เทคโนโลยี

Lamborghini Urus World's First Super SUV 300++km/h

Published 8 ม.ค. 2019

By ธนา เศรษฐพานิช

Lamborghini-Urus-tech-toys-Rabbit-Today-banner

ในที่สุด Lamborghini Urus ก็ได้มาโชว์ตัวคันเป็นๆ ให้คนไทยได้เห็นในงาน Motor Expo 2018 แต่กว่าจะมาถึงวันนี้มันไม่ง่ายเลยกับการที่จะสร้างรถเอสยูวีทรงสูงที่เดิมมีไว้ลุยป่า ขับช้าๆ ผ่านเนินดิน ให้ซิ่งทะลุความเร็วเกิน 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เพราะไม่เช่นนั้นก็คงมีคนทำมันมานานแล้ว

แต่นี่คือ Super-SUV ผลผลิตจากห้องปฏิบัติการงานออกแบบของแบรนด์กระทิงดุจากอิตาลีอย่าง Lamborghini ที่ถนัดทำแต่ซูเปอร์คาร์ ดังนั้น เมื่อลุกขึ้นมาทำเอสยูวีกับเขาบ้าง ผลลัพธ์ออกมาจึงธรรมดาไม่เป็น

Lamborghini Urus World's First Super SUV 300++km/h,เทคโนโลยี,Rabbit Today

Lamborghini นั้นไม่ใช่ไม่เคยทำรถลุย เพราะในราวต้นยุค 80s พวกเขาเคยทำรถ Lamborghini ต้นแบบที่เรียกว่า Cheetah ซึ่งเป็นรถออฟโรดที่พยายามจะขายให้กับกองทัพสหรัฐฯ ในชื่อรุ่น LM001 แต่รุ่นที่ขายได้จริงๆ กลับเป็นรุ่น LM002 ซึ่งก็ผลิตเพียง 300 คัน ในปี 1982 รูปทรงก็คล้ายๆ กับพวกรถฮัมวีของทหาร แต่มีเหลี่ยมมุมมากกว่า ทำให้มันเป็นของสะสมของบรรดาเซเลบและซุป’ตาร์ฮอลลีวู้ด

โครงการผลิตเอสยูวีของ Lamborghini ถูกนำมาปัดฝุ่นอีกครั้งกับรถต้นแบบ Urus ที่มาจากชื่อสายพันธุ์กระทิงสเปน ในงาน 2012 Beijing Auto Show มีคนบอกว่ามันได้อิทธิพลจากรุ่น Aventador ในการออกแบบ แต่ที่จริงแล้วมันมีทั้งส่วนผสมของ LM002 กับ Lamborghini Countach ซูเปอร์คาร์ในตำนานอยู่ไม่น้อย

Lamborghini Urus World's First Super SUV 300++km/h,เทคโนโลยี,Rabbit Today

Lamborghini Urus ถูกออกแบบด้วยเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) ที่ทำให้นักออกแบบสวม VR Headset เข้าไปสัมผัสกับโมเดล 3 มิติได้อย่างละเอียดทุกจุด แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังถูกสร้างแบบจำลองด้วยดินเหนียวและขัดเกลาที่ชิ้นส่วนด้วยมือ ก่อนนำไปทดสอบในอุโมงค์ลม เพื่อให้ได้เส้นสายที่สวยงามและมีอากาศพลศาสตร์ที่ดี อาทิ ขอบกระจกบังลมที่สามารถเปลี่ยนทิศทางของกระแสลมไปยังสปอยเลอร์หลังที่ปรับได้

Lamborghini Urus ถึงแม้จะมีน้ำหนัก 2 ตัน (2,154 กิโลกรัม) แต่สามารถทำอัตราเร่ง 0 ถึง 100 กม./ ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 3.6 วินาที 0-200 กม./ ชม. ในเวลา 12.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 305 กม./ ชม. แม้จะบรรทุกผู้โดยสารถึง 5 คน

Lamborghini Urus World's First Super SUV 300++km/h,เทคโนโลยี,Rabbit Today

การจะไปสู่ความเร็วระดับนั้น Lamborghini Urus ต้องใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 4.0 ลิตร V8 ที่หยิบยืมจาก Audi เพื่อนร่วมค่ายมาพัฒนาต่อ รวมถึงเป็นการใช้ระบบเทอร์โบอัดอากาศเป็นครั้งแรกของ Lamborghini เพื่อสร้างกำลัง 650 แรงม้า ที่ความเร็วรอบ 6,000 รอบต่อนาที สูงสุด 6,800 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตรที่ 2,250 รอบต่อนาที หรือเท่ากับ 3.38 กิโลกรัม/ 1 แรงม้า

Lamborghini Urus มีเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่มีคันเกียร์ขนาดกะทัดรัดที่ออกแบบให้คล้ายคันเร่งของเครื่องบิน รวมทั้งมีระบบ ANIMA (Adaptive Network Intelligent Management) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เลือกโหมดการขับขี่ได้ตามสะดวกถึง 6 โหมด ไม่ว่าจะวิ่งแบบสปอร์ต ซิ่งบนทราย ออฟโรดหรือหิมะ

Lamborghini Urus World's First Super SUV 300++km/h,เทคโนโลยี,Rabbit Today

ที่ความเร็ว 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลมที่สวนมาก็มีความแรงเท่าพายุเฮอริเคนระดับ F5 ที่มีความเร็วลมไม่น้อยกว่า 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งมันสามารถทำลายชิ้นส่วนที่ออกแบบมาไม่ถูกหลักอากาศพลศาสตร์ได้อย่างง่ายดาย แรงยกของลมใต้ท้องรถเอสยูวีจึงเป็นข้อจำกัดในการพัฒนารถให้วิ่งด้วยความเร็วสูง

ในการเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูง ซึ่งรถเอสยูวีที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูงจะมีโมเมนตัมให้รถเหวี่ยงได้มากกว่า Lamborghini Urus แก้ไขด้วยการเพิ่มระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังที่ยืมมาจาก Aventador ทำให้ล้อหลังสามารถขยับมุมได้ 3 องศา จึงทำให้รถเข้าโค้งเปลี่ยนเลนได้ฉับไวขึ้น นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีการลดความสูงของตัวรถจากช่วงล่างแบบปรับระดับความสูง-ต่ำอัตโนมัติที่ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของรถดีขึ้นเมื่อแล่นที่ความเร็วสูง

Lamborghini Urus World's First Super SUV 300++km/h,เทคโนโลยี,Rabbit Today

เพื่อให้รถขนาดใหญ่ 4 ที่นั่งมีน้ำหนักเบา Lamborghini ได้พัฒนาวัสดุใหม่ที่เรียกว่า Forces Composites® ซึ่งเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีความแข็งแกร่ง บาง เบา และมีลวดลายสวยงาม ซึ่งเคยถูกใช้ในเครื่องบินโบอิ้ง 787 และนำมาติดตั้งไว้ใน Lamborghini Urus ด้วย

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Lamborghini Urus นั้นใช้แพลตฟอร์มที่ชื่อว่า MLB EVO ร่วมกับ Volkswagen Touareg, Porsche Cayenne, Audi Q7 และ Bentley Bentayga

Lamborghini Urus World's First Super SUV 300++km/h,เทคโนโลยี,Rabbit Today

แต่การตกแต่งภายในของ Lamborghini Urus เป็นงานฝีมือจากอิตาลีที่หรูหรา ใส่แนวคิดของค็อกพิทนักบิน แผงหน้าปัดตามรูปแบบ ‘Y’ การเลือกสีและวัสดุที่แตกต่างกัน เช่นหนังธรรมชาติ Alcantara® พื้นผิวไม้ อะลูมิเนียม หรือคาร์บอนไฟเบอร์ หน้าจอ TFT 3 จอ กับระบบ Lamborghini Infotainment System ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay ระบบนำทาง ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ ระบบปลดล็อกประตูรถแบบสัมผัสทั้งที่ประตูและกระโปรงหลัง เบาะปรับไฟฟ้าอัตโนมัติ

Lamborghini Urus World's First Super SUV 300++km/h,เทคโนโลยี,Rabbit Today

ถ้าคุณเห็น Lamborghini Urus คันนี้วิ่งบนถนนในเมืองไทย ขอให้รู้ไว้เถอะว่ามีคนบางคนเอาเงิน 23,400,000 บาท ไปแลกมันมาไว้ในโรงรถแล้ว



Advertising