Published 29 ม.ค. 2019

By ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ (แกะดำทำธุรกิจ)

time-management-biz-buzz-Rabbit-Today-banner

ผมมีความเห็นว่า เวลาคือทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดที่ผู้คนลืมนึกไป ลองตั้งคำถามง่ายๆ ว่า ถ้าเรามีเงินหนึ่งล้านบาทคุณสามารถซื้อเวลาสักหนึ่งวินาทีได้ไหม คำตอบคือไม่ได้ ดังนั้นคนเราต้องมีวิธีในการบริหารจัดการเวลาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เวลาทำประโยชน์กับเราได้มากที่สุด 

ผมมีข้อแนะนำในการบริหารจัดการเวลาสักสามสี่ข้อ ที่ขอแบ่งปันกับท่านผู้อ่านดังนี้ 

1. ในวันทำงาน ทุกสามทุ่มของทุกคืน ผมจะหยิบสมุดจดคู่กายแล้วนึกว่า ในวันพรุ่งนี้ผมมีงานอะไรที่ต้องทำ แล้วจดบันทึกลงในสมุด จากนั้นผมจะเรียงลำดับความสำคัญสิ่งที่ต้องทำก่อนหลัง ด้วยวิธีการแบบนี้ ทำให้ทุกเก้าโมงเช้า ผมออกวิ่งเร็วได้ทันทีในขณะที่คู่แข่งยังต้องมานั่งนึกว่า สิ่งที่ตัวเองจะทำมีอะไรบ้าง ทำให้ผมมีความได้เปรียบในเรื่อง Time-based Competition 

ผมมี Head start ก่อนคู่แข่งอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง ผมยังเป็นคนรุ่นเก่าที่มีความเชื่อว่า “The early bird catches the worm.” ผมต้องการเป็นนกตัวแรกที่ออกไปจับหนอน แล้วตกเย็นผมจะนั่งชิลล์ๆ ในขณะที่นกตัวอื่นต้องต่อสู้แย่งชิงจับหนอนกันเป็นพัลวัน 

2. ผมมีปฏิทินในการทำงานที่ลงตารางนัดในโทรศัพท์มือถือ ประเด็นคือ นอกจากจะบริหารเวลาแบบวันต่อวันแล้ว ผมจะวางแผนล่วงหน้า ด้วยการลงบันทึกสิ่งที่ผมต้องทำในอนาคต ตัวอย่างเช่น ผมจะมีตารางโทรศัพท์ไปคุยกับลูกค้า โดยจะไม่คุยเรื่องงาน คุยเรื่องทั่วๆ ไป ถามสารทุกข์สุกดิบ ถามว่าลูกค้าค้าขายเป็นอย่างไร โดยลงตารางนัดล่วงหน้าอย่างนี้สองถึงสามเดือน 

ที่ทำอย่างนี้เพราะผมมีความเชื่อว่า คนเราจะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเกิดจากการทำสิ่งที่เรียกว่า Relationship Management หัวใจคือ เราต้องคุยกับลูกค้าเป็นระยะๆ ไม่คุยเรื่องงาน คุยเรื่องตัวเขา คุยด้วยความจริงใจ ด้วยวิธีนี้ทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอีกข้างหนึ่ง และส่งผลให้การทำธุรกิจของคนทั้งสองมีความราบรื่น ถ้าลูกค้ารายไหนเป็นนักชิม ผมจะมีตารางชวนคนเหล่านั้นไปทานอาหาร โดยลงบันทึกล่วงหน้า เพราะไม่อย่างนั้นผมจะลืม

งานสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ผมทำเป็นประจำคือ New Business Pitch เป็นการไปเสนอตัวกับ Prospect ทุกครั้งที่ผมเดินออกจากห้องประชุม ผมจะลงบันทึกว่า Follow Up Call ครั้งต่อไปจะเป็นวันไหน โดยผมจะทิ้งช่วงให้ Prospect มีเวลาพิจารณากับข้อเสนอของเรา ด้วยการทำ Forward Planning ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นวันต่อวัน หรือเดือนต่อเดือน ทำให้ผมสามารถสร้างประโยชน์จากเวลาที่ผมมี เท่ากับคนอื่น

เวลา,ธุรกิจและการเงิน,Rabbit Today

3. ผมมีวิธีคิดอีกอย่างหนึ่งที่แตกต่าง ผมจะเป็นคนเลือกทำของน้อยอย่าง เพื่อให้ ‘เป็นเลิศ’ ในสิ่งที่ทำ ตัวอย่างเช่นผมจะเลือกอ่านหนังสือไม่กี่ประเภท หนึ่งเรื่องวิธีคิด + Strategy สองเรื่องการตลาดและโฆษณา เรื่องภาวะความเป็นผู้นำ + การบริหารคน เรื่อง Disruption + Transformation + Innovation

คำถามคือทำไมผมถึงทำอย่างนั้น ด้วยเวลาที่ผมมีเท่ากับคนอื่น ผมจะโฟกัสกับเรื่องไม่กี่เรื่องที่ทำให้ผมรู้ลึกและกว้างในประเด็นที่สนใจ เคยมีคนถามผมว่าแล้วผมไม่รู้เรื่อง Six Sigma, TQM จะไม่เสียเปรียบหรือ คำตอบคือ ถ้าคนเราอยากเป็น ก. เก่งทุกทาง เราจะไม่เก่งแม้แต่ทางเดียว 

วิธีคิดคือในเมื่อผมมีเวลาเท่ากับทุกคนบนโลกใบนี้การเลือกทำของน้อยอย่าง มันจะทำให้เกิดความ ‘เป็นเลิศ’ ในประเด็นที่ผมสนใจเลือกทำของน้อยอย่างทำให้ ‘เวลา’ เป็นพวกเดียวกับผม 

4. เคล็ดลับในการบริหารจัดการเวลาประการสุดท้าย คือการตัดสินใจ ผมเป็นคนที่ตัดสินใจอะไรเร็วมาก ทุกครั้งที่ผมประชุม ผมจะตัดสินใจเรื่องทุกเรื่องในที่ประชุม ผมจะไม่ปล่อยเรื่องนั้นค้างอยู่ในอากาศ แล้วค่อยกลับมาตัดสินใจ ทำไมผมถึงทำอย่างนั้น ผมมีความเชื่อว่า การตัดสินใจเร็วทำให้ผมสร้างความได้เปรียบคู่แข่งในเรื่องมิติของเวลา ตัดสินใจผิดแก้ไขได้ แต่ตัดสินใจช้า เรียกเวลากลับคืนมาไม่ได้

ผมยึดคติหนึ่งเป็นหลักการในการใช้ชีวิตคือ ตัดสินใจที่ดีที่สุดคือตัดสินใจถูก ตัดสินใจที่ดีรองลงมาคือตัดสินใจผิด การตัดสินใจที่แย่ที่สุดคือ ไม่ตัดสินใจ ผมมีความเชื่อว่า ความรวดเร็วและการตัดสินใจผิดคือ Springboard ที่นำสู่ความสำเร็จ ถ้าจะเอาหลักคิดของคนรุ่นเก่ามาใช้ คือ ‘ผิดเป็นครู’ แล้วความผิดจะนำทางให้เรารู้ว่า หนทางที่ถูกคือเส้นทางไหน จะทำอย่างนั้นได้ผิดแล้วต้องรีบลุกขึ้นมา อย่าจิตตก เรียนรู้จากความผิดแล้วประเมินหาหนทางใหม่ว่าทิศไหนคือทิศที่ถูกต้อง และต้องทำอย่างไร 

เคล็ดลับอีกประการหนึ่งคือทำอะไรต้องมี Clear Next Step ใครต้องทำอะไร ใครเป็นคนรับผิดชอบ แล้วจะกลับมาเจอกันอีกครั้งเมื่อไร แล้วอย่าใช้คำว่า ‘ประมาณ’ ต้องชัดเจนเลยครับนัดเจอกันวันที่ 31 มกราคม 2562 เวลา 09.00 น.

นอกจากนั้นผมมีวิธีทำงานที่ทำให้คนทำงานกับผมทุกคนสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องกลับมาถามผม ตัวอย่างเช่น เลขาฯ ผมสามารถทำนัดกับคู่ค้าโดยไม่ต้องกลับมาถามผมว่าจะรับนัดนี้ได้หรือไม่ จะทำอย่างนี้ได้นั่นหมายความว่า คนรอบตัวผมต้องเข้าใจวิธีคิดในการทำงานของผม เป็นผลให้คนเหล่านั้นสามารถตัดสินใจแทนผมในเรื่องที่เขารับผิดชอบ ด้วยวิธีบริหารจัดการเวลาที่มีประสิทธิภาพที่ผมยึดหลักคิดว่า เวลาคือ ‘ของหายาก’ ทำให้ผมทำงานแล้วได้ประโยชน์จากเวลาแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย 

และเคยมีคนถามผมว่าผมไม่เครียดกับวิธีทำงานอย่างนี้หรือครับ คำตอบคือผมมีวิธีผ่อนตัวเอง ไม่เหยียบคันเร่งตลอดเวลา ถ้าตัวเริ่มตึง ก็ออกไปเดินเล่น ถ้าสมองเริ่มเครียด ก็เปิดเพลงฟัง เมื่อเส้นสายคลายตัว ก็กลับมาทำใหม่ ประเด็นคือทำไป พักไป แล้วมีวินัยในการทำงานครับ



Advertising