เทคโนโลยี

เกียร์อัตโนมัติ เรื่องง่าย ไม่อันตราย

Published 2 ต.ค. 2018

By ยุทธพงษ์ ภาษี

Automatic-transmission-tech-toys-Rabbit-Today-banner

เกียร์อัตโนมัติ หรือเกียร์ออโต้ กลายเป็นเกียร์หลักในการขับเคลื่อนรถยนต์ จากเดิมใช้กันในรถบรรทุกขนาดใหญ่ ต่อมานิยมใช้ในรถขนาดเล็กมากที่สุด

ในเมืองไทยต่างไปจากหลายๆ ทวีป ประมาณ 10-15 ปี ก่อนหน้านี้ คำว่ารถเกียร์ออโต้นั้นเป็นคำที่น่ากลัวสำหรับอู่ เพราะซ่อมยาก ส่วนผู้ใช้ก็บอกว่าราคาแพง คำบอกเล่าต่อๆ กันมาก็คือ เกียร์อัตโนมัติขับไม่สนุก ใช้ไม่ทน เชื่อต่อๆ กันมาอีกว่า เกียร์อัตโนมัติเปลืองน้ำมัน 

จนกระทั่งกรุงเทพฯ มีปัญหาจราจรหนักมาก ผู้คนหันมองลักษณะเด่นของเกียร์อัตโนมัติ และสลัด ‘ความกลัว’ ออกไป    ประกอบกับเกียร์อัตโนมัติสมัยใหม่พัฒนา ‘ความอึด’ อัตราเร่งที่ดี และมีความประหยัดมากขึ้น วันนี้แทบหารถยนต์เกียร์ธรรมดาไม่ได้เลยในถนน

สำหรับเกียร์ธรรมดา มีค่ายรถเพียงไม่กี่ค่ายที่ยังขายรถเกียร์ธรรมดาอยู่แต่ก็ไม่ใช่ตัวหลักทำยอดอีกต่อไป ปัจจุบันเกียร์อัตโนมัติมีการใช้ในรถกระบะ รถตู้ มีอัตราทดเกียร์หรือเรียกติดปากว่าสปีด สูงขึ้นจาก 4 เกียร์ หรือ 5 เกียร์ ไปเป็น 8-10 สปีด และอยู่ในกระบะ เช่น ในฟอร์ด เรนเจอร์ และแร็พเตอร์ ที่มีเกียร์อัตโนมัติถึง 10 สปีด

กลไกของเกียร์อัตโนมัติซับซ้อนมากขึ้น ผู้ผลิตมีการพัฒนาระบบควบคุมการทำงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์ หรือพัฒนาระบบภายในจากเฟืองทดธรรมดาเป็นแบบแปรผัน เราเรียกเกียร์แบบนี้ว่า ซีวีที (CVT) เกียร์ชนิดนี้นิยมมากในรถเล็ก แต่ลดความสนุกสนานในการขับขี่ลง ทำให้บางครั้งเกียร์ซีวีทีไม่ตอบโจทย์คนขับรถเท้าหนักเท่าไรนัก แต่ในรถแพงๆ ซีวีทีก็พอได้

เกียร์อัตโนมัติ เรื่องง่าย ไม่อันตราย,เทคโนโลยี,Rabbit Today

นอกจากนี้ยังมีเกียร์กึ่งอัตโนมัติ ที่ควบคุมเกียร์ธรรมดาด้วยระบบไฟฟ้า วิธีการควบคุมเหมือนเกียร์อัตโนมัติ แต่ทำงานแบบเกียร์เฟืองธรรมดาทั่วไป 

เกียร์อัตโนมัติไม่ว่าจะมีพัฒนาไปอย่างไร แต่การขับรถเกียร์อัตโนมัติยังคงหลักการเดิม โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย

P - เกียร์จอด ถ้ารถอยู่ตำแหน่ง P ล้อต้องหยุดสนิทเท่านั้น หากว่าเราเคลื่อนรถในตำแหน่งนี้ เท่ากับเสียหายหรือเรียกว่าเกียร์พัง   

R - เกียร์ถอยหลัง ใช้เมื่อต้องการถอยรถ การเข้าสู่ตำแหน่งเกียร์นี้รถต้องหยุดนิ่ง 100% เช่นกัน ด้วยกลไกของเกียร์เราไม่สามารถเข้าเกียร์ R ได้โดยไม่กดปุ่มปลดล็อกที่คันเกียร์ การเปลี่ยนตำแหน่งจาก R ไปตำแหน่งอื่นๆ รถต้องหยุดนิ่งสนิท จึงจะปลอดภัย

N - เกียร์ว่าง เราสามารถเคลื่อนรถได้ จะลากหรือจะเข็นทำได้เมื่ออยู่ตำแหน่งนี้ การเลือกใช้ก็สามารถเลื่อนคันเกียร์ไปยังตำแหน่ง D ได้โดยไม่ต้องปลดเซฟตี้ล็อกที่คันเกียร์ 

D - เกียร์ขับเคลื่อนเดินหน้า สำหรับการขับไปด้านหน้า เราสามารถเลื่อนคันเกียร์จากตำแหน่งอื่นๆ ไปยัง D ยกเว้น R และ P การใช้เกียร์ D ภายใต้เงื่อนไขปกติ ทางแข็ง ทางแห้ง ระบบจะจัดการเลือกอัตราทดที่ดีที่สุดให้เรา เชื่อเถอะว่า เกียร์มันฉลาดกว่าเรา ถ้าเราใช้ถูก การขับขี่จะราบรื่นและประหยัดน้ำมัน ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์

เกียร์อัตโนมัติ เรื่องง่าย ไม่อันตราย,เทคโนโลยี,Rabbit Today

การสตาร์ตเครื่องยนต์ สำหรับรถเกียร์อัตโนมัติ ตรวจดูว่า ตำแหน่งคันเกียร์อยู่ที่ ‘P’ หรือไม่

หากเป็น เกียร์ไฟฟ้า (เกียร์กึ่งอัตโนมัติ หรือเกียร์อัตโนมัติที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า) ให้เช็กว่า ตำแหน่งแสดง P ที่หน้าจอ หรือไม่ เท้าต้องอยู่ที่แป้นเบรกทุกครั้งและเบรกมือถูกดึงขึ้น เราไม่ต้องเหยียบคันเร่งขณะสตาร์ต การสตาร์ตเครื่องยนต์สำคัญมาก อย่าลืมเข็มขัดนิรภัย ก่อนการบิดกุญแจสตาร์ตทุกครั้ง ในเกียร์อัตโนมัติหากเกียร์อยู่ในตำแหน่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่ ‘P’ เครื่องยนต์ไม่สามารถสตาร์ตได้ (รถบางคันอนุญาตให้สตาร์ตที่เกียร์ N) แต่ทั้งหมดเท้าต้องอยู่ที่แป้นเบรกเสมอ  

เทคนิคง่ายสำหรับความปลอดภัย ตอนออกรถที่ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติระลึกไว้ว่า ‘ความเร็วของรถอยู่ที่แป้นเบรก’ ไม่ใช่คันเร่ง เมื่อรถเคลื่อนตัวแล้วค่อยมาเพิ่มความเร็วด้วยคันเร่ง

อันตรายอีกประการหนึ่งคือ การที่เกียร์ผิดปกติ เช่น เกียร์กระโดดจาก N ไป D เอง ทำให้รถพุ่งไปข้างหน้า ซึ่งโอกาสเกิดน้อยมากหากใช้เกียร์ร่วมกับเบรกมือและซ่อมบำรุงเกียร์อย่างถูกต้อง ระบบได้ออกแบบมาให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแล้ว  

จำไว้ว่า เบรกมือและเบรกเท้าพร้อมๆ กันในการเริ่มต้นสตาร์ตเครื่องยนต์รถเกียร์อัตโนมัติ จะช่วยป้องกันปัญหาจากความผิดพลาดของคนขับหรือจากเกียร์อัตโนมัติได้อย่างดี



Advertising