ท่องเที่ยว

ทำบุญ เวียนเทียน วันมาฆบูชา เที่ยว 5 วัดกลางกรุง

Published 18 ก.พ. 2019

By Rabbit Today

temple-Magha-Puja-Day-guide-to-go-Rabbit-Today-banner-1

วันมาฆบูชาเวียนมาอีกครั้ง ปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์อีกวันหนึ่ง ที่พุทธศานิกชนจะต้องออกไปทำกิจกรรมไหว้พระ ทำบุญ ขอพร และร่วมพิธีเวียนเทียนในช่วงค่ำ เป็นการน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงโอวาทปาติโมกข์แก่บรรดาพระอรหันต์ 1,250 รูป ที่มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย

เมื่อรู้ความเป็นมาของวันมาฆบูชาแล้ว ก็อยากชวนชาว Rabbit Today ออกไปทำบุญตามวัดทั้ง 5 แห่งรอบกรุงเทพฯ ในช่วงเย็นๆ ที่อากาศไม่ร้อนนัก พร้อมทั้งเที่ยวชมวัดวาอารามยามค่ำคืนไปด้วย รับรองว่าคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศสวยๆ ยามค่ำคืนของวัดเหล่านี้ในฟีลที่แตกต่างอย่างแน่นอน

ทำบุญ เวียนเทียน วันมาฆบูชา เที่ยว 5 วัดดังกลางกรุง,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

1. วัดอรุณฯ

วัดอรุณฯ หรือ วัดแจ้ง มีชื่อเต็มว่า ‘วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร’ เป็นวัดประจำรัชการที่ 2 ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี มีจุดท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ ก็คือ พระปรางค์สีขาว ที่ตั้งโดดเด่นอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา องค์พระปรางค์เดิมนั้นสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา และมีความสูงประมาณ 16 เมตร แต่เมื่อมีการบูรณะวัดครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้มีการต่อเติมองค์พระปรางค์ให้มีความสูงขึ้นถึง 81.85 เมตรอย่างในปัจจุบัน

จุดเด่น : ที่นี่มีพระประธานในอุโบสถ มีนามว่า ‘พระพุทธธรรมมิศราชโลกธาตุดิลก’ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างด้วยศิลปะยุครัตนโกสินทร์ มีความเชื่อกันว่าหุ่นพระพักตร์ของพระพุทธรูปองค์นี้ปั้นโดย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ส่วนพระวรกายปั้นโดย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) และที่ฐานของพระพุทธธรรมมิศราชโลกธาตุดิลก ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 2อีกด้วย

การเดินทาง : เรือด่วนเจ้าพระยาลงที่ท่าเตียน - ขึ้นเรือข้ามฟากมายังท่าวัดอรุณ, รถประจำทางลงรถที่ท่าเตียน - ขึ้นเรือข้ามฟากมายังท่าวัดอรุณ หรือใช้บริการแท็กซี่

เวลาเปิด-ปิด : บริเวณพระปรางค์ เปิด 7.30 - 17.30 น. 

ทำบุญ เวียนเทียน วันมาฆบูชา เที่ยว 5 วัดดังกลางกรุง,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

2. วัดโพธิ์

มีชื่อเต็มว่า ‘วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร’ เป็นหนึ่งในวัดสำคัญของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก รองจากวัดพระแก้ว วัดโพธิ์มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) มีสถานที่สำคัญมากมายภายในวัด ทั้งพระมหาเจดีย์สี่รัชกาล และจารึกวัดโพธิ์จำนวน 1,440 แผ่นในบริเวณวัดที่รวบรวมตำราการแพทย์ โบราณคดี และวรรณกรรม ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี 2554 

จุดเด่น : ภายในวัดมีพระพุทธรูปสำคัญสององค์คือ พระพุทธเทวปฏิมากร ซึ่งประดิษสถานอยู่ภายในพระอุโบสถ และพระพุทธไสยยาส ที่ถือเป็นพระนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของไทย โดยมีความพิเศษตรงที่บริเวณพระบาทประดับมุกภาพมงคล 108 ประการ ตรงกลางเป็นรูปจักรตามตำรามหาปุริสลักขณะ มีสีทองอร่ามไปทั่วทั้งองค์พระ และมีความงดงามอย่างยิ่ง

การเดินทาง : รถประจำทาง, เรือด่วนเจ้าพระยาลงท่าเตียน แล้วเดินไปวัดอีก 200 เมตร หรือนั่งแท็กซี่

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 - 18.30 น.

ทำบุญ เวียนเทียน วันมาฆบูชา เที่ยว 5 วัดดังกลางกรุง,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

3. วัดสระเกศ หรือวัดภูเขาทอง

ชื่อเต็มคือ ‘วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร’ เป็นวัดที่ผู้คนส่วนใหญ่รู้จักและคุ้นเคยกันในชื่อว่า ‘วัดภูเขาทอง’

จุดเด่น : ภูเขาทอง คือหนึ่งในสิ่งก่อสร้างอันโดดเด่นที่คนกรุงเทพฯ รู้จักกันดี มีความสูงกว่า 59 เมตร (เท่าตึก 19 ชั้น) มีสีทองอร่ามที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยไกล ภูเขาทองนี้เริ่มสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 และเสร็จสิ้นในรัชกาลที่ 5 ภายในตัวภูเขาทองมีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับการถวายจากรัฐบาลอินเดียไว้ภายใน และเปิดให้คนทั่วไปสักการบูชาได้ระหว่างทางเดินขึ้นไปยังยอดเจดีย์

การเดินทาง : สามารถมาด้วยรถประจำทาง หรือแท็กซี่

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 - 18.00 น. วันนักขัตฤกษ์เปิดถึงช่วงดึก

ทำบุญ เวียนเทียน วันมาฆบูชา เที่ยว 5 วัดดังกลางกรุง,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

4. วัดระฆัง

ชื่อเต็มคือ ‘วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร’ เป็นวัดโบราณในสมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กับโรงพยาบาลศิริราช ที่นี่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระมหาเถระรูปสำคัญที่ได้รับความนับถือเป็นอย่างมากในเมืองไทย ที่มาของชื่อ ‘วัดระฆัง’ มาจากสมัยรัชกาลที่ 1 ซึ่งมีการขุดพบระฆังใบหนึ่งซึ่งมีเสียงไพเราะมาก รัชกาลที่ 1 จึงโปรดเกล้าฯ ให้นำระฆังใบนั้นไปไว้ที่วัดพระแก้ว และโปรดให้สร้างหอระฆัง พร้อมทั้งระฆังอีก 5 ใบขึ้นทดแทน

จุดเด่น : ภายในอุโบสถวัดระฆังประดิษฐาน ‘พระประธานยิ้มรับฟ้า’ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสำริด ปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 4 ศอกเศษ เบื้องพระพักตร์มีรูปพระสาวก 3 องค์ นั่งประนมมือดุจรับพระพุทธโอวาท ที่มาของชื่อ ‘ยิ้มรับฟ้า’ มาจากการที่รัชกาลที่ 5 เสด็จมาถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดแห่งนี้ และได้มีพระราชดำรัสแก่ผู้เข้าเฝ้าว่า “ไปวัดไหนไม่เหมือนมาวัดระฆัง พอเข้าประตูโบสถ์พระประธานยิ้มรับฟ้าทุกที”

การเดินทาง : รถประจำทาง หรือเรือด่วนเจ้าพระยาลงที่ท่าช้าง - ขึ้นเรือข้ามฟากมายังท่าวัดระฆัง 

เวลาเปิด-ปิด : ปิดทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 - 17.00 น.

ทำบุญ เวียนเทียน วันมาฆบูชา เที่ยว 5 วัดดังกลางกรุง,ท่องเที่ยว,Rabbit Today

5. วัดเบญจมบพิตร

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เป็นวัดที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากความงดงามของพระอุโบสถที่สร้างด้วยหินอ่อน ผสมผสานกับรูปแบบศิลปะและสถาปัตยกรรมไทยที่ลงตัว ในอดีตวัดเบญฯ มีชื่อว่า ‘วัดแหลม’ ซึ่งเป็นวัดของราษฏรทั่วไป แต่เมื่อมีเหตุการณ์กบฏเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพปราบกบฏ โดยทรงตั้งกองบัญชาการทัพที่วัดแหลมนี้ ภายหลังการปราบกบฏเสร็จสิ้น พระองค์และพี่น้องอีก 4 คนได้ร่วมกันบูรณะวัดแหลมขึ้นใหม่ และได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า ‘วัดเบญจบพิตร’ ซึ่งหมายความว่า วัดของเจ้านาย 5 พระองค์

จุดเด่น : ภายในพระอุโบสถวัดเบญฯ เป็นที่ประดิษฐานของ ‘พระพุทธชินราชจำลอง’ โดยมีการหล่อพระพุทธชินราช (จำลอง) ขึ้น ณ โพธิ์สามเส้า ซึ่งก็คือบริเวณเดิมที่มีการหล่อพระพุทธชินราชองค์จริง พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดาขึ้น หลังจากนั้นจึงอัญเชิญพระพุทธชินราช (จำลอง) ลงแพแล้วล่องลงมายังกรุงเทพฯ เพื่อประดิษฐาน ณ วัดเบญจมบพิตร ในสมัยรัชกาลที่ 5

การเดินทาง : รถประจำทาง หรือแท็กซี่ 

เวลาเปิด-ปิด : ปิดทุกวัน ตั้งแต่ 8.30 - 17.30 น.

ทราบพิกัด 5 วัด สำหรับเวียนเทียนในค่ำคืนนี้แล้ว อย่าลืมรำลึกถึงความสำคัญของวันมาฆบูชาและทำจิตใจให้บริสุทธิ์ในฐานะพุทธศาสนิกชนด้วยนะคะ



Advertising