กินดื่ม

ไวน์ เทสติ้ง

Published 18 ธ.ค. 2018

By ธวัชชัย เทพพิทักษ์

Wine-Tasting-tasty-Rabbit-Today-banner

‘การชิมไวน์’ หรือ ‘ไวน์ติ้ง’ (Wine Tasting) เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ นอกจากนั้นยังต้องมี ‘ประสบการณ์’ ซึ่งอย่างหลังนี้ผมถือว่าสำคัญมาก ขณะที่ปัจจุบันอาจจะต้องเพิ่มเรื่องของเทคโนโลยีเข้าไปด้วย

นักชิมไวน์มืออาชีพใช้เวลาในการชิมไวน์ 1 แก้ว ในเวลาประมาณ 1-2 นาที ก็สามารถรู้ข้อมูลของไวน์ตัวนั้นได้เป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลิ่นต่างๆ ที่อยู่ในไวน์ ซึ่งเชื่อว่าหลายท่านที่ได้รับเชิญไปในงานชิมไวน์ต่างๆ คงเคยได้ยินนักชิมไวน์พูดว่าไวน์ตัวนี้มีกลิ่นโน้น กลิ่นนี้ สารพัด ขณะที่เราดมอย่างไรก็ไม่ได้เหมือนเขา

เรื่องนี้ไม่ต้องไปกังวลว่าจะดมไม่ได้อย่างเขา เพราะสิ่งสำคัญก็คือประสาทการรับรสของแต่ละคนไม่เหมือนกันและไม่เท่ากัน เราดมได้อย่างไรก็คือสิ่งที่เป็นประสาทการรับรสของเรา แต่ถ้าจะดมให้ได้อย่างนักชิมไวน์มืออาชีพ ก็ต้องใช้ ‘ประสบการณ์’ เพิ่มเติมเข้ามา ขณะที่ ‘พรสวรรค์’ เป็นตัวช่วยเพื่อให้ได้กลิ่น (Aroma) ต่างๆ จากไวน์

กลิ่นของไวน์ สามารถแบ่งออกเป็น 9 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

ไวน์ เทสติ้ง,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

1. กลิ่นสัตว์ (Animal Scents) ส่วนใหญ่เป็นกลิ่นของสัตว์ใหญ่ รวมทั้งสัตว์ป่า และสัตว์เลี้ยง เช่น วัว กวาง ช้าง แกะ ฯลฯ ถือเป็นกลิ่นแคลซสิก มีเฉพาะในไวน์ชั้นดีเท่านั้น

ไวน์ เทสติ้ง,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

2. กลิ่นยางไม้ (Balsamic Aromas) เช่น ยางสน วานิลลา เป็นต้น ถือเป็นกลิ่นที่แคลซสิกเช่นกัน

ไวน์ เทสติ้ง,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

3. กลิ่นเนื้อไม้ (Woody Aroma) เช่น โอ๊กใหม่ โอ๊กเก่า ไม้คอร์ก และยาสูบ ฯลฯ กลิ่นพวกนี้จะบ่งบอกถึงอายุของไวน์แดง 

ไวน์ เทสติ้ง,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

4. กลิ่นทางเคมี (Chemical Odors) เช่น ยีสต์ เยี่ยวแมว กรด เปรี้ยว เหม็นเน่า ฯลฯ  กลิ่นพวกนี้พบในไวน์ราคาถูก

ไวน์ เทสติ้ง,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

5. กลิ่นเครื่องเทศ (Spicy Aroma) มีหลายอย่าง เช่น พริกไทย มิ้นต์ กานพลู อบเชย จันทน์เทศ ขิง และกลิ่นเห็ดดำ เป็นต้น พบในไวน์ที่ส่วนใหญ่ทำจากองุ่นแคลซสิกของยุโรป

ไวน์ เทสติ้ง,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

6. กลิ่นจำเพาะ (Specific Aromas) เช่น ควันไฟ ช็อกโกแลต โกโก้ ดิน แร่ธาตุใต้พิภพ มิเนอรัล ฯลฯ 

ไวน์ เทสติ้ง,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

7. กลิ่นบุปผชาติ (Floral Aromas) เช่น ดอกไม้ทุกชนิด ดอกไวโอเลต ดอกกุหลาบ ดอกอะคาเซีย ดอกปีบ ดอกมะลิ ดอกส้ม ฯลฯ

ไวน์ เทสติ้ง,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

8. กลิ่นผลไม้ (Fruity Aromas) เช่น มะนาว แอปเปิ้ล สับปะรด ลิ้นจี่ ฝรั่งสุก  แบล็กเชอร์รี พลัม พรุน แบล็กเคอร์แรนต์ แบล็กเบอร์รี ฯลฯ 

ไวน์ เทสติ้ง,กินดื่มเที่ยว,Rabbit Today

9. กลิ่นผักและกลิ่นสมุนไพรต่างๆ (Vegetal & Herbal) เช่น หญ้าสด มะเขือเทศ กล้วย แอสพารากัส ตะไคร้ เป็นต้น

นั่นคือกลิ่นหลักๆ ที่มีอยู่ในไวน์ เป็นกลิ่นที่ไม่มีการเติมแต่งอย่างเด็ดขาด ทุกอย่างได้มาจากธรรมชาติ สภาพดินฟ้าอากาศของแต่ละพื้นที่ และพันธุ์องุ่น ฯลฯ อยากจะรู้มาก รู้ลึก ต้อง ‘ชิมบ่อยๆ และจดจำ’



Advertising