เทคโนโลยี

10 อันดับ Supercomputer

Published 21 พ.ย. 2018

By นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา

10-Supercomputer-tech-toys-Rabbit-Today-banner

ประสิทธิภาพด้านการคำนวณของคอมพิวเตอร์นั้นมีหน่วยวัด คือ FLOPS หรือ Floating Point Operations Per Second

ซึ่งเครื่องคิดเลขระดับง่ายๆ ทั่วไปนั้นอยู่ที่ระดับ 10 FLOPS แต่สำหรับ Supercomputer นั้นอยู่ที่ระดับ PFLOS คือ 10,000,000,000,000,000 หรือ 10 แล้วตามด้วย 0 อีก 15 ตัว เร็วกว่าเครื่องคิดเลขถึง ‘พันล้านล้าน’ เท่า

นานกว่า 2 ปี ที่จีนยึดครองตำแหน่งจ้าวแห่ง Supercomputer ที่เร็วที่สุดในโลกด้วย Sunway TaihuLight ซึ่งตั้งอยู่ที่ National Supercomputing Center ที่เมือง Wuxi ทำการคำนวณในงานวิจัยด้านวิศวกรรม ภูมิอากาศ จนถึงการผลิตขั้นสูงทางอุตสาหกรรม

10 อันดับ Supercomputer,เทคโนโลยี,Rabbit Today

นอกจากได้ชื่อว่าเร็วที่สุดในโลกแล้ว Sunway TaihuLight ก็ยังเป็น Supercomputer ที่ใช้ Shenwei Processor ของจีนเอง ซึ่งมีจำนวน Processor Core ถึง 10,649,600 มี Max Performance 93PFLOPS และหน่วยความจำขนาด 1.3PB ใช้กำลังไฟ 15,371 kW

กระทั่งล่าสุด สหรัฐฯ ก็ทวงแชมป์คืนในเดือนพฤศจิกายน 2561 เมื่อ Summit ซึ่งผลิตโดย IBM ตั้งอยู่ที่ Oak Ridge National Laboratory (ORNL) เพื่อใช้คำนวณด้านวัสดุศาสตร์ การแพทย์ และพลังงานนิวเคลียร์ ให้กับกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ขึ้นแท่นกลายเป็น Supercomputer ที่เร็วที่สุดในโลก

10 อันดับ Supercomputer,เทคโนโลยี,Rabbit Today

Summit มีจำนวน Processor Cores เพียง 2,397,824 แต่มีความเร็วถึง 143.5PFLOPS มากกว่า Sunway TaihuLight แชมป์เก่าของจีนถึง 54% และมีหน่วยความจำ 2.8PB มากกว่าของจีนถึง 2 เท่ากว่า แต่ใช้กำลังไฟเพียง 9,783 kW เท่านั้น

นอกจาก Summit แล้ว Sierra ซึ่งผลิตโดย IBM เช่นกัน ก็ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยจำนวน Processor Core 1,572,480 ความเร็ว 94.6PFLOPS หน่วยความจำขนาด 1.4PB ตั้งอยู่ที่ Lawrence Livermore National Laboratory ในแคลิฟอร์เนีย ใช้คำนวณด้านการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์

Sunway TaihuLight แชมป์เก่าของจีนจึงหล่นลงมาเป็นอันดับ 3

10 อันดับ Supercomputer,เทคโนโลยี,Rabbit Today

อันดับ 4 คือ Tianhe-2 ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของจีนอีกเช่นกัน ตั้งอยู่ที่ National Supercoputer Center ในเมืองกวางเจา ความเร็ว 61.4PFLOPS 

4 อันดับแรกนั้นถือว่าเป็นระดับ Top ด้วยความเร็วที่ทิ้งห่างอันดับต่อๆ มา คือ

อันดับ 5 คือ Piz Daint ของสวิตเซอร์แลนด์ ความเร็ว 21.2 PFLOPS ใช้งานด้านวิทยาศาสตร์

อันดับ 6 คือ Trinity ของสหรัฐฯ ความเร็ว 20.2 PFLOPS ใช้ทดสอบขีปนาวุธนิวเคลียร์

อันดับ 7 คือ ABCI ของญี่ปุ่น ความเร็ว 19.8 PFLOPS ใช้งานด้านการวิจัย AI

อันดับ 8 คือ SuperMUC-NG ของสหภาพยุโรป ความเร็ว 19.4 PFLOPS ใช้งานด้านวิทยาศาสตร์

อันดับ 9 คือ Titan ของสหรัฐฯ ความเร็ว 17.6 PFLOPS ใช้งานด้านวิทยาศาสตร์

อันดับ 10 คือ Sequoia ของสหรัฐฯ ความเร็ว 17.2 PFLOPS ใช้งานด้านดาราศาสตร์

มองดูแล้วก็คงมีแต่จีนกับสหรัฐฯ ที่สลับกันช่วงชิงสถานะผู้นำด้าน Supercomputer และเราคงต้องดูต่อไปว่า ในอนาคตใครจะโค่นแชมป์หรือรักษาตำแหน่งแชมป์ต่อไป



Advertising