Published 31 ก.ค. 2018

By ท้อฟฟี่ แบรดชอว์

MAIN_920x470

ไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะสมหวัง ฉันเองก็เคยถูกปฏิเสธมากี่ครั้งจำไม่ได้
แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไม่มีวันลืม

ฉันเรียกมันว่าเหตุการณ์ ‘55’

HAHA,TechToys,Rabbit Today

เขาเป็นเพื่อนของเพื่อน เราโฉบกันไปมาทั้งในโลกออฟไลน์และออนไลน์อยู่บ่อยๆ เราเคยเดินผ่านกันแล้วฉันก็รู้สึกคุ้นๆ จนมาเห็นหน้าเขาบ่อยๆ ใน Facebook ของเพื่อนหลายคน บ่อยจนฉันรู้สึกว่า โลกมันกลมเกินไปหรือเปล่า จนได้กดเข้าไปดูใน Facebook กับ Instagram ของเขา--ผู้ซึ่งฉันรู้ว่าคือใคร แต่เราไม่เคยคุยกัน

แค่ ‘รู้’ แต่ไม่ได้ ‘รู้จัก’ โลกออนไลน์ก็แบบนี้ มันพาเราไปสำรวจคนแปลกหน้ามากมาย เราเห็นเพียงสิ่งที่เขายินยอมเผย แต่ไม่อาจรู้ได้ว่าตัวตนที่แท้จริงของคนนั้นเป็นอย่างไร 

ระหว่างที่เรากำลังใช้เวลาสำรวจโปรไฟล์ของแต่ละคนอยู่ ในหัวของเราก็กำลังประกอบสร้างตัวตนของเขาขึ้นมาในจินตนาการว่า เขาคงเป็นคนแบบนั้น เขาคงเป็นคนแบบนี้

‘เขาเป็นคนหน้าตาดี’ ฉันคิด--ก็มันเห็นๆ อยู่คาตา--และผู้คนก็รุมล้อมเขามากมาย เขาคือสิ่งมีชีวิตประเภทที่โพสต์รูปหน้าตัวเองแล้วมีคนกดไลค์เป็นพัน...อะไรจะขนาดนั้น

ไม่บ่อยนักที่ฉันจะเป็นฝ่ายแอดใครก่อน แต่ไม่รู้อารมณ์ไหน มือลั่น กดแอดไป และเขาก็รับ

จากนั้นเราก็เริ่มต้นทำความรู้จักกันในโลกออนไลน์ และขยับจากโลกออนไลน์มาสู่โลกออฟไลน์

รู้ตัวเองอีกทีก็พบว่าตัวเองกลายเป็นคนรอให้ถึงกลางคืนไวๆ เพราะมันเป็นเวลาที่เราอาจจะได้คุยกัน บทสนทนาเคล้าเสียงหัวเราะนั้นทำให้ฉันชอบกลางคืนมากขึ้นกว่าเดิม 

‘แต่เขาไม่ได้ชอบเราหรอก’ เสียงในหัวคอยกระชากสติกลับคืนมาเสมอไม่ให้ฉันคิดไกลไปกว่านั้น

เวลาผ่านไป เสียงหัวเราะเริ่มจางหาย กลางคืนไม่ใช่เวลาที่น่ารอคอยอีกต่อไป ประโยคธรรมดาๆ ว่า ‘เป็นไงบ้าง’ นั้นผ่านไป 3-4 วันถึงจะได้คำตอบ 

วันหนึ่งที่เราแชตกันอยู่ บทสนทนามันพาไปให้ฉันพิมพ์ข้อความบางอย่างไว้แต่ลังเลที่จะกด Enter ไป

ใช่...ฉันกำลังจะบอกชอบเขา

ที่ผ่านมา ฉันไม่เคยเปิดไพ่ใบนี้กับเขาเลย เพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ได้ชอบ แต่ก็นั่นแหละ บางครั้งเราก็รู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว แต่แค่อยากรู้ว่าเขาจะปฏิเสธอย่างไร

จะถือว่าซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองแล้วกลั้นใจกด Enter ไปแล้วกัน

กดเสร็จแล้วฉันก็คว่ำโทรศัพท์ไว้ห่างตัว ไม่กล้าดู อยากแกล้งตาย...

เสียงโทรศัพท์เตือนว่ามีคนส่งข้อความกลับมา ฉันกลั้นใจหยิบโทรศัพท์มาดู

‘55’ เขาตอบกลับมา ตัวเลขสองตัวแค่นั้นที่ทำเอาไปต่อไม่ถูก บอกชอบเขาแล้วเขาหัวเราะ แล้วจะอย่างไรต่อดีล่ะทีนี้!

ไม่มีข้อความใดต่อจากทั้งฝั่งฉันและเขาต่อจากนั้นอีกหลายวัน บทสนทนาสุดท้ายจบลงตรงที่คำว่า ‘55’

ฉันเลยทักทายเขาไป เอาว่าฉันจะลืมเรื่องที่ผ่านมา ช่างมันเถอะ 

ไม่มีข้อความตอบกลับมาอีกเลยจนปัจจุบัน คำว่า ‘55’ เป็นข้อความสุดท้ายจากเขา และเราไม่ได้ติดต่อกันอีก

ฉันอดคิดไม่ได้ว่าคนเราหัวเราะด้วยเหตุผลหลายอย่าง หัวเราะเมื่อมีความสุข หัวเราะเมื่อเจอสิ่งที่ตลก หัวเราะเมื่อต้องการเย้ยหยัน หัวเราะเมื่อทำตัวไม่ถูก ฯลฯ

ฉันไม่เคยรู้หรอกว่า ‘55’ ที่เขาส่งมานั้นหมายความว่าอย่างไร และก็ไม่ได้อยากรู้

ที่ฉันรู้ก็คือ อีกเหตุผลหนึ่งที่คนเราจะหัวเราะก็คือ เพราะเรามีความสุข ปัญหาใดๆ ที่เคยมาเป็นเรื่องเล็กเกินกว่าจะทำให้เราเสียใจได้นาน และต่อให้ต้องเจอความผิดหวังจากสิ่งที่ไม่คาดคิด มันก็ไม่สามารถหยุดเราให้มองโลกในแง่ดีได้

บางครั้งชีวิตก็ไม่ได้เป็นไปตามทุกอย่างที่เราหวัง แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ตราบเท่าที่เรายังคงหัวเราะให้กับมันได้อยู่ ชีวิตก็ยังงดงาม  

เรื่องนี้มันผ่านไปแล้ว และถ้าถามว่าฉันรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ฉันจะหัวเราะ

หัวเราะดัง “55” 



Advertising