เทคโนโลยี

5G จะเปลี่ยนชีวิตเราไปอย่างไร

Published 24 ธ.ค. 2018

By หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์

5G-tech-toys-Rabbit-Today-banner

ตอนนี้คำว่า 5G เข้ามาแทนที่คำว่า 4G ที่อยู่กับเรามาระยะหนึ่งแล้ว แน่นอนว่า เราเคยคาดหวังกับ 4G เอาไว้สูงมาก ว่ามันจะทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนไป อะไรหลายๆ อย่างจะต้องดีขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมา แต่เท่าที่ผ่านมาก็เชื่อว่าชีวิตของพวกเราก็ยังไม่ค่อยจะตื่นเต้นกันกับ 4G มากเท่าไร แล้วครั้งนี้ 5G จะทำให้เราร้องว้าว...ได้จริงๆ เสียทีหรือเปล่า

 ถ้าตัดเรื่องศัพท์ทางเทคนิคต่างๆ ออกไปให้หมด สรุปสั้นๆ ได้ว่าเรื่องแรกที่จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อชีวิตของพวกเราเข้าสู่ 5G ก็คือความเร็วที่เพิ่มขึ้น งานนี้ไม่ใช่เร็วธรรมดาแต่มันจะเป็นความเร็วในระดับ 10-100 เท่าของปัจจุบันเลยทีเดียว ด้วยความเร็วของเครือข่ายเน็ตเวิร์กขนาดนี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือช่วยเร่งประสิทธิภาพงานด้านไหนบ้าง ต่อจากนี้เป็นสิ่งที่คาดการณ์กันเอาไว้ว่าอะไรที่เคยเป็นแบบครึ่งๆ กลางๆ จะใช้งานกันได้เต็มสูบจริงๆ สักที มาดูกันเลยดีกว่า

เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา

ด้วยความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นของเครือข่าย จะทำให้การศึกษาของเด็กไทยมีช่องว่างลดลงไปอีก เพราะความแรงจะครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น บวกกับความเร็วที่เพิ่มขึ้น ข้อจำกัดเรื่องของสื่อการสอนจะหมดไป เทคโนโลยีอย่าง 3D, VR และ AR จะกลายเป็นเรื่องที่เด็กไทยทั่วประเทศเข้าใช้งานได้อย่างเท่าเทียมกัน

การพัฒนาระบบการเงินเพื่อบริการการเงินอย่างทั่วถึง

การพัฒนาด้านการเงินจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การนำเอาเทคโนโลยี Block Chain เข้ามาใช้กับโลกของการเงินทำได้ทั่วถึงมากขึ้นและเร็วขึ้นตามประสิทธิภาพของระบบเครือข่ายที่เพิ่มเข้ามา การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบทางการเงินจะเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม

การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์

เรื่องนี้เราได้ยินกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่พบว่ายังมีข้อจำกัดอยู่ที่เรื่องของความเร็วของระบบเครือข่าย เพราะถ้าต้นทางมีความเร็วสูงกว่าปลายทาง ประสิทธิภาพในการทำงานก็ดร็อปลง ทำให้การผ่าตัดจากทีมแพทย์ที่อยู่ในประเทศต่างๆ ไม่ได้ผลเท่าที่ควร แต่ด้วยความเร็วของ 5G โรงพยาบาลทุกแห่งในไทยจะสามารถทำงานร่วมกับทีมแพทย์ระดับโลกได้อย่างทั่วถึง

ระบบการขนส่งยานยนต์อัจฉริยะ

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้การทำงานของรถไร้คนขับยังไม่สามารถทำงานได้ดีพอก็คือ เรื่องความเร็วของเครือข่าย ด้วยความเร็วของ 4G ยังไม่สามารถตอบสนองการส่งข้อมูลเพื่อการประมวลผลของบรรดาเซ็นเซอร์รอบตัวรถได้ ทำให้การคาดการณ์การตัดสินใจของรถที่ไร้คนขับยังไม่รวดเร็วพอที่จะนำออกมาใช้บนถนนที่มีการจราจรแออัดมากๆ ได้ แต่ถ้าเป็น 5G คาดกันว่ารถยนต์ไร้คนขับจะสามารถออกมาวิ่งบนถนนได้เร็วขึ้นแน่นอน

เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อกิจการบรรเทาสาธารณภัย

เรื่องการเตือนภัยก็เป็นเรื่องของความเร็ว และความต่อเนื่องของการส่งข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ใช้ในการเตือนภัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแผ่นดินไหว พายุ และสึนามิ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องการความเร็วในการส่งข้อมูล และต้องการความเสถียรของระบบเครือข่าย เพื่อสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และทำการแจ้งการเตือนภัยได้ในเวลาที่เหมาะสม ช่วยลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นได้มาก

Big Data

อันนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ระดับนานาชาติ เพราะการรับและส่งข้อมูลเพื่อนำเอาไปวิเคราะห์ในเรื่องต่างๆ นั้น จะถูกใช้งานจากองค์กรต่างๆ จำนวนมาก ข้อมูลจากทั่วทั้งโลกจะถูกส่งผ่านเครือข่ายอยู่ตลอดเวลา หากระบบเครือข่ายไม่สามารถรองรับปริมาณข้อมูลที่ต้องการได้ ย่อมเกิดความเสียหายกับธุรกิจและทำให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดในหลายๆ เรื่องได้ ยิ่งความต้องการด้าน Big Data เพิ่มขึ้นสูงมากเท่าไร ความเร็วในการรับและส่งข้อมูลก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

จะเห็นว่าเหล่านี้ล้วนแต่เป็นโครงการที่เราคุ้นเคยหรือเคยได้ยินมาแล้วทั้งสิ้น แต่สิ่งหนึ่งที่คอยฉุดรั้งเอาไว้ก็คือเรื่องของประสิทธิภาพของระบบเครือข่ายนั่นเอง เมื่อเข้าสู่ 5G สิ่งต่างๆ ที่กล่าวมาก็จะถูกนำมาใช้งานได้เร็วขึ้น ภายในปีสองปีนี้อะไรหลายอย่างในชีวิตของเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง



Advertising