สุขภาพและกีฬา

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไข้เลือดออก

Published 11 มิ.ย. 2019

By อายุรศาสตร์ง่ายนิดเดียว

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไข้เลือดออก

สถานการณ์ไข้เลือดออก ณ วันนี้ค่อนข้างน่ากลัวและกำลังเป็นที่พูดถึง มีรายงานจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออก ณ ปัจจุบัน มีจำนวนมากกว่าปี พ.ศ.2561 ณ ช่วงเวลาเดียวกัน 1.8 เท่า ผู้ป่วยเสียชีวิต 41 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.16 งั้นเรามาทำความรู้จักไข้เลือดออกกันให้มากขึ้น จะได้รู้เท่าทันและป้องกันรักษา

1. ไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสที่มีสายพันธุ์ย่อยถึง 4 สายพันธุ์ ในประเทศไทยมีการระบาดทั้ง 4 สายพันธุ์ และยังมีไวรัสที่คล้ายกันที่ระบาดในประเทศไทยอีก คือไวรัสไข้สมองอักเสบ ไวรัสซิกา ด้วยความที่มีหลายสายพันธุ์และเครือญาติ ทำให้การตรวจสอบระดับภูมิคุ้มกัน หรือแอนติบอดี อาจมีการข้ามสายพันธุ์ได้

2. ไข้เลือดออกจะแพร่กระจายและติดต่อผ่านทางยุงลาย ไม่ติดต่อโดยตรงจากคนสู่คน หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งต่างๆ ยุงลายที่กัดผู้ติดเชื้อจะใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน จึงพร้อมแพร่ไปสู่คนอื่น ยุงลายอาจกัดหลายคนเพื่อที่จะได้เลือดเพียงพอ จึงแพร่กระจายเชื้อได้เร็ว การป้องกันที่ดีที่สุดคือ อย่าให้ยุงกัด

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไข้เลือดออก,Rabbit Today

3. การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ แหล่งน้ำขัง เป็นมาตรการการควบคุมที่ดีมาก การใช้สารป้องกันแมลงและการใช้มุ้ง เป็นมาตรการการป้องกันที่ดีเช่นกัน ส่วนวัคซีนไข้เลือดออกจะฉีดกับผู้ที่มีอายุ 9-45 ปี ที่เคยติดเชื้อมาแล้ว เพื่อลดความรุนแรงของโรคหากเกิดการติดเชื้อซ้ำ

4. อาการของไข้เลือดออกแทบไม่ต่างอะไรจากการติดเชื้อไวรัสอื่นๆ เลย ไข้สูงลอย ปวดเมื่อยตามตัว ปวดหัว คลื่นไส้อาเจียน จำเป็นต้องใช้การตรวจเลือดเพื่อทำการแยกโรค ไม่ว่าจะตรวจหาเชื้อโดยตรง หรือตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ ไม่ว่าเป็นวิธีไหนต้องดูอาการร่วมด้วยเสมอ และเจาะตรวจในเวลาที่เหมาะสม ประมาณวันที่ 3 หรือ 4 ของอาการไข้ และติดตามผลเลือดอย่างต่อเนื่อง

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไข้เลือดออก,Rabbit Today

5. เกือบทั้งหมดของการติดเชื้อจะไม่มีอาการหรืออาการน้อยมาก เหมือนไข้หวัด และหายเองได้ อาการที่ต้องนอนโรงพยาบาลหรืออาการรุนแรงถึงช็อกจะพบน้อยกว่ามาก อาการรุนแรงคือ มีเลือดออก มีอาการขาดสารน้ำ ความดันตก ชีพจรเร็ว ปัสสาวะน้อย ซึมลง หากติดตามอาการหรือไปตรวจตามนัดจะตรวจจับอาการได้เร็ว

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไข้เลือดออก,Rabbit Today

6. การรักษาคือการประคับประคองอาการเป็นหลัก ให้ดื่มน้ำเพียงพอ กินอาหารเพียงพอ หากคลื่นไส้อาเจียนมากจนกินไม่ได้จึงเข้ารับการให้น้ำเกลือ หรือในกรณีช็อกจะต้องให้น้ำเกลือปริมาณมากและเร็ว เมื่อร่างกายสามารถจัดการเชื้อโรคและควบคุมปฏิกิริยาต่างๆ ได้ อาการจะดีขึ้น

7. ผลแทรกซ้อนที่รุนแรง ไม่ว่าเรื่องเลือดออก ไตวาย หัวใจล้มเหลว สมองอักเสบ นับว่าพบน้อยก็จริง แต่หากเกิดขึ้นจะรุนแรงและน่าเสียดายเพราะป้องกันได้ ผู้ที่เสี่ยงต่อผลแทรกซ้อน จะได้รับการตรวจติดตาม เจาะเลือดบ่อย ปรับปริมาณน้ำเกลือเป็นรายชั่วโมงเพื่อลดโอกาสการเกิดผลแทรกซ้อน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไข้เลือดออก,Rabbit Today

8. เนื่องจากไข้เลือดออกทำให้เกล็ดเลือดต่ำ โอกาสเลือดออกจึงสูงขึ้น คนปกติเกล็ดเลือดจะสูงกว่า 150,000 ตัวต่อเลือด 1 ซีซี ไข้เลือดออกสามารถทำให้เกล็ดเลือดต่ำลงมาได้ถึง 50,000 หรือบางรายอาจจะต่ำกว่า 20,000 หากใช้ยาลดไข้ที่ส่งผลให้เกล็ดเลือดต่ำ เช่น แอสไพริน หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโพรเฟน จะเพิ่มโอกาสเลือดออกมากขึ้น

9. ข้อสำคัญคือ ถ้าตรวจเลือดเร็วเกินไป อาจให้ผลลบและเข้าใจว่าปลอดภัยจากไข้เลือดออก ความเป็นจริงต้องตรวจในเวลาเหมาะสมและติดตามต่อเนื่อง

10. เมื่อมีไข้สูงลอยไม่ลดลงมากกว่า 2 วันในช่วงฤดูระบาด คือฤดูฝน ควรไปพบแพทย์เพื่อแยกโรค ตรวจแล้วพบว่าไม่เป็น ดีกว่าเป็นแล้วไม่ได้ตรวจ



Advertising