เทคโนโลยี

สุดยอด 10 รถเปิดประทุน

Published 5 มี.ค. 2019

By ธนา เศรษฐพานิช

Best-convertible-cars-tech-toys-Rabbit-Today-banner

เคยนึกแปลกใจไหมครับว่า ในขณะที่อากาศบ้านเราก็ร้อนมาก แต่ทำไมรถยนต์เปิดประทุนถึงยังขายได้ และยังคงเป็นความฝันของใครอีกหลายคน

นั่นเพราะรถประเภทนี้มันมีเสน่ห์มากๆ ยามได้นั่งอยู่หลังพวงมาลัย การได้เปิดหลังคาออกรับสายลมและแสงแดนอ่อนๆ ในยามเช้า หรือขับดูไฟและดาวยามราตรีอย่างไม่มีอะไรบดบัง แม้จะเป็นความสุขเพียงปีละไม่กี่วัน แต่มันก็คุ้มค่าสำหรับเจ้าของรถ 

Rabbit Today ฉบับนี้จะชวนคุณไปพบกับ 10 ยนตรกรรมเปิดประทุนในดวงใจ

Porsche 718 Boxster

สุดยอด 10 รถเปิดประทุน,เทคโนโลยี,Rabbit Today

ทำไมไม่  911 ล่ะ หลายคนถาม แต่ถ้ามองในความคุ้มค่า 718 Boxster ครบเครื่องกว่าสำหรับรถเปิดประทุน ด้วยเครื่องยนต์รถ 4 สูบ เทอร์โบชาร์จใหม่ 2.5 ลิตร ที่วางกลาง Mid-engined หลังคาผ้าใบ Soft Top เปิดประทุนได้ และแชสซีที่มีความสมดุล ทำให้รถคันนี้ขับสนุก พละกำลัง 300 ถึง 365 แรงม้า ในรุ่น s อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.6 ถึง 5.1 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 275 กม./ชม. เวลาเปิดหลังคาแล้วขับมันเลาะไปตามถนนคดเคี้ยวบนเขานั้น มีความสุขเหนืออื่นใด

Audi TT Roadster

สุดยอด 10 รถเปิดประทุน,เทคโนโลยี,Rabbit Today

ถ้าไม่เจ๋งจริงคงไม่อยู่บนสายพานการผลิตมา 20 ปี จนวันนี้ Audi TT มาถึงรุ่นที่ 3 แล้ว ได้รับการอัปเดตมากมาย โดยเฉพาะรุ่นเปิดประทุนที่ดูสปอร์ตและหรูหรา เครื่องยนต์ที่ทรงพลัง พร้อมระบบ Infotainment สุดเจ๋ง จอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว กับระบบเสียง Bang & Olufsen ไฟหน้าแบบ Matrix LED ล้อขนาด 17-20 นิ้ว เบาะนั่งแบบ 2+2 ที่นั่ง มีพื้นที่ 305 ลิตร เครื่องยนต์ 1.8 ลิตรเบนซิน 178 แรงม้า ไปจนถึงรุ่น RS 395 แรงม้า แล้วแต่เลือกจับคู่กับเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด และทุกรุ่นมีหลังคาผ้าใบเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าที่ทำงานได้รวดเร็วมาก ภายในไม่กี่วินาที  

Mercedes-Benz E-Class Cabriolet

สุดยอด 10 รถเปิดประทุน,เทคโนโลยี,Rabbit Today

ชื่อตระกูล E-Class ก็บอกในตัวแล้วว่าเป็นซีดาน 4 ที่นั่งขนาดกลางที่นั่งสบาย พอเอามาทำเป็น Cabriolet ก็ทำให้ได้รถเปิดประทุนที่พาทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูงไปรับประสบการณ์ใหม่ร่วมกันได้ ด้วยการออกแบบที่พิถีพิถัน ละเอียดอ่อน เข้ากับความสบาย ระบบไวไฟในรถและการชาร์จแบบไร้สายเอาใจคนยุคไอที เครื่องยนต์ทรงพลัง และระบบช่วงล่างถุงลมที่นุ่มสบาย หลังคาบุผ้าหนานุ่ม โครงสร้างหลายชั้น พร้อมฉนวนกันความร้อนช่วยลดเสียงลม สามารถเปิดและปิดได้อย่างสมบูรณ์ภายใน 20 วินาที เมื่อเดินทางด้วยความเร็วสูงถึง 50 กม./ชม. เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ  245 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic พร้อม Paddle Shift ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบถาวร 4MATIC เกียร์อัตโนมัติ 9 G-TRONIC มันจึงกลายเป็นรถเปิดประทุนในฝันอีกคันหนึ่ง

BMW Z4

สุดยอด 10 รถเปิดประทุน,เทคโนโลยี,Rabbit Today

BMW Z4 โรดสเตอร์พรีเมียมที่ เต็มไปด้วยไดนามิก มีรูปทรงที่ลื่นไหล ดุดัน จุดศูนย์ถ่วงต่ำและกระจายน้ำหนักดีมากแบบ 50:50 ทำให้ขับได้สนุกทุกเส้นทาง หลังคาผ้า Soft Top Anthracite with Silver effect เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าที่สามารถเปิดหรือปิดได้ภายใน 10 วินาทีแ ม้ในขณะที่เดินทางด้วยความเร็วสูงถึง 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เบาะนั่งตกแต่งด้วยหนัง Vernasca และการตกแต่งภายในด้วย Alcantara เครื่องยนต์ 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร BMW TwinPower Turbo 340 แรงม้า เกียร์รุ่นใหม่ 8 สปีด 0-100 กม./ชม.4.5 วินาที แต่จิบน้ำมัน 13 กิโลเมตรต่อลิตรเท่านั้น ระบบเสียงเซอร์ราวนด์ Harman Kardon กับลำโพง 12 ตัว ที่ทำให้การเดินทางสนุกสนานขึ้น  

Mazda MX-5

สุดยอด 10 รถเปิดประทุน,เทคโนโลยี,Rabbit Today

เป็นตำนานจนต้องออกรุ่นครบรอบ 30 ปีในปีนี้ กับมาสด้า มิอาตะ MX-5 โรดสเตอร์แดนปลาดิบ ด้วยราคาที่เข้าถึงไม่ยาก และความดิบแบบแมน่วล ที่พยายามคงไว้เป็นเอกลักษณ์ รุ่นครบรอบ 30 ปี มาในโทนสีส้ม Racing Orange ที่โดดเด่นด้วยหลังคาเปิดแผงหลังคาเหนือศีรษะและกระจกหน้าต่างด้านหลังจะถูกซ่อนถูกเก็บไว้ให้พ้นสายตา ผลลัพธ์ที่ได้คือความรู้สึกที่เป็นอิสระ พร้อมความสะใจเล็กๆ กับเสียงท่อไอเสียที่มาจากด้านหลังของรถ ภายในตกแต่งหรูด้วยเบาะ RECARO หุ้มหนัง Nappa สีน้ำตาลแดง และด้ายสีเทาที่เบาะและขอบประตู เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Skyactiv-G 184 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.7วินาที ความเร็วสูงสุด 219 กม./ชม.

Ford Mustang GT California Special

สุดยอด 10 รถเปิดประทุน,เทคโนโลยี,Rabbit Today

ในบ้านเรา Ford Mustang GT ใหม่เริ่มมีให้เห็นกันหลายคัน แต่ตัวเปิดประทุนอย่าง Ford Mustang GT California Special กลับยังไม่ค่อยเห็นผ่านตา ทั้งที่เราว่ามันดูดุ เปรี้ยว ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งเครื่องเสียงพรีเมียม B&O 1,000 วัตต์ ทั่วทั้ง 12 ลำโพงประสิทธิภาพสูง สีคลาสสิกของมัสแตงในช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 เช่น Velocity Blue, Need for Green และ Dark Highland Green เครื่องยนต์ V8 460 แรงม้า 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4 วินาที เป็นเปิดประทุนที่ซ่อนความเป็นซูเปอร์คาร์อยู่ภายใน

Bentley Continental GT

สุดยอด 10 รถเปิดประทุน,เทคโนโลยี,Rabbit Today

อภิมหาความหรูหราแบบเปิดประทุน ด้วยความประณีตแบบแฮนด์เมดของอินทีเรียภายใน ตั้งแต่เบาะหนังไฮคลาส แผงข้างประตู คิ้วประดับต่างๆ ลายไม้สุดเนี้ยบ เลือกสีภายนอกภายในได้ถึง 70 สี กับหลังคาที่ปิดได้ภายใน 19 วินาที แม้รถจะวิ่งเร็วถึง 50 กม./ชม. ภายใต้ประทุนเบนท์ลีย์ใช้  W-12 ขนาด 6.0 ลิตร 626 แรงม้า และแรงบิด 664 ปอนด์ต่อตารางฟุต เกียร์ดับเบิลคลัตช์ 8 สปีด ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีพลังมากพอที่จะทำให้ Continental GT เร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.7 วินาที

Lexus LC Convertible Concept ออกมา

สุดยอด 10 รถเปิดประทุน,เทคโนโลยี,Rabbit Today

โตโยต้าห่างหายจากการทำรถเปิดประทุนนาน หลังจากเคยทำ Toyota soarer ขายดีมาปีนี้เลกซัสจึงประกาศว่าจะเปิดตัว Lexus LC Convertible Concept ที่มีหลังคาแข็งเปิดได้ สวยล้ำยุคออกมา แถมตกแต่งจัดหนัก เบาะภายในสีขาวสุดที่เดินได้สีเหลือง ล้อแม็กซ์ 22 นิ้ว แถมใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 ลิตร V8 Twin Turbo 600 แรงม้า เรียกได้ว่าเป็นเปิดประทุนซิ่งสายฟ้ากันเลยทีเดียว

Mini John Cooper Works Convertible

สุดยอด 10 รถเปิดประทุน,เทคโนโลยี,Rabbit Today

มินิคือผู้เล่นอันดับต้นๆ ของรถเปิดประทุน Premium สัญชาติอังกฤษ มาคราวนี้ออกรุ่นพิเศษ MINI John Cooper Works ที่นอกจากจะเปิดประทุนได้แล้วยังเพิ่มสมรรถนะของช่วงล่างให้เหนือขึ้นไปอีก ด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร 231 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo บนเรือนร่างขนาดเล็กกะทัดรัด แถมมาพร้อมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ที่มีอัตราทดสุดมัน MINI John Cooper Works เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ในเวลา 6.3 วินาที ตกแต่งพิเศษด้วยล้ออัลลอย 17 นิ้ว John Cooper Works ระบบเบรกแบบสปอร์ต John Cooper Works ชุดอุปกรณ์แอโรไดนามิก และที่นั่งแบบสปอร์ต John Cooper Works และไฟท้าย LED ลาย Union Jack

Ferrari 488 Pista Spider

สุดยอด 10 รถเปิดประทุน,เทคโนโลยี,Rabbit Today

หน้านี้เคยพูดถึงเครื่องยนต์ Engine of the year ของ Ferrari มาฉบับนี้เครื่องตัวนี้ได้ถูกนำมาติดตั้งในรถเปิดประทุน Ferrari 488 Pista Spider เป็นเครื่องยนต์ V8 ที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ Maranello กำลัง 720 แรงม้า จะพาคุณไปปะทะสายลมของความแรง เมื่อกดคันเร่งผ่าน Red Line สี ที่ 8,000 รอบต่อนาที การเร่งความเร็วที่ยอดเยี่ยม ประสิทธิภาพการเบรก และความแม่นยำในการบังคับเลี้ยว ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร ใน 2.85 วินาที และ 0-200 ใน 8 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 340 กม./ชม. บวกกับการเปิดหลังคาให้ความรู้สึกราวกับนั่งในค็อกพิทของนักแข่งฟอร์มูล่าวัน



Advertising