เทคโนโลยี

มือถือ “เชื่อมรถ เชื่อมคน”

Published 3 ต.ค. 2018

By ยุทธพงษ์ ภาษี

TELEMATICS-tech-toys-Rabbit-Today-banner

ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ จากนี้ไปถ้าคุณอยู่ในรถคนเดียว คุณจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป แนวคิดเรื่องของการสื่อสารระหว่างรถกับคนขับและรถกับรถ เป็นจริงมากขึ้นในปัจจุบันเพราะเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ การเชื่อมโยงข้อมูลของรถและคนขับเข้าด้วยกัน และแสดงผลในมือถือ กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว 

10 กว่าปีที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์รายใหญ่ได้กรุยทางเพื่อจะทำให้คนขับขี่รถยนต์ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวบนถนน ทำอย่างไรจะรู้ว่า ขับรถอยู่ตรงไหน และทำอย่างไรจะตอบสนองความต้องการบางอย่างได้ขณะเดินทาง โดยไม่ต้องจอดรถ

ระบบการสื่อสารในรถยนต์กับภายนอก เรียกรวมๆว่า”เทเลมาติกส์” ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสื่อสาร 2 ทางระหว่างรถยนต์กับศูนย์กลางที่ทำหน้าที่ประสานงาน และระบบที่ล้ำสมัยนี้ เริ่มสื่อสารและเรียนรู้ จำเสียงของผู้ขับขี่ได้ 

ย้อนไปดูการก่อเกิดของเทเลมาติกส์ หากผมจำไม่ผิดโมดูลเทเลมาติกส์ เริ่มในอเมริกา โดยจีเอ็ม ได้เปิดให้ บริการที่เรียกว่า ออนสตาร์ (Onstar) โดยนำเทคโนโลยีการระบุตำแหน่งผ่านดาวเทียม (Global Positioning System : GPS) เข้ามาใช้ร่วมกับระบบการสื่อสารแบบไร้สาย ระบบเชื่อมโยงผู้ขับขี่และรถยนต์เข้ากับศูนย์ของออนสตาร์ (Onstar Center) ที่มีพนักงานคอยให้คำปรึกษา และแนะนำบริการแก่สมาชิกรายบุคคลตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด หากมีเหตุขัดข้อง

ออนสตาร์ จะมีปุ่มให้ผู้ขับขี่สามารถโทรติดต่อกับ ศูนย์ของออนสตาร์ (Onstar Center) หรือแจ้งเหตุฉุกเฉินได้

ราว 15 ปีที่แล้ว เดลฟาย ออโตโมทีฟ ซิสเต็มส์ (บริษัทในเครือจีเอ็มในขณะนั้น) ได้ติดตั้งเทเลมาติกส์ 1 แสนชุด ให้กับรถยนต์เล็กซัส รุ่น แอลเอส 430 ในสหรัฐอเมริกา โดย เลกซัส เรียกตัวศูนย์บริการนี้ว่า "เล็กซัสลิงก์ "

เลกซัสลิงก์ให้บริการแนะนำเส้นทาง แจ้งเหตุโจรกรรมอัตโนมัติ วินิจฉัยสภาพรถ  ในกรณีที่มีปัญหา ถึงขั้นส่งรถเข้าซ่อมหรือมีระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินไปยังศูนย์บริการอัตโนมัติ หากพบว่าแบตเตอรี่รถยนต์ไม่สามารถใช้งานได้ นอกจากนี้ ยังให้บริการอื่นอีก เช่น ล็อก/ปลดล็อกรถ ในกรณีที่ลืมกุญแจ การจองโรงแรมและห้องอาหาร  สั่งดอกไม้ และบัตรชมงานต่างๆ ได้               

เลกซัสลิงก์ สามารถแจ้งเหตุรถชนกัน อัตโนมัติ  โดยดูจากถุงลมด้านหน้าทำงาน สัญญาณจะถูกส่งไปยังศูนย์ บริการโดยอัตโนมัติ  ข้อมูลเกี่ยวกับรถ เช่น ตำแหน่ง และเจ้าของรถ จะถูกส่งไปยังหน่วยกู้ภัยให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที ในขณะที่ในรถจะมีปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน คนขับสามารถจะกดปุ่มฉุกเฉินเรียกศูนย์บริการ ซึ่งจะระบุตำแหน่งของรถและข้อมูลเกี่ยวกับคนขับ

เทเลมาติกส์ ในบ้านเรารถของเอ็มจี รุ่น ZS เป็นเทเลมาติกส์ที่ก้าวหน้ากว่าค่ายอื่นๆ เอ็มจีเรียกระบบนี้ว่า i-SMART เพราะได้พัฒนาเทคโนโลยีเชื่อมต่อสมัยใหม่ เพื่อสื่อสารระหว่างรถกับคนด้วยระบบ AI : Artificial Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์  เราสามารถดูข้อมูลต่างๆ ผ่านมือถือ สั่งงานฟังก์ชั่นต่างๆ ของรถผ่านมือถือ

ส่วนค่ายโตโยต้า เรียกว่า T-Connect Telematics  มีฟังก์ชั่น ค้นหารถ แจ้งเหตุฉุกเฉิน (SOS) ระบบนำทางข้อมูลแบบเรียลไทม์ ระบบค้นหาที่จอด ค่ายยุโรปอย่าง BMW ก็มีฟังก์ชั่นที่น่าตื่นตาตื่นใจในการแจ้งเหตุรถชนกัน หรือ การกดปุ่มขอความช่วยเหลือ(Intelligent Emergency Call ) ของ BMW Connected app ในกรณีที่รถยนต์เกิดอุบัติเหตุหนักระบบเซ็นเซอร์การชนจะส่งสัญญาณ แจ้งตำแหน่งพิกัดรถและอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นโดยประเมินจากความเสียหายของตัวรถ

ในรถยนต์บรรทุกใหญ่อย่าง วอลโว่ ทรัค เมื่อใดที่รถต้องเข้าศูนย์บริการ ระบบจะแจ้งเตือนผู้ขับว่า ถึงเวลาซ่อมบำรุง นอกจากนี้หากรถวิ่งผ่านศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุด ข้อมูลของรถจะถูกส่งเข้าไปยัง ศูนย์บริการอัตโนมัติ เพื่อให้ช่างทราบเกี่ยวกับความต้องการซ่อมบำรุงของตัวรถ แนวโน้มว่า รถยนต์รุ่นใหม่ในไทย จะมีฟังก์ชันสั่งของออนไลน์ได้ด้วย

การสื่อสารสมัยใหม่ในแบบสองทางผ่านเครือข่ายมือถือนี้มักจะติดตั้งมาจากโรงงาน ยังไม่มีระบบที่ติดตั้งภาย หลัง  ดังนั้น หากอยากลองของใหม่ บอกเซลส์เอาแบบที่มี เทเลมาติกส์ นะ



Advertising