ธุรกิจและการเงิน

10 ข้อคิดสำหรับคนอยากซื้อรถยนต์

Published 21 พ.ค. 2019

By ดร.ธนาวัฒน์ สิริวัฒน์ธนกุล

10 ข้อคิดสำหรับคนอยากซื้อรถยนต์

ราคาน้ำมันตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2562 มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งน้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ และ NGV ส่งผลทำให้คนที่ต้องขับขี่ยานพาหนะส่วนตัวเดินทางไปทำงาน หรือติดต่อธุระต่างๆ อาจกลับมาเอามือก่ายหน้าผากกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นปี

แต่สำหรับใครที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของยานพาหนะส่วนตัวที่ต้องใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเหล่านี้ ผมมีข้อคิด 10 ประการที่อยากให้คุณไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ก่อนตัดสินใจที่จะควักเงินสดไปดาวน์รถยนต์สักคัน

1. คุณจะต้องสำรวจกระเป๋าเงินของคุณก่อนว่า คุณมีเงินเพียงพอที่จะซื้อรถยนต์ได้ในมูลค่าเท่าไร สำหรับคนที่ไม่มีเงินสดเพียงพอที่จะซื้อรถ คุณคงต้องสำรวจดูสมุดคู่ฝากของตัวเองว่าคุณสามารถที่จะวางเงินดาวน์ได้สูงสุดเท่าไร และต้องวางแผนต่อไปด้วยว่า ในแต่ละเดือนนั้นคุณมีความสามารถที่จะชำระค่างวดรถยนต์คันใหม่ของคนได้เดือนละเท่าไร

การผ่อนรถยนต์คันใหม่ไม่ให้เป็นภาระที่หนักจนเกินไปของแต่ละบุคคล นักวางแผนการเงินมักมีคำแนะนำว่าเงินงวดที่ต้องผ่อนทุกๆ รายการรวมกันไม่ควรเกินร้อยละ 35-45 ของเงินเดือน อย่างไรก็ตามคุณอาจต้องลองคาดการณ์รายได้และรายจ่ายทั้งหมดในอนาคตอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบว่าจะมีรายได้สุทธิหลังจากหักรายจ่ายทั้งหมดแล้วเพียงพอเพื่อจะไปจ่ายค่างวดที่ไปกู้ซื้อรถยนต์มา รวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จะตามมาเป็นบัญชีหางว่าวอีกหรือไม่ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา ค่าที่จอดรถ ค่าทางด่วน ฯลฯ

2. คุณจะต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการซื้อรถยนต์ด้วยเงินสด หรือการดาวน์แล้วผ่อนต่อเป็นงวดๆ ถ้าหากคุณเลือกที่จะซื้อรถด้วยเงินผ่อนแล้วละก็ อย่าลืมว่าแหล่งเงินกู้ไม่จำเป็นต้องมาจากสถาบันการเงินที่โชว์รูมจัดไว้ให้เท่านั้น คุณควรจะเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมจากสถาบันการเงินแห่งอื่นๆ อีกเช่นกัน ทั้งนี้การเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจะต้องตรวจสอบด้วยว่าอัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินหรือโชว์รูมแจ้งนั้นเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบ Flat Rate ที่ไม่ลดต้นลดดอก หรืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่เมื่อมีการชำระเงินงวดแล้วทำให้เงินต้นคงค้างลดลงแล้วสถาบันการเงินก็จะลดดอกเบี้ยให้หรือไม่

3. ตัดสินใจเลือกรถยนต์คันที่เหมาะกับเรา โดยพิจารณาดูจาก ขนาด ประสิทธิภาพในการขับขี่ ความปลอดภัย และความสวยงาม พยายามพิจารณาทางเลือกไว้อย่างน้อยๆ สัก 3 คันเป็นอย่างต่ำ เพื่อเปรียบเทียบ

4. ในการเปรียบเทียบราคา อย่าลืมนำออปชั่นต่างๆ ส่วนลด และของแถมอื่นๆ ที่จะได้รับมาพิจารณาด้วย

5. ทดลองขับด้วยตัวคุณเอง ทั้งบนถนนหน้าโชว์รูมและบนทางด่วน

6. ในกรณีที่คุณมีรถยนต์คันเก่าอยู่ ลองให้เต็นท์รถแถวบ้านตีราคา หรือเปรียบเทียบราคาขายต่อจากเว็บไซต์ต่างๆ ในอินเทอร์เน็ต นอกเหนือไปจากโชว์รูมที่คุณกำลังจะซื้อรถด้วย

7. ต่อรองราคากับโชว์รูมแต่ละแห่งที่คุณพิจารณา ถ้าหากคุณต้องการจะเทิร์น รถคันเก่าของคุณ อย่าลืมแยกการต่อรองราคารถยนต์คันใหม่ และราคาขายต่อรถยนต์คันเก่าออกจากกัน 

8. หลังจากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะเทิร์นรถเก่าของคุณกับโชว์รูม หรือขายรถคันเก่าด้วยตัวคุณเอง

9. ตรวจสอบสัญญาซื้อขายให้ละเอียดก่อนลงลายมือชื่อ

10. ในการเปรียบเทียบราคารถยนต์ในแต่ละยี่ห้ออย่าลืมเปรียบเทียบราคาจากจากหลายๆ โชว์รูม เพราะแต่ละแห่งอาจจะเสนอราคาขายไม่เท่ากัน หรืออาจจะมีของแถมที่แตกต่างกันก็ได้

อย่างไรก็ตามผมอยากให้คุณที่กำลังตัดสินใจอยากจะเป็นเจ้าของรถยนต์สักหนึ่งคัน ลองถามใจตัวเองดูว่า รถยนต์คันนี้ที่คุณจะซื้อเป็นเพียงความต้องการหรือความจำเป็น และการเป็นเจ้าของรถยนต์คันนี้ในเวลานี้จะทำให้มาตรฐานการดำรงชีวิตของเราจะดีขึ้นในอนาคต ใช่หรือไม่



Advertising