เทคโนโลยี

ค่าแรงซ่อมรถ จ่ายไหนถูกกว่า

Published 29 ต.ค. 2018

By ยุทธพงษ์ ภาษี

Labor-Charge-tech-toys-Rabbit-Today-banner

ภาระหลังจากการเป็นเจ้าของรถ รวมๆ เราเรียกว่า รันนิ่งคอร์ส หรือค่าใช้จ่ายในการครอบครองรถ ซึ่งประกอบไปด้วย ค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำมัน ค่าประกันภัย ภาษี ค่าทางด่วนที่แตกต่างกันของชนิดรถยนต์นั้นๆ และอื่นๆ การซื้อรถใหม่อย่าดูแค่ ‘ราคา’ ตอนป้ายแดง แต่เราต้องดูเรื่องค่าใช้จ่ายระยะยาวด้วย ว่าเสียค่าใช้จ่ายอย่างไร

รถใช้แล้วต้องซ่อมต้องบำรุงรักษา ซึ่งรถใหม่ส่วนใหญ่เราจะต้องเข้าศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ ผมจะพาไปดูวิธีคำนวณ ‘ราคา’ ของศูนย์บริการเหล่านี้

ที่ศูนย์บริการ เมื่อนำรถเข้าไปรับบริการ ถ้าต้องเปลี่ยนอะไหล่ ศูนย์บริการจะแสดงราคาของค่าอะไหล่ หรือชิ้นส่วนที่ต้องเปลี่ยน มีรายการค่าแรง (Labor Charge) หรือค่าบริการ (Service  Charge) ให้เห็นด้วย หากซ่อมนอกศูนย์หรืออู่ เขาจะคิดราคา ‘ตีเหมา’ แล้วแต่ช่างจะเขียนบิล แยกค่าอะไหล่กับค่าแรงให้เห็นหรือไม่ ซ่อมอู่ค่าแรงขึ้นอยู่กับ ‘ฝีมือ’ ของช่างและการต่อรองของเรา

สำหรับท่านที่ไม่เคยชินหรือไม่เคยเอารถเข้าศูนย์บริการ หรือเข้ารับบริการครั้งแรก จะเห็นว่าในศูนย์บริการมาตรฐานของรถหลายๆ ยี่ห้อจะแสดงค่าแรงมาตรฐานเป็น ‘ชั่วโมง’ เห็นแบบนี้ เอารถเข้าศูนย์แต่เช้า ออกมาอีกทีเย็น โดนไปหลายชั่วโมง ค่าแรงบานแน่เลย แต่จริงๆ ไม่ใช่

ค่าแรงซ่อมรถ จ่ายไหนถูกกว่า,เทคโนโลยี,Rabbit Today

คำว่า ‘ชั่วโมง’ (Hour) ในศูนย์บริการ ไม่ได้กำหนดตามนาฬิกา แต่เป็นชั่วโมงการทำงานของช่าง ต่อการซ่อมบำรุงนั้นๆ ซึ่งเวลาดังกล่าวคือ กระบวนการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้น จะถูกกำหนดไว้ตายตัวว่า ‘ราคาเท่าไร’

‘ชั่วโมง’ งานของศูนย์บริการจะเริ่มตั้งแต่พนักงานรับรถ ออกใบสั่งงานเตรียมสถานที่ เบิกอะไหล่ ถอดชิ้นส่วน   เปลี่ยนของใหม่ ทดสอบ ตรวจสอบรับรองผลงาน จนเสร็จสิ้นกระบวนการทำงาน

ช่างจะทำงานเวลาเกินชั่วโมงหรือน้อยกว่าชั่วโมงของนาฬิกา ก็ไม่เกี่ยวกับคำว่า ‘ชั่วโมง’ (Hour)  ในศูนย์บริการ  ซึ่งในความเป็นจริง ช่างนั้นอาจจะมีความชำนาญ ทำงานชิ้นนั้นเสร็จภายในครึ่งชั่วโมงก็ได้

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนฟิวส์สัก 1 ตัว เปลี่ยนหลอดไฟเบรกสัก 1 ดวง หรือแม้แต่เข้าไปยกเครื่องรถ งานทุกงานก็จะถูกกำหนดไว้แล้ว เป็นค่ามาตรฐาน 

ยกตัวอย่าง การไปเปลี่ยนผ้าเบรก ค่าอะไหล่ 500 บาท ค่าแรง 300 บาท ในที่นี้ ค่าแรง 300 บาทนั้น มาจาก ‘ชั่วโมง’ การทำงาน คือจาก ‘ชั่วโมง’ 1 ชั่วโมง โดยมีอัตราชั่วโมงละ 300 บาท (สมมติ)

ผู้ผลิตแต่ละค่ายจะกำหนดค่าแรงออกมาว่าเป็นเท่าไร (ต่อชั่วโมง) ก็ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายทั้งหมดของศูนย์บริการนั้นๆ

ค่าแรงซ่อมรถ จ่ายไหนถูกกว่า,เทคโนโลยี,Rabbit Today

ค่าแรงในศูนย์บริการแต่ละยี่ห้อแต่ละค่ายจึง ‘ไม่เท่ากัน’ ขึ้นอยู่กับต้นทุนและกลยุทธ์ในการเรียกลูกค้า แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ต่างกันมาก เช่น กลุ่มรถญี่ปุ่น ก็มีค่าแรงเกาะกลุ่มกัน ส่วนรถยุโรปอาจจะมีระดับสูงกว่าญี่ปุ่น แต่ก็เกาะกลุ่มกันในรถยุโรป นอกจากนี้ ค่าแรงเท่าไร (ต่อชั่วโมง) ในศูนย์บริการยี่ห้อเดียวกันอาจแตกต่างกันได้ตามภูมิภาค

ค่าแรงในศูนย์บริการอาจจะมีความซับซ้อน แต่เราก็ต่อรองอะไรไม่ได้ เช่น ค่าแรงเปลี่ยนล้อ คิด 1 ชั่วโมง หากเราเปลี่ยนผ้าเบรกด้วยอาจจะคิดครึ่งชั่วโมง ในการทำงานจริง ถอดล้อ เปลี่ยนยาง เปลี่ยนผ้าเบรก เป็นกระบวนการทำงานเดียวกัน แต่ศูนย์บริการจะคิดค่าแรงแยกอย่างที่เห็น

สำหรับผมแนะนำว่า รถเก่าแล้วเลือกใช้งานผสมผสานข้างนอกศูนย์บ้างเป็นบางครั้ง รายการซ่อมไหนที่จำเป็นต้องพึ่งช่างในศูนย์บริการก็ค่อยเข้าไป ส่วนรถใหม่อยู่ในระยะรับประกันรถใหม่ ก็ต้องเข้าศูนย์อย่างเป็นทางการจะดีที่สุด

ยังมีศูนย์บริการอีกแบบที่เรียกว่า ควิกเซอร์วิส นั้นดูมาตรฐานระดับหนึ่ง แต่สำหรับค่าแรงของควิกเซอร์วิสต่างๆ เขาคิดแบบเหมาจ่าย หรือแบบอู่ทั่วไป เขาจะรวมค่าอะไหล่ กำไร และค่าแรงหรือค่าบริการไปในราคาอะไหล่ แตกต่างไปจากอู่ คือต่อรองราคาไม่ได้ เจ้าของรถมีหน้าที่จ่ายครับ

การเข้าศูนย์บริการใดๆ ให้ศูนย์เสนอราคาค่าซ่อมก่อนเสมอ แล้วค่อยพิจารณาตัดสินใจทำ เราเลือกทำเป็นรายการได้ ไม่มีใครว่าอะไร ว่าแต่เวลานี้รถผมก็ถึงเวลาซ่อมแล้วเหมือนกัน ขอตัวไปหาค่าแรงให้ช่างก่อนนะครับ เดี๋ยวจะกลับมาเขียนงานต่อ สวัสดี



Advertising