กินดื่ม

ซิงเกิ้ล มอลต์

Published 31 ก.ค. 2018

By ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Single-Malt-Tasty-Rabbit-Today-Banner

กระแสของ ‘ซิงเกิ้ล มอลต์’ (Single Malt) ในบ้านเรา เริ่มขยับตัวเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา 

หลังปล่อยให้ ‘เบลนเดด วิสกี้’ (Blended Whisky) ยึดพื้นที่มายาวนาน มีส่วนแบ่งให้กับ ‘มอลต์ วิสกี้’ (Malt Whisky) น้อยมาก ขณะที่ ‘ซิงเกิ้ล มอลต์’ เป็นเพียงจุดเล็กๆ เท่านั้น

ปัจจุบันอาจจะเรียกได้ว่า ‘ยุคทอง ของซิงเกิ้ล มอลต์’ เพราะมีมากมายหลายเกรด ขณะเดียวกันก็มีผู้ใจกล้านำเข้าซิงเกิ้ล มอลต์ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญคนรุ่นใหม่มีความรู้และรู้จักเลือกมากขึ้น 

‘ซิงเกิ้ล มอลต์’ (Single Malt) เป็นถ้อยคำที่หลายคนยังสงสัยหรือสับสนกันเยอะ จริงๆ ต้องแยกเป็น 2 คำ 2 ความหมาย และมีความสำคัญทั้งคู่คือ

‘Single’ หมายความว่าทุกหยาดหยดของวิสกี้ในขวดนั้น ต้องมาจากโรงกลั่นเดียว (Single Distillery) เท่านั้น ถ้าผสมกันหลายโรงกลั่นจะเรียกว่า Blended Malt, Vatted Malt หรือ Pure Malt เป็นต้น

‘Malt’ หมายความว่าวิสกี้ในขวดนั้นต้องทำจากมอลเต็ด (Malted = กระบวนการทำให้ข้าวงอก รายละเอียดของขั้นตอนจะกล่าวถึงในตอนต่อๆ ไป) ของข้าวบาร์เลย์ (Barley) เท่านั้น ถ้าเป็นมอลต์ วิสกี้ ทั่วไปสามารถทำจากธัญพืชอื่นได้ เช่น ไรย์ (Rye) สาลี (Wheat) รวมทั้งบาร์เลย์ (Barley)

ซิงเกิ้ล มอลต์ มีการผลิตกันทั่วโลก แต่ตำนานและความขลังอยู่ที่สก็อตแลนด์ ดังนั้น ของจริงข้างขวดต้องมีคำว่า ‘Single Malt Scotch Whisky’ หมายความว่าต้องทำจาก Malted Barley ล้วนๆ (เติมคาราเมลแต่งสีได้) ต้องกลั่นแบบ 2 ครั้งหรือแบบกลั่นทับ (Pot Still) อันเป็นวิธีกลั่นที่จะสงวนกลิ่น

รสของมอลต์เอาไว้ได้ดีที่สุด จากนั้นต้องบ่มในถังไม้โอ๊คอย่างน้อย 3 ปี (ส่วนใหญ่บ่มนานกว่านี้) และถังโอ๊คนั้นต้องมีความจุเกิน 700 ลิตร เป็นต้น

อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญก็คือกลิ่น (Aroma) รสชาติ (Flavour) และความยาวในตอนจบ  (Finish) ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับ ‘แหล่งผลิต’ (Region) โดย Single Malt Whisky มีวิธีการแบ่งคล้ายๆ กับไวน์ในเรื่องของแหล่งผลิต (Region) แต่ละเขตจะมีรสชาติ คุณลักษณะ (Character) และสไตล์ (Style) ต่างกัน สกอตแลนด์มี 5 เขตใหญ่ๆ ที่มีกฎหมายคุ้มครองและปกป้องการผลิตอย่างเคร่งครัดคือ

  1. โลว์แลนด์ (Lowlands): รสชาติ นุ่มๆ เบาๆ หอมกรุ่นๆ ไม่จัดจ้าน
  2. ไฮจ์แลนด์ (Highlands): รสชาติต่างกัน เช่น ทางด้านตะวันตกรสชาติดรายมาก เค็มปนขม พร้อมกลิ่นควันไฟ ทางเหนือรสชาติเข้มข้น สไปซี่เฮิร์บ และเค็มนิดๆ ทางตะวันออกถึงตอนใต้ รสชาติออกไปทางฟรุตตี้ น้ำผึ้ง และไซรับ
  3. สเปย์ไซด์ (Speyside): รสชาตินุ่มลึก กลมกล่อม หอมหวาน มีกลิ่นน้ำผึ้งและดอกไม้ที่โดดเด่น มิเนอรัล และฟรุตตี้
  4. อายเลย์ (Islay): มีกลิ่นควันไฟค่อนข้างแรง เนื่องจากมีการบ่มด้วยถ่านไม้พีท (Peat) กลิ่นไอโอดีน สาหร่ายทะเล และเกลือ
  5. แคมป์เบลทาวน์ (Campbeltown): รสชาติหนักแน่น ควันไฟ สไปซี่ สาหร่ายทะเล เค็มๆ เป็นต้น 

เรื่องราวของ ‘ซิงเกิ้ล มอลต์’ ยังมีอีกมากมาย ค่อยๆ รินทีละน้อยๆ...

ประการสำคัญ...ดื่มด้วยความรับผิดชอบ...หรือ...เมาไม่ขับ กลับบีทีเอส...



Advertising