เทคโนโลยี

คนจัดข้อมูลเก่งคือผู้ชนะ

Published 17 เม.ย. 2019

By โชติ เวสสวานิชกูล

data-tech-toys-Rabbit-Today-banner-1

สังคมก้มหน้าอาจจะเคยเป็นเรื่องประหลาดของคนยุคก่อน แต่ในยุคนี้ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใด การเห็นคนทุกวัยก้มมองสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตกันไม่ละตาคงจะเป็นเรื่องปกติ 

คนเราก้มหน้ามองหาอะไร 

เรามองหาและเสพสิ่งที่เรียกว่าคอนเท้นต์ บ้างก็เสพกีฬา บางคนชอบบันเทิง บางคนชอบธุรกิจ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่เราเสพอยู่นั้น เราเรียกว่า ‘ข้อมูล’ ที่ถูกผลิตออกมาทั้งแบบที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ

ข้อมูลที่เกิดขึ้นทั้งแบบข้อความ ภาพ และเสียง ถูกสร้างขึ้นมาทุกวันในจำนวนมหาศาล ทั้งจากสื่อเอง เหตุเพราะเครื่องมือดิจิทัลได้ทำให้คนธรรมดาที่เครื่องมือทางดิจิทัลได้มอบโอกาสให้ทุกคนกลายเป็นเจ้าของสื่อหรือสถานีโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดออกไปได้ทั่วโลก

ประเด็นที่อยากจะบอกวันนี้ คือ แล้วคนส่วนใหญ่ ‘เข้าใจ’ และ ‘ใช้’ ข้อมูลเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร หรือแค่เห็น รับชม แล้วก็จบๆ กันไป… 

…อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ในการทำความเข้าใจนิยามของข้อมูลก็ตาม แต่เมื่อเราทุกคนต่างก็อยู่ท่ามกลางพายุแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ เราก็ควรปลดล็อกความคิดบางส่วนและเริ่มเรียนรู้บทบาทของข้อมูลเหล่านี้ไว้บ้าง

ข้อมูลที่มากขึ้น คือ โอกาสที่มากขึ้น

เมื่อมีข้อมูลมากขึ้น ก็เท่ากับว่า เรามีโอกาสมากขึ้น คิดดูแล้วกันว่า วันนี้เด็กคนหนึ่งมีความรู้พอๆ กับคนที่จบปริญญาเอกในสมัยก่อนเสียอีก นั่นหมายความว่าโลกที่กั้นเส้นแบ่งแดนด้วยวุฒิการศึกษา ไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าใครจะมีโอกาสมากกว่าใครอีกต่อไป

ข้อมูลที่มากขึ้น คู่แข่งก็มากตาม

แม้เราจะเก่งขึ้น รู้มากขึ้น แต่นั่นหมายความว่าคนอื่นก็เก่งขึ้น และรู้มากขึ้นไม่ต่างจากเรา งานที่ควรจะเป็นของเราในวันนี้ อาจถูกส่งไปให้คนในประเทศอื่นๆ ทำแทนได้ทั้งหมด เพราะโลกแห่งข้อมูล ทำให้เกิดคู่แข่งเก่งๆ ที่เราไม่คาดคิด และทำความเข้าใจกับงานนั้นๆ ได้เพียงมีเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่ช่วยให้มันง่ายขึ้น

ข้อมูลเร็ว แต่ทักษะช้า

ยุคนี้คนทำงานเก่งกับไม่เก่ง วัดกันที่ทักษะ ไม่ใช่ความรู้ แต่คนยุคนี้ไม่ค่อยมีทักษะโดดเด่น เพราะคนยุคนี้ติดกับดักความเร็ว ความไว ต้องเอาทันที ต้องได้เดี๋ยวนั้น ซึ่งตรงข้ามกับขั้นตอนการสร้างทักษะ เช่น ถ้าจะเก่งกีฬา เก่งพูด เก่งเขียน เก่งลงทุน เก่งธุรกิจ เก่งค้าขาย ทุกอย่างต้องอดทน ทำจนเชี่ยวชาญ มากกว่าเข้าใจในข้อมูลที่โพสต์กันไปทั่ว

คนจัดการข้อมูลเก่งคือผู้ชนะ

ในโลกที่ข้อมูลล้น อาจจะทำให้ข้อมูลนั้นๆ ไร้ราคา และข้อมูลอาจกลายเป็นขยะ หากไม่สามารถนำข้อมูลนั้นๆ มาใช้ประโยชน์ โดยคนที่จัดการข้อมูลไม่เป็นจะถูกข้อมูลจัดการ เพราะคนคนนั้นจะใช้เวลาเสพแต่ขยะ ที่ทำให้ตัวเองแย่ลง โง่ลง และตกเป็นทาสของยุคข้อมูลข่าวสาร เราจึงต้องพยายามคิดให้ดีว่า ยุคนี้ข้อมูลคือ ‘ยาพิษ’ ต้องรู้จักจัดการและเลือกข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของคนยุคนี้ (นักวิเคราะห์และบริหารจัดการข้อมูล)

อย่าตกเป็นทาสของข้อมูล 

ถ้าเราเป็นคนนึงที่นั่งรถก็ดูมือถือ ขึ้นลิฟต์ก็ดูมือถือ นั่งประชุมก็ดูมือถือ แปลว่า เราตกเป็นทาสของยุคข้อมูลแล้ว การเลิกทาส ไม่ใช่การเลิกดู แต่คือ บังคับตัวเอง และกำหนดเวลาในการดู อย่าดูแต่มือถือตลอดเวลาแบบในปัจจุบัน ไม่งั้นคุณจะเป็นผู้แพ้

ลองฝึกหาเงินจากข้อมูลดู

ต่อไปสงครามจะไม่ใช้การรบราฆ่าฟัน หรือใช้ทหารมายึดประเทศใดๆ อีกต่อไป แต่จะเป็นการรบกันด้วยข้อมูล และใครที่สามารถบังคับหรือจองจำคนให้เป็น ‘ทาส’ ทำให้เขาก้มหน้า ใช้บริการหรือข้อมูลบนมือถือแต่เพียงฝ่ายเดียวได้ คือ ผู้ชนะ เพราะคุณคือ ‘คนจ่าย’ คุณคือผู้เสียประโยชน์ ฉะนั้นถ้าวันนี้เรายังไม่มีรายได้จากการสร้างและใช้ข้อมูล ควรต้องเร่งฝึก เพราะถ้าไม่ฝึก เราจะอยู่ฝั่งทาส หรือฝั่งคนจ่ายไปตลอดชีวิต ลองศึกษาทักษะของฝั่งผู้ให้บริการในข้อมูลให้เป็น

ลองสำรวจตัวเองจากบริบทของข้อมูลที่ว่ามาดูว่า วันนี้เรารู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และพร้อมเข้าสู่โลกแห่งข้อมูลดีแค่ไหนแล้ว และเราจะหยุดเป็นผู้ดู หรือเดินหน้าเป็นผู้ใช้ เพื่อสร้างโอกาสแบบไหนให้ชีวิตได้บ้าง…

อ้างอิงข้อมูล: Pawawit Stock Comment



Advertising