เทคโนโลยี

Ford Everest ใหม่ ปรับมาเพื่อทวงยอดขายอีกครั้ง

Published 31 ก.ค. 2018

By Pisan I.

Ford-Everest-Tech-Toys-Rabbit-Today-Banner

ฟอร์ด ประเทศไทย เตรียมสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถปิกอัพและรถพีพีวีอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยแผนการเปิดตัวรถใหม่ในเดือนกรกฎาคมนี้ ทั้งฟอร์ด เอฟเวอเรสต์ และฟอร์ด เรนเจอร์ ที่จะมาพร้อมการเปลี่ยนแปลงมากมายหลายสิ่ง และจากนั้นอีกไม่นาน ก็จะเป็นคิวของกระบะตัวลุยอย่างฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ นั้นมีคิวที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ โดยตัวรถเคยถูกจัดแสดงอย่างเป็นทางการแบบไม่เปิดเผยรายละเอียดในงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุดแบบเงียบๆ เพราะโดนแร็พเตอร์ดึงดูดความสนใจบนสแตนด์แสดงรถยนต์ไปเสียหมด

ตลาดรถยนต์ดัดแปลงพื้นฐานบนรถปิกอัพ 1 ตัน หรือพีพีวีนั้น มียอดจำหน่ายอยู่ที่ระดับ 5,000-6,000 คันต่อเดือน โดยฟอร์ดมียอดจำหน่ายอยู่ในลำดับที่ 4 ของตลาด เป็นผลมาจากการที่คู่แข่งในอันดับ 1-3 อย่าง โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์, มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต และอีซูซุ มิว-เอ็กซ์ ล้วนแล้วแต่มีรุ่นใหม่ หรือการปรับโฉมกันไปก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น ขณะที่ฟอร์ดเอง ยังคงอาศัยความโดดเด่นเรื่องสมรรถนะของเครื่องยนต์และระบบเป็นจุดขายในช่วงที่ผ่านมา

และแน่นอนว่าเมื่อมีการปรับไมเนอร์เชนจ์ของฟอร์ด เอเวอเรสต์บ้าง ฟอร์ดเองจึงเลือกแนวทางเดิมในการทำตลาดรถกลุ่มนี้ ด้วยการชูเรื่องของสมรรถนะที่โดดเด่นด้วยการติดตั้งเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังรุ่นใหม่ รวมถึงใส่ออพชั่นด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัยเพิ่มเข้ามาอย่างเต็มพิกัด

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอยู่ที่การปรับเปลี่ยนในรุ่นท๊อปให้กลายเป็นพีพีวีที่บ้าพลังที่สุดในท้องตลาด ที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์มากมายหลายอย่าง โดยแน่นอนว่าจะวางจำหน่ายใน 4 รุ่นย่อย โดยไฮไลต์จะอยู่ที่รุ่นไทเทเนียม พลัส ไบ-เทอร์โบ ที่มาพร้อมความแปลกใหม่มากมาย

 Ford Everest ใหม่ ปรับมาเพื่อทวงยอดขายอีกครั้ง,Tech Toys,Rabbit Today

เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดในการเลือกใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จคู่ ที่ใช้เทคโนโลยีในการปั่นลมแบบแรงดันต่ำและแรงดันสูง เพื่อให้มีอัตราเร่งและสมรรถนะที่ต่อเนื่องในทุกรอบเครื่องยนต์ โดยเครื่องยนต์รุ่นนี้จะกลายเป็นเครื่องยนต์รุ่นทีอปของฟอร์ด ที่จะมีการปรับใช้กับรถกระบะและพีพีวีทุกรุ่น

ตัวเครื่องยนต์นั้นให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ซึ่งหากมองด้านสมรรถนะเพียงอย่างเดียว ก็ต้องบอกว่ามีความน่าสนใจ เพราะนี่คือเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่เสริมแรงด้วยระบบอัดอากาศแบบคู่ เพื่อให้ได้สมรรถนะที่สูงที่สุดในท้องตลาด เรียกว่าไม่เป็นรองคู่แข่งหน้าไหน หรือแม้แต่เครื่องยนต์ใหญ่รุ่นเดิมของตัวเองด้วยซ้ำ

ระบบช่วงล่างของรถเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่มาพร้อมระบบเทอร์เรน แมเนจเมนต์ ทำงานร่วมกับระบบล็อกเฟืองท้ายที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า เพื่อให้ฝันฝ่าพื้นผิวได้ทุกรูปแบบ ซึ่งถือเป็นระบบช่วงล่างที่ใช้งานได้อย่างง่ายดาย ด้วยปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ โดยไม่ต้องไปนั่งจำ 4H 4L ให้เสียเวลา

การส่งกำลังเป็นหน้าที่ของเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดรุ่นใหม่ ซึ่งการมีจำนวนเกียร์ที่เพิ่มมากขึ้น จะทำให้การสับเปลี่ยนเฟืองเกียร์มีความไหลลื่นและต่อเนื่องมากขึ้น การรับน้ำหนักของรถเป็นหน้าที่ของช่วงล่างแบบวัตต์ลิงค์ ที่ด้านหนึ่งยึดกับแชสซีและด้านหนึ่งยึดกับเฟืองท้าย เพื่อลดอาการโยนตัวในการขับขี่

ฟอร์ดยังได้ทำการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้กับเอเวอเรสต์ใหม่เช่นกัน โดยกระจังหน้าได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความบึกบึนแบบเรียบง่าย ตกแต่งด้วยโครเมียมเพิ่มความหรูหรา มาพร้อมล้ออัลลอย 20 นิ้วในรุ่นท๊อป และติดตั้งหลังคาพาโนรามิก มูนรูฟ ติดตั้งมาให้ในรุ่นท๊อปและรุ่นรองท๊อปอีกด้วย

Ford Everest ใหม่ ปรับมาเพื่อทวงยอดขายอีกครั้ง,Tech Toys,Rabbit Today

อุปกรณ์มาตรฐานติดตั้งมาให้ครบครันในเกือบทุกรุ่นย่อย ประตูหลังแบบไฟฟ้า ระบบไฟหน้าและที่ปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่รองรับภาษาไทย ระบบพับเบาะแถว 3 ด้วยไฟฟ้า รุ่นท๊อปมาพร้อมมาตรวัดดิจิตอล 2 จอ ระบบปรับแอร์แยกซ้าย-ขวา และไฟห้องโดยสารที่เลือกได้ 7 สี เลยทีเดียว

ขณะที่รถรุ่นย่อยอื่น ๆ จะใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบแปรผันรุ่นใหม่ ที่ให้กำลัง 180 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิด 420 นิวตันเมตร เหมือนกันทั้งหมด จะแตกต่างก็ในเรื่องของช่วงล่างและบรรดาอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้แตกต่างลดหลั่นกันไปตามระดับชั้นและราคาเท่านั้น

การปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ของฟอร์ดในครั้งนี้ มาพร้อมข่าวลือที่ว่าสนนราคาค่าตัวนั้นจะปรับเปลี่ยนไปไม่มาก โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่การกลับมาแย่งชิงยอดจำหน่ายของรถยนต์ในกลุ่มพีพีวีให้ได้อีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เอเวอเรสต์เคยมียอดขายและตำแหน่งในตารางผู้นำที่ดีกว่าในปัจจุบัน

งานนี้น่าจะได้เห็นบรรดาผู้นำปรับตัวกันอย่างเต็มที่ เพราะการมาของฟอร์ด เอเวอเรสต์ในครั้งนี้ ถือว่าจัดหนักจัดเต็มกันมาเลยทีเดียว!!!



Advertising