สุขภาพและกีฬา

วันนี้…วันโยคะโลก

Published 20 มิ.ย. 2019

By คำ ผกา

วันนี้…วันโยคะโลก

21 มิถุนายน เป็นวันโยคะโลกมาตั้งแต่ปี 2014 ที่นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี เสนอต่อสหประชาชาติและมี 175 ประเทศในกลุ่มสหประชาชาติให้การรับรอง

และนั่นทำให้โยคะไม่ได้เป็นเรื่องของวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่ง แต่กลายเป็นไลฟ์สไตล์สากลของคนทั้งโลกไปแล้ว และในฐานะที่ตัวฉันเองฝึกโยคะต่อเนื่องมาเกือบครบ 10 ปี จึงอยากจะเขียนอะไรสักเล็กน้อยเกี่ยวกับโยคะบ้าง

คำถามพื้นฐานที่สุดที่มักจะถูกถามคือ โยคะดีต่อร่างกายอย่างไร?

ตัวฉันเองเข้าหาโยคะด้วยความต้องการออกกำลังกาย และด้วยเหตุผลที่เรียบง่ายมากนั่นคือ โยคะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรมาก มีแค่เสื้อผ้าที่สวมสบาย และเสื่อโยคะ 1 ผืน เราก็ฝึกโยคะได้ ไม่เพียงเท่านั้น โยคะสามารถฝึกในที่ร่ม ดังนั้น ฝนจะตก แดดจะออก พายุจะมา เราก็ฝึกโยคะได้เสมอ

เมื่อได้ฝึกโยคะอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง ถามว่ามีผลทางกายในฐานะที่เป็นการออกกำลังกายจริงหรือไม่ คำตอบคือ ‘จริง’

ผลที่เห็นทางร่างกายที่ชัดเจนมากคือ กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น และรูปร่างกระชับ สวยงามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

พูดให้เข้าใจง่ายคือ โยคะให้ผลดีต่อร่างกายเหมือนการออกกำลังกายอื่นๆ นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายในยิม การเต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ ตีเทนนิส ปั่นจักรยาน วิ่ง ฯลฯ  นั่นคือโยคะสร้างกล้ามเนื้อ ในโยคะมีคาร์ดิโอที่ช่วยเผาผลาญพลังงาน เพิ่มเมตาโบลิซึ่ม ช่วยยืดกล้ามเนื้อ คลายกล้ามเนื้อ และเราสามารถเลือกฝึกโยคะในบางแบบ บางสไตล์ เพื่อปั้นกล้ามเนื้อให้สวยงาม 

เช่น ปั้นก้นให้เด้ง หรือสร้างลอนหน้าท้องให้สวยงามก็ยังได้ หรือบางคนก็อาจจะฝึกโยคะเพราะอยากได้เหงื่อ เพื่อจะได้หลับสบาย บางคนเลือกฝึกโยคะในสไตล์ยืดเหยียด เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความเจ็บปวด เมื่อยตึงของกล้ามเนื้อ ออฟฟิศซินโดรมต่างๆ

ถามว่า เราต้องการประโยชน์เพียงเท่านี้จากโยคะ ผิดหรือถูก ถ้าให้ฉันตอบ โยคะไม่มีคำว่า ‘ผิด’ ถ้าเรามีความสุขกับโยคะในฐานะที่เป็นการออกกำลังกาย เราก็อยู่กับโยคะในฐานะนั้นไปได้เรื่อยๆ อย่างรื่นรมย์

แต่ในอีกด้านหนึ่ง โยคะมีที่มาที่ไปในมิติของปรัชญาและศาสนาอยู่ด้วย ซึ่งฉันคิดว่าหากผู้ฝึกโยคะรู้เรื่องนี้สักนิด ก็อาจจะทำให้ฝึกโยคะอย่างรู้ที่มาที่ไป และอาจทำให้การฝึกโยคะ ‘สนุก’ มากขึ้นกว่าเดิม

แม้โยคะที่เรารู้จักและฝึกกันอยู่ทุกวันนี้จะเป็นสิ่งที่เรียกว่า Modern Yoga หรือโยคะสมัยใหม่ แต่ฐานทางปรัชญาของโยคะสมัยใหม่ก็ได้เชื่อมโยงการฝึกโยคะกับหลักของศาสนาฮินดู นั่นคือการฝึกโยคะอาสนะเป็นขั้นตอนหนึ่งที่จะนำผู้ฝึกไปสู่การรู้แจ้งหรือการหลุดพ้น 

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น โยคะแบ่งกายของมนุษย์เราออกเป็น 5 ชั้น คือ กายที่เป็นเนื้อหนังมังสา, กายที่เป็นพลังงานคือลมหายใจ, กายที่เป็นอารมณ์, กายในชั้นที่เป็นปัญญา สุดท้ายคือกายที่เป็นอิสระจากสภาวะสมมติทั้งปวง--ซึ่งกายทั้ง 5 นี้มันมีอยู่ในตัวเรานั่นแหละ เพียงแต่เราหาเจอบ้าง ไม่เจอบ้าง จับมันได้ ไล่มันไม่ทันบ้าง 

การฝึกอาสนะโยคะเป็นการฝึกทางกายเนื้อและกายพลังงาน หรือพูดให้บ้านกว่านั้นคือ ฝึกความแข็งแรงของร่างกายและลมหายใจ โดยเชื่อว่า ถ้าร่างกายเราแข็งแรง ลมหายใจของเราราบรื่น มีพลัง สองสิ่งนี้ก็จะเป็นพื้นฐานที่ดีที่ขัดเกลาตัวเราเองให้อยู่ในสภาวะที่ละเอียดจนวันหนึ่งเราเจอสิ่งที่เป็น ‘พุทธิปัญญา’  อันมีอยู่ในตัวเราเอง ซึ่งจะทำให้เราได้สัมผัสกายชั้นที่ 5 คือกายที่อิสระจากสิ่งสมมติทั้งปวง (ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Bliss)

โอ๊ยยย โยคะมันต้องจริงจัง มีลักษณะ ‘จิต จิต’ ขนาดนั้นเลยหรือ? 

ก็ต้องบอกว่า ไม่ต้องขนาดนั้น แต่อย่างน้อยเราในฐานะผู้ฝึกก็ต้องตระหนักไว้สักนิดว่า ในโยคะมีมิติทางปรัชญา ความเชื่อ ศาสนา จุดมุ่งหมายเชิงจิตวิญญาณของมันอยู่ อันเราจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้

เมื่อเรารู้และตัดสินใจได้ว่า เราจะเชื่อหรือไม่เชื่อ อย่างน้อยเราก็จะฝึกโยคะใน ‘วิถี’ ของเรา สำคัญกว่านั้น ถ้าเรารู้ว่ามันคือสำนึกคิดหนึ่ง ปรัชญาแขนงหนึ่ง เราก็จะได้รู้เท่าทัน ไม่มัวเมา ไม่ลุ่มหลง หรือไปยึดมั่นถือมั่นว่า ถ้าไม่สมาทานมิติทางวิญญาณแบบนี้ๆๆๆ แล้วละก็ พวกแกคือโยคะจอมปลอม โยคะทุนนิยม--ไม่นะ แบบนั้นก็ไม่น่ารัก และไม่ควรทำอย่างยิ่ง 

เพราะอย่างน้อยที่สุด เมื่อ 175 ประเทศรับรองให้เกิดวันโยคะโลก ก็หมายความว่า โยคะเป็นสมบัติของชาวโลกไปแล้ว มิใช่ของศาสนาฮินดู หรือความเชื่อแบบฮินดูเท่านั้น แต่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่ใครๆ ก็สามารถปรับไปใช้ ไปฝึกให้เหมาะสมกับตัวเองได้

สำคัญที่สุด เราต้องยอมรับความจริงว่าสิ่งที่หล่อเลี้ยงโยคะอยู่ทุกวันนี้ก็คือตลาดและทุน อันมีมูลค่ามหาศาล ทั้งธุรกิจ เสื้อผ้า แฟชั่น สถานฝึกโยคะ ไปจนถึงธุรกิจอันเกี่ยวข้องกับการเรียน การสอน การฝึกโยคะทั้งหมด

ดังนั้น หากจะถามฉันว่าจะฝึกโยคะอย่างไร ฉันอยากบอกแต่เพียงว่า อันดับแรกคือฝึกให้ปลอดภัยต่อร่างกาย ฝึกให้มีความสุข ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของแต่ละคนเอามากๆ ว่าจะมีบทสนทนาต่อการฝึกโยคะของตนเองอย่างไร จะอยู่กับโยคะแบบไหน จนกระทั่งวันหนึ่งที่อาจจะกลับมาถามตัวเองว่า เอ๊ะ ที่เราตื่นไปฝึกโยคะทุกวันๆ นี่เราต้องการอะไรจากมัน

ป.ล. แขกชอบฝึกโยคะเพราะชอบชุดโยคะสวยๆ ชอบที่จะสามารถทำท่ายากๆ ที่ไม่น่าจะทำได้ ชอบจะได้ถ่ายรูปท่าโยคะอวดเพื่อน สุดท้ายชอบที่ร่างกายแข็งแรง กล้ามเนื้อสวยงาม…นมัสเต



Advertising