เทคโนโลยี

คิดต่างบน ‘ทางเดียวกัน’

Published 14 ส.ค. 2018

By ยุทธพงษ์ ภาษี

Driving-manner-2-tech-toys-Rabbit-Today-banner

ผมผ่านการขับขี่รถบนถนนเกือบทุกประเภท บนพื้นผิวเกือบทุกชนิด และด้วยเทคนิคการขับขี่นานัปการ หลากหลายประเทศ เห็นความต่างของการให้ความเคารพและความสำคัญต่อรถคันอื่น ที่ต่างไปจากบ้านเรา

คิดต่างบน ‘ทางเดียวกัน’,เทคโนโลยี,Rabbit Today

ในถนนที่ยุโรป อเมริกา ผมมองเห็นวัฒนธรรม ‘การขับขี่’ ที่ตรงกันข้ามกับบ้านเราอย่างสิ้นเชิง  2 ทวีปที่ผมกล่าว ลำดับความสำคัญของเขาคือ คนเดินเท้า จักรยาน จักรยานยนต์ รถยนต์ และรถบรรทุก ส่วนของไทยและเพื่อนบ้านมาเลเซีย เวียดนาม ลาว พม่า ลำดับความสำคัญคือ รถยนต์ใหญ่ รถยนต์ขนาดเล็ก คน ไม่มีเรื่องของจักรยานมาเกี่ยวข้องด้วยซ้ำ ในบางประเทศ 

พฤติกรรมบ้านเรา คนเดินเท้าแทบไม่มีสิทธิ์ในการใช้ถนนเสียด้วยซ้้ำ เห็นได้จากการที่เราไม่หยุดทางม้าลายให้คนข้าม แม้มีสัญญาณไฟสำหรับการเดินข้ามโดยเฉพาะ บรรดารถยนต์และรถจักรยานยนต์นั้น ‘ไม่รอไฟเขียว’ ถนนว่างก็บิดหรือกดคันเร่งทะลุไฟแดงไปกันแล้ว

คิดต่างบน ‘ทางเดียวกัน’,เทคโนโลยี,Rabbit Today

บ่อยครั้งมากที่ได้ยินทัศนะแปลกๆ สวนทางสากล และเห็นพฤติกรรมรถใหญ่ ขับรถก้าวร้าวใส่รถเล็ก ถือว่า ‘ข้าใหญ่’ กระบะบางคันก็ดูเอาเรื่องกับรถเก๋งเล็ก กับจักรยาน ทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องราวขัดแย้งอะไรกันมาก่อน เพียงแค่ทัศนติผิดๆ ว่า ‘ถนนเป็นของรถยนต์’

ในฐานะที่ผมขับทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ อยากจะแนะนำว่าอะไรควรไม่ควร ‘บนถนนเดียวกัน’

ถ้าคุณเป็น ‘รถยนต์’ ต้องคิดว่าถนนไม่ใช่สำหรับรถยนต์เพียงอย่างเดียว ถนนมีผู้สัญจรด้วยพาหนะอื่นด้วย และเขาก็มีสิทธิ์ใช้ทางร่วมกับเรา โดยเฉพาะรถเล็กอย่างจักรยานและจักรยานยนต์

คิดต่างบน ‘ทางเดียวกัน’,เทคโนโลยี,Rabbit Today

มีหลายครั้งที่ผมขับรถยนต์ก็จะแบ่งพื้นที่ระหว่างคันในขณะรถติดเพื่อให้ ‘จักรยานยนต์’ มีพื้นที่ปลอดภัยเพียงพอที่ทรงตัวและขับเคลื่อนต่อไปได้ จักรยานยนต์ต้องการพื้นที่ 2 ข้างตัวรถ เพียงเราเหลื่อมหัวรถของเรา ด้วยการปรับความเร็ว หรือเคลื่อนรถเล็กน้อยขณะรถติด ไม่ให้กระจกมองข้างขนานกับรถอีกคันหนึ่ง จักรยานยนต์ก็จะได้ระยะที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ รถยนต์ควรทิ้งห่างจากด้านหลังจักรยานยนต์ระดับหนึ่ง เพื่อให้มีระยะเบรกเพียงพอ

เป็นปัญหาของการขับขี่จักรยานยนต์ขนาดใหญ่ในเมือง รถยนต์เองต้องเอื้ออาทรเรื่อง ‘พื้นที่ว่าง’ ให้พวกเขามากกว่าปกติ เพราะว่าความยากของการขี่จักรยานยนต์ขนาดใหญ่ คือขณะรถกำลังจะหยุดหรือจอด เพราะต้องใช้ความเร็วต่ำ ส่วนเมื่อรถลอยตัวหรือมีความเร็วจะขี่ง่ายมาก

คิดต่างบน ‘ทางเดียวกัน’,เทคโนโลยี,Rabbit Today

ข้อจำกัดของอุปกรณ์ความปลอดภัยก็มีส่วนทำให้การควบคุมรถจักรยานยนต์นั้นยากขึ้นไป ในความเร็วต่ำ ‘หมวกนิรภัย’ ทำให้มุมของการมองเห็นทำได้ยาก คนขับยังอึดอัดด้วยชุดนิรภัย ไม่ได้สะดวกสะบายอย่างห้องแอร์ในรถ    บางครั้งอาจจะเห็นว่า จักรยานยนต์แทรกตัวในสภาพรถติด ต้องทำความเร็ว ในบางจังหวะนั้นเพราะเขา ‘ชิงที่ว่าง’ เพื่อครอบครองพื้นที่ปลอดภัยนั่นเอง

ในช่วงนี้ฝนตกบ่อย รถยนต์ควรระวังเมื่อถึงพื้นที่น้ำขัง เช่น คอสะพาน หรือขอบถนน เพราะน้ำจากล้อรถกระเด็นใส่จักรยานยนต์ บางทีเราอาจไม่ได้ตั้งใจ ลืมระวัง ก็อยากจะฝากเตือน ‘ใจเขาใจเรา’ รถสองล้อนั้น คนขี่ต้องใช้ทักษะ การคุมรถต้องไปด้วยกันทั้งตัว ทั้งมือ-เท้า และสมอง ร่างกาย แรงกดดัน ความเมื่อยล้า จากการเดินทาง เขาไม่ได้สะดวกสบายเหมือนรถยนต์

ส่วน ‘คนเดินถนน’ ดูเป็นผู้ใช้ทางที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในสังคมบ้านเรา ทั้งที่เขามีสิทธิ์ใช้ทางลำดับต้นๆ ตามกฎหมาย แต่เมื่อไรมีคนข้ามทางม้าลาย รถมัก ‘กดใส่ ไล่ส่ง’ จนคนต้องวิ่งหนีรถ ไม่เหมือนยุโรป แหย่เท้าลงฟุตปาธ รถก็เบรกกันหัวทิ่มแล้ว บ้านเราไม่ต้องพูดถึงคนพิการ เด็กและคนสูงอายุ แทบไม่มีสิทธิ์พิเศษในการใช้ถนนเลย

คิดต่างบน ‘ทางเดียวกัน’,เทคโนโลยี,Rabbit Today

โปรดจำไว้ ‘รถไม่ใช่ผู้ยิ่งใหญ่บนถนน’ ขับรถแบรนด์หรูไม่ได้มีสิทธิ์เหนือกว่ารถคันอื่นๆ คนใช้ถนนหากินขับรถประจำทาง เช่น แท็กซี่ รถเมล์ ก็ไม่ได้หมายความว่า ‘คุณคือเจ้าของถนน’ อย่างที่แสดงกันทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่กังวลเรื่องการมี ‘น้ำใจ’ เราจอดให้คนข้ามถนนแต่ถูกคันหลัง ‘บีบแตรไล่’ เราควรเข้าใจ ‘วัฒนธรรมที่ถูกต้อง’ ใครจอดรถให้คนข้าม ขอให้ทำต่อไป เพราะจะได้สร้างวัฒนธรรมที่ถูกต้อง อย่าได้กังวล ผมยังจอดให้คนข้ามเสมอ ไม่ว่าจะโดนบีบแตรหรือไม่ก็ตาม

เมื่อท่านต้องขับรถ ทั้งรถยนต์และรถอื่นๆ ไปในเขตเมืองท่องเที่ยวต้องระวัง ‘คน’ เดินเท้าให้มากๆ เพราะนักท่องเที่ยวเขาเคยชินกับถนนบ้านเขา อาจลืมตัว เดินข้ามทางม้าลายโดยไม่หยุดดูรถ พัทยา ภูเก็ต มีอุบัติเหตุเรื่องชนนักท่องเที่ยวบ่อยๆ 

‘เพราะถนนไม่ได้มีเราคนเดียว’ ความศิวิไลซ์ของบ้านเมืองไม่ได้อยู่ที่ทางด่วนระฟ้า หรือบ้านเมืองใหญ่โต แต่ความเอื้ออาทรความสำคัญของชีวิต ความสำคัญต่อความปลอดภัยที่แสดงออกผ่านวัฒนธรรมของการใช้รถใช้ถนนร่วมกันต่างหาก คือเมืองที่ศิวิไลซ์อย่างแท้จริง



Advertising