้ ข้าวตังแผ่นปรุงรส กลายเป็นขนมที่หลายคนชื่นชอบ ฉันเองก็ชอบกินข้าวตังหน้าหมูหยองที่วางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต หรือข้าวตังเคลือบน้ำปรุงรสเหนียวๆ โรยกุ้งแห้ง และผักชี ที่เคยกินตอนไปเที่ยวเมืองจันทบุรี ต่างก็แต่ว่าข้าวตังเดี๋ยวนี้ไม่ได้มาจากข้าวติดก้นหม้ออีกแล้ว อย่างไรก็ดีถึงข้าวตังวันนี้จะไร้กลิ่นเกรียมไหม้บนแผ่นข้าวตังยุคเก่า แต่มันก็ยังสามารถสะกิดใจเราให้นึกถึงอุปนิสัยที่รู้จักคุณค่าของข้าวซึ่งคนโบราณปฏิบัติเป็นประจำ หากคนรุ่นใหม่อย่างเราจะน้อมนำมาใช้บ้าง ก็เห็นจะมีแต่ผลดีที่เกิดขึ้นแถมยังไม่ตกเทรนด์ด้วยนะคุณ



Advertising