กินดื่ม

ขนมจากข้าวตำของไทย ที่ไม่ดังเหมือนโมจิ

Published 31 ก.ค. 2018

By สิทธิโชค ศรีโช

thai-snack-from-sticky-rice-news-beat-Rabbit-Today-banner

ฉันยอมรับว่ารู้จักชื่อโมจิครั้งแรก ก็จากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องอิคคิวซัง ต่อมาก็โดราเอม่อน เพราะเด็กบ้านอย่างฉันมันก็เกินจะจินตนาการว่าโมจินั้นหน้าตาจริงๆ เป็นอย่างไร

ต่อมาเวลามีญาติไปเยือนเมืองเหนือ ขากลับเขาจะซื้อขนมก้อนกลมๆ ห่อไส้ถั่วกวน มีเชอร์รี่เชื่อมสีแดงแปะตรงกลาง จากจังหวัดนครสวรรค์ ใช้ชื่อว่า โมจิ ฉันก็เลยทึกทักเอาว่า อ้อ! นี่เองคือโมจิญี่ปุ่น

กว่าจะมารู้ความจริงว่าโมจิแท้ๆ หน้าตาเป็นอย่างไร ก็ตอนมาทำงานเป็นนักข่าวสายอาหารในกรุงเทพฯ ซึ่งมีร้านสุกียากี้ญี่ปุ่นในย่านสีลมเพิ่งเปิดร้านใหม่ เลยได้รับเทียบเชิญไปร่วมงาน งานพิธีเปิดวันนั้นเจ้าของร้านเลือกตำขนมโมจิสดๆ ให้แขกเหรื่อได้ชิมกัน เป็นนัยว่าจะได้มีมิตรภาพเหนียวแน่น แน่นแฟ้นเหมือนอย่างเนื้อขนม 

ข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ ถูกโยนลงครก ตำด้วยสากไม้สลับกับการใช้ไม้พายพลิกข้าว ไม่นานข้าวก็เนียนหนืดเหนียว คนพลิกข้าวจะเอาน้ำมันมาทามือบางๆ แล้วหยิบโมจิมาปั้นเป็นก้อนส่งให้แขกที่มางานรับประทานกันสดๆ ส่วนหนึ่งนำไปห่อไส้ถั่วแดงกวน อีกส่วนทาซอสโชยุก่อนนำไปย่างเป็นการเปิดเตาสุกี้ โมจิย่าง แล้วอีกส่วนใส่ลงในซุปถั่วแดง สัมผัสของขนมโมจิเวลากัดแล้วมันจะเหนียวๆ ยืดๆ ตรงนี้แหละที่ทำให้ฉันร้องอ๋อ ว่าที่แท้ โมจิของจริงมันก็คล้ายกับขนมพื้นบ้านของเราตั้งหลายชนิด

ขนมจากข้าวตำของไทย ที่ไม่ดังเหมือนโมจิ,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

บ้านเราก็มีขนมทำจากข้าวเหนียวตำเช่นเดียวกับโมจิมากมายหลายแบบ อย่างครั้งหนึ่งฉันไปเยือนจังหวัดกาญจนบุรี ในเขต อ.ทองผาภูมิ ได้ลิ้มลองขนมของชาวกะเหรี่ยง ทำจากข้าวเหนียวนึ่งตำกับงาดำในครกกระเดื่องจนเนียนละเอียด ก่อนนำมาเทขึ้นรูปในถาด พักให้เซตตัวแข็งขึ้น ซึ่งชาวกะเหรี่ยงสมัยใหม่ใช้วิธีใส่แช่ตู้เย็นไว้ 1 คืน ก่อนนำมีดคมหยักมาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมผืนผ้า คล้ายเฟรนช์ฟรายด์แต่สั้นกว่า แล้วนำไปทอดจนผิวนอกกรอบ กินจิ้มกับน้ำผึ้งตามดั้งเดิม หรือประยุกต์กินกับนมข้นตอนเช้า เรียกว่า ‘ขนมทองโยะ’ แปลว่า ‘ขนมทองเยอะ’ ถือเป็นขนมชื่อมงคลของคนทางนี้

ส่วนใครชื่นชอบเนื้อสัมผัสนิ่มๆ ของขนมข้าวตำอย่างโมจิสด บ้านเรายังมีขนมที่คล้ายกัน ทั้ง ‘ข้าวหนุกงา’ หรือ ‘ข้าวปุกงา’ ของภาคเหนือ ทำจากงาขี้ม่อนโขลกกับเกลือจนละเอียด แล้วใส่ข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ ลงไปโขลกคลุกกัน กินเป็นของว่าง บางที่จะโขลกจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำไปแผ่เป็นแผ่นบนใบตอง ผึ่งให้หมาด แล้วนำไปย่างให้พอง โรยน้ำตาลอ้อยตำผสมกับงาขี้ม่อน นิยมทำกินหลังฤดูเก็บเกี่ยวข้าวช่วงฤดูหนาว 

ขนมจากข้าวตำของไทย ที่ไม่ดังเหมือนโมจิ,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

ข้าวหนุกงาที่กล่าวมาแบบแรก ยังมีวิธีทำเหมือนกันกับ ข้าวแดกงา ของภาคอีสาน โดยในเขต จ.เลย ข้าวแดกงาถือเป็นขนมโบราณ เขาจะใช้งาที่มีเมล็ดกลมเหมือนอย่างงาขี้ม่อนของภาคเหนือ แต่ทางเลยเรียกว่า ‘งาเจียง’ ข้าวแดกงายังเป็นชื่อขนมโบราณของจังหวัดพิษณุโลกอีกด้วย วิธีทำตัวขนมก็เหมือนกัน เพียงแต่เปลี่ยนมาใช้งาดำ และตำจนเนียนละเอียด จากนั้นปั้นเป็นแผ่นพอดีคำ ห่อไส้ทำจากมะพร้าวทึนทึก กวนคล้ายไส้ขนมต้ม แล้วรับประทานทันที หรือจะนำไปปิ้งผิงไฟให้ด้านนอกสุกอีกรอบ ก็จะช่วยให้เก็บขนมได้นานขึ้น   

ขนมจากข้าวตำของไทย ที่ไม่ดังเหมือนโมจิ,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

นอกจากนี้บ้านเรายังมีขนมจากข้าวตำอีกชนิดที่สมัยเป็นเด็กผู้เขียนชื่นชอบมาก นั่นก็คือ ‘ข้าวเกรียบว่าว’  ข้าวเกรียบว่าวนั้นทำจากข้าวเหนียวนึ่งมาตำกับน้ำตาล โดยน้ำตาลที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค หากเป็นข้าวเกรียบว่าวจากภาคเหนือก็จะตำกับน้ำตาลอ้อยก้อน ของภาคกลางแถบสิงห์บุรี จะตำกับน้ำตาลปี๊บเนื้อหนึ่ง ส่วนข้าวเกรียบว่าวของภาคอีสานจะใช้หัวของต้นกระพังโหม หรือต้นตดหมูตดหมา ซึ่งใบมีกลิ่นเหม็น แต่ส่วนหัวจะมีรสหวานธรรมชาติ และไม่มีกลิ่น 

ขนมจากข้าวตำของไทย ที่ไม่ดังเหมือนโมจิ,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

เวลาตำก็ต้องตำในครกไม้ ใช้สากไม้ และมีไม้พายพลิกข้าวอย่างขนมโมจิเป๊ะ แต่จะนำสากไปชุบกับน้ำแช่ข้าวเหนียวที่รินเก็บไว้เพื่อป้องกันข้าวติด ตำจนแป้งเหนียวเหลวหนืด จากนั้นให้นำไข่แดงของไข่เป็ดต้มสุกมายีกับน้ำมันมะพร้าว ทาด้านในกระติบข้าวก่อนใส่ข้าวที่ตำแล้วลงไป ที่ต้องใส่ลงในภาชนะมีฝาปิดก็เพื่อป้องกันเนื้อขนมแห้ง ส่วนไข่แดงต้มสุกยีกับน้ำมันมะพร้าวนี้ป้องกันแป้งเหนียวติดกล่องข้าว ทีนี้ก็ใช้ไข่แดงที่ยีไว้กับน้ำมันมะพร้าวมาทามือ แล้วแบ่งดึงแป้งออกมาเป็นก้อน วางลงบนถุงพลาสติกขุ่นประกบบนล่าง แล้วใช้ไม้คลึงเป็นแผ่นกลมแบน ก่อนเปิดพลาสติกออกแล้วนำชิ้นขนมไปวางบนเสื่อ หรือกระด้ง ตากจนหมาดจวนแห้ง จึงนำมาย่างบนเตาถ่านให้พองกรอบ เคี้ยวเพลินทีเดียว 

เห็นไหมว่า บ้านเรามีทางเลือกขนมทำจากข้าวตำตั้งมากมายหลายชนิด แต่ทำไมหนอชื่อขนมเหล่านี้กลับไม่ขจรไกลไปอย่าง ‘โมจิ’ ของญี่ปุ่น อย่าว่าแต่ให้คนต่างชาติรู้จักเลย ถามคนไทยด้วยกันดูบางคนยังไม่รู้จักด้วยซ้ำ ผู้เขียนคิดว่าที่ขนมโมจิของญี่ปุ่นรู้จักในวงกว้าง หาใช่เพราะความอร่อยของมัน แต่มาจากความเป็นชาตินิยมของชาวญี่ปุ่น ที่รัก หวงแหนในวัฒนธรรมของชาติ และภูมิใจที่จะบริโภค ตลอดจนเผยแผ่อัตลักษณ์ของชาติตนให้ทั่วโลกรู้จักต่างหาก 

จะว่าไป ขนมข้าวตำของไทยที่ผู้เขียนกล่าวมา ถ้าวัดเรื่องความอร่อย เราสู้ได้สบาย แต่ที่ยังดังสู้เขาไม่ได้คือเรื่องอะไร ก็ลองถามใจคุณดูแล้วกัน


AUTHOR :

สิทธิโชค ศรีโช
สิทธิโชค ศรีโช
หนุ่มอีสาน อดีต Food Editor นิตยสารอาหารและสุขภาพชื่อดังระดับประเทศ ผู้หลงรักในการเกษตรกรรม Rabbit Today ดีใจที่ได้เขามาแชร์เรื่องราวของวิถีอาหารไทยที่บางครั้งคนกรุงอย่างเราก็หลงลืม ติดตามผลงานของเขาได้ในคอลัมน์กินดื่ม

Advertising