พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒๕๖๒

วัดประจำรัชกาลที่ 4: วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร

Published 20 มี.ค. 2019

By Rabbit Today

Royal-Temples-4-coronation-Rabbit-Today-banner

วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นอารามหลวงชั้นเอกที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นพระอารามหลวงของพระมหากษัตริย์ ตามโบราณราชประเพณี

เมื่อครั้งอดีต พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า ‘วัดราชประดิษฐสถิตธรรมยุติการาม’ เมื่อสร้างเสร็จแล้วได้เปลี่ยนเป็น ‘วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม’ เพื่อให้เหมาะสมกับเป็นที่ประดิษฐานหลักศิลา ซึ่งเป็นสีมามีจารึกคาถาบาลีและภาษาไทย ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์รวม 10 หลัก

วัดราชประดิษฐ์ฯ เป็นวัดฝ่ายธรรมยุติกนิกายวัดแรกที่สร้างขึ้นเพื่อพระสงฆ์ในนิกายนี้ เนื่องจากครั้งยังทรงผนวชอยู่ ทรงเป็นหัวหน้านำพระสงฆ์ชำระข้อปฏิบัติ ก่อตั้งคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกายขึ้น วัดราชประดิษฐ์ฯ จึงเป็นเสมือนวัดต้นแบบของคณะธรรมยุติกนิกายที่มีอยู่ในพุทธอาณาจักรบนแผ่นดินไทย 

และตามความในประชุมประกาศรัชกาลที่ 4 พ.ศ.2408-2410 หน้า 223-224 ที่ว่า “...ในหลวงบัดนี้ก็ไม่สู้ถนัดที่จะคิดสร้างวัดใหญ่โต เพราะเห็นว่าของชำรุดก็ไม่มีใครจะซ่อม...วัดใหญ่นักก็กลายเป็นที่อยู่ของศัตรูพระศาสนาไป...จึงโปรดแต่ที่จะสร้างวัดเล็กๆ ที่จะบรรจุพระสงฆ์ 30 รูปลงมา พอให้...เจ้าอาวาสมีความรักวัดบ้าง เอาใจใส่วัดบ้าง...” วัดราชประดิษฐ์ฯ เมื่อแล้วเสร็จจึงมีเนื้อที่เล็กดังพระราชประสงค์ และในสมัยแรกมีพระสงฆ์มาครองวัดเพียง 20 รูป

วัดประจำรัชกาลที่ 4: วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ๒๕๖๒,Rabbit Today

แต่อย่างไรก็ตาม วัดราชประดิษฐ์ฯ มิได้ละทิ้งความบรรจงในงานหัตถศิลป์ เพราะเป็นที่เลื่องลือว่ามีหน้าบันไม้สักแกะสลักที่มีความวิจิตรพิสดารชั้นยอด ซุ้มประตูหน้าต่างมีการประดับลายปูนปั้น ลงรักปิดทอง และติดกระจกสีเป็นรูปมงกุฎทุกบาน อีกทั้งตัวบานประตูหน้าต่างเป็นไม้สักที่สลักเสลาลายก้านแย่งซ้อนกัน 2 ชั้น งดงามสมพระเกียรติแห่งพระอารามหลวงที่สำคัญยิ่งพระอารามหนึ่งในพระบรมราชจักรีวงศ์

รัชกาลที่ 4 ทรงฟื้นฟูและปฏิรูปพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ครั้งทรงผนวช จนถึงในรัชกาลของพระองค์ ได้ทรงนำพุทธศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องในพระราชพิธีต่างๆ เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทรงเข้มงวดกวดขันความประพฤติปฏิบัติของสงฆ์อย่างกว้างขวาง พระพุทธศาสนาจึงรุ่งเรืองและมีรากฐานที่มั่นคง อีกทั้งพระองค์ยังพระราชทานเสรีภาพในการนับถือศาสนา หรือลัทธินิกายตามความสมัครใจ เว้นแต่ความประพฤติปฏิบัติจะขัดต่อกฎหมายบ้านเมือง 

แหล่งข้อมูล: ประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ เล่ม 2 รัชกาลที่ 4 - พ.ศ.2475 จัดพิมพ์โดย คณะกรรมการจัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พุทธศักราช 2525