เทคโนโลยี

ติดสมองให้กล้องวงจรปิด

Published 18 มี.ค. 2019

By หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์

CCTV-AI-tech-toys-Rabbit-Today-banner

ตอนนี้ทุกตรอกซอกซอยของบ้านเราล้วนเต็มไปด้วยอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่เรียกกันติดปากว่า CCTV 

ใช่แล้ว กล้องวงจรปิดนี่แหละที่แทบจะกลายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานของถนนหนทาง และอาคารสถานที่ หลายคนอาจเคยนึกในใจว่ามีแล้วไง เวลาเกิดเรื่องก็ต้องมาคอยทำการค้นหา เรียกว่าคอยนั่งดูย้อนหลังเร่งไปเร่งมากันจนเมื่อย แต่ต่อจากนี้ไปอะไรมันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะภาพที่ถูกกล้องบันทึกเอาไว้ หากทำการเชื่อมต่อกับระบบ AI มันจะกลายเป็นการขยายขีดความสามารถออกไปอีกในระดับที่คนอย่างเราๆ คาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว

การเปลี่ยนโฉมหน้าของงานด้านโลจิสติกส์

ด้วยการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ทำให้เกิดการขยายตัวของระบบโลจิสติกส์เป็นอย่างมาก แน่นอนปริมาณงานมากขึ้น ความต้องการด้านแรงงานก็มากขึ้น และเป็นธรรมดาเมื่อมากคนก็มากความ ผมไม่ได้กำลังต่อว่างานบริการของค่ายไหนนะ เอาแบบรวมๆ ว่าทุกที่ก็ต้องมีเรื่องของการโยนของ บางทีก็รุนแรงเกินจนจำสภาพก่อนส่งไม่ได้เลยทีเดียว แล้วกล้องวงจรปิดจะมาช่วยอะไรในเรื่องนี้

จากเดิมที่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อดูความเรียบร้อยในการทำงาน หากเวลาที่มีเรื่องร้องเรียนก็ค่อยไปนั่งดูย้อนหลังอย่างที่บอกไปแล้ว แต่ถ้ามีการติดสมองให้กับกล้องวงจรปิดด้วยระบบ AI ที่สามารถเรียนรู้พฤติกรรมการแสดงออกของคนได้ถึงระดับที่สามารถบอกได้ว่าท่าทางแบบไหนคือ ‘วาง’ ท่าทางแบบไหนคือ ‘โยน’ และแบบไหนที่เรียกว่า ‘เขวี้ยง’ แล้วละก็ รับรองว่าพนักงานทุกคนจะตั้งใจทำงานของตัวเองแบบเต็มร้อย ไม่เอาอารมณ์เสียจากที่อื่นมาลงกับของแน่นอน

ก็ AI มันสามารถจับภาพใบหน้า แล้วก็ทำความรู้จักกับพนักงานทุกคนได้หมด โดยที่ไม่ต้องมีคนมานั่งเฝ้าหลังจอ ทันทีที่จับได้ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ก็จะมีการบันทึกคะแนนของพนักงานแต่ละคนว่าใครเผลอไประบายอารมณ์ใส่ของขณะขนย้ายหรือไม่ แน่นอน มีการบันทึกภาพเอาไว้เรียกดูเมื่อต้องการความโปร่งใสในการให้คะแนนกับพนักงานแต่ละคน เชื่อว่าจะทำให้คุณภาพของงานบริการด้านโลจิสติกส์จะดีขึ้นอย่างมากมาย แม้จะดูแล้วไม่ค่อยถูกใจมนุษย์อย่างเราก็เถอะ

ติดสมองให้กล้องวงจรปิด,เทคโนโลยี,Rabbit Today

เรื่องพนักงานขับรถก็สำคัญไม่น้อย

ด้วยเหตุผลเดียวกันเรื่องการขยายตัวของระบบโลจิสติกส์ ทำให้งานหนักไปตกอยู่กับพนักงานขับรถที่ทำการส่งของไปยังจุดหมายต่างๆ นั่นเอง ก่อนที่เราจะเปลี่ยนยานยนต์ที่ใช้ในการขนส่งเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด ซึ่งเข้าใจว่าอาจจะต้องใช้เวลาเพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่คาดกันเอาไว้ นั่นหมายถึงเรายังคงต้องใช้แรงงานคนกันต่อไปอีกระยะหนึ่ง

แต่จากสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นส่วนมากก็มาจากคนเรานี่แหละ ดังนั้น วิธีที่จะลดการเกิดอุบัติเหตุก็คือ ทำอย่างไรให้คนขับรถอยู่ในสภาพที่พร้อมที่สุด แน่นอนว่าต้องตัดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ออกไปให้หมดด้วย จากเดิมที่มีสติกเกอร์ติดท้ายรถว่า ‘พนักงานขับรถไม่สุภาพโปรดแจ้ง’ คงต้องเลิกติดกันได้แล้ว เพราะจากนี้ไป AI จะทำการแจ้งให้เองในทุกกรณี

กล้องนอกรถจะทำงานร่วมกับ AI ในเรื่องพฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานแต่ละคน ใครชอบเปลี่ยนเลนกะทันหัน ปาดซ้ายปาดขวา ขับรถจี้ตูดรถคันหน้า หรือแม้แต่พวกที่ชอบเบรกแรงๆ ไม่ทำตามระยะปลอดภัย ระบบจะทำการรายงานพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ถูกต้องทั้งหมดนี้ให้กับส่วนกลาง หลังจากนั้นจะว่าความกันอย่างไรก็ทำกันไป

ส่วนกล้องภายในรถจะเน้นจับภาพที่คนขับรถเป็นหลัก อันนี้สำคัญมาก เพราะถ้ามีการแสดงออกถึงท่าทางที่เป็นอันตรายต่อการขับรถอย่าง ทำการสูบบุหรี่ ทำการยกโทรศัพท์ขึ้นมาคุย ก้มลงเก็บของขณะขับรถ แสดงอาการคล้ายคนง่วงนอน AI ก็จะแจ้งเตือนศูนย์เพื่อให้ติดต่อกับคนขับ เพื่อจัดการกับปัญหาเหล่านี้ก่อนที่จะเกิดปัญหาใหญ่

นี่เป็นตัวอย่างบางส่วนของการเชื่อมโยงภาพจากกล้องวงจรปิดเข้ากับ AI เพื่อทำการวิเคราะห์พฤติกรรมต่างๆ ของคน เรื่องแบบนี้กำลังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อีกหน่อยคงไม่ต่างจากในหนังไซไฟที่กล้องทุกตัวจะทำหน้าที่แทนตำรวจ เพราะ AI จะสามารถแจ้งเตือนเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่างๆ ของคนได้ เรื่องนี้ยากที่จะหลีกเลี่ยงจริงๆ



Advertising