ดูหนัง ฟังเพลง

รวมนักแสดงจอมลงทุน...เปลี่ยนลุคแบบพลิกฝ่ามือ

Published 8 ต.ค. 2019

By Rabbit Today

รวมนักแสดงจอมลงทุน...เปลี่ยนลุคแบบพลิกฝ่ามือ

ขนลุกกับการแสดงของ ‘วาคีน ฟีนิกซ์’ ในภาพยนตร์โจ๊กเกอร์กันแล้ว เบื้องหลังการทำงานของนักแสดงหนุ่มคนนี้ก็น่าทึ่งเอามากๆ เขาต้องลงทุนลดน้ำหนักเป็นสิบๆ กิโลกรัม ชนิดเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เพื่อมาสวมบทบาท ‘อาเธอร์ เฟล็ก’ ในโจ๊กเกอร์ แต่จะว่าไปแล้ว ยังมีนักแสดงอีกมากมายทีเดียว ที่ต้องลงทุนลงแรง ‘เปลี่ยนตัวเอง’ ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ พวกเขาต้องลงทุนอะไรกันบ้าง และต้องได้รับผลกระทบอะไรบ้าง ตามไปดู!

ทอม แฮงค์

ทอม แฮงค์: ตอนเล่นหนัง Castaway ในปี 2000 นักแสดงเจ้าบทบาทรายนี้ต้องลงทุนลดน้ำหนักกว่า 24 กิโลกรัม เพื่อให้สมบทบาทของคนติดเกาะกลางทะเล ทอมลงทุนเล่นคาดิโอวันละ 2 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 6 วัน เพื่อลดน้ำหนักลงให้ได้ แต่ผลพวงของการลดน้ำหนักครั้งนั้น ส่งผลให้ช่วงปี 2013 เขาตรวจพบว่าเป็นเบาหวาน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเคยลดน้ำหนักคราวละมากๆ นี่เอง

แมตต์ เดมอน

แมตต์ เดมอน: ขึ้นชื่อว่าเป็นนักแสดงจอมลงทุนอีกคนของวงการฮอลลีวู้ด ครั้งหนึ่ง แมตต์ เดมอน ตกลงยอมรับบทชายติดเฮโรอีนในหนังเรื่อง Courage Under Fire เขาต้องยอมลดน้ำหนักแบบบ้าระห่ำ เพื่อให้สมบทบาทคนติดยา ซึ่งหลังจากที่โปรเจ็คท์หนังจบลงไป แมตต์ต้องใช้เวลารักษาตัว เนื่องจากต่อมหมวกไตได้รับความเสียหายจากการลดน้ำหนักในครั้งนั้นนั่นเอง

แบรด พิตต์

แบรด พิตต์: ถ้าคุณยังจำภาพยนตร์ในตำนานเรื่อง Fight Club ได้ ต้องจดจำภาพตัวละคร ‘ไทเลอร์ เดอร์เดน’ ที่แบรด พิตต์ รับบทได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะกับแผงซิกซ์แพ็ค และกล้ามเนื้อที่โคตะระลีนของเขา แต่รู้ไหมว่า เบื้องหลังกว่าจะได้กล้ามเนื้อสุดเพอร์เฟคท์ขนาดนี้ แบรดต้องเข้ายิมอย่างหนักหน่วง เขาต้องใช้ชีวิตในยิมวันละ 1 ชั่วโมง 6 วันต่อสัปดาห์ ก่อนที่จะไปวิ่งอีก 12 ไมล์ ทุกๆ วันสุดท้ายของสัปดาห์ ทำแบบนี้ต่อเนื่องเป็นเดือนๆ จนกลายเป็นกล้ามอย่างที่เห็น

คริสเตียน เบล

คริสเตียน เบล: คนนี้ต้องเรียกว่าเป็นตัวพ่อแห่งการพลิกบทบาท แถมยังเป็นจอมลงทุนชนิดหาตัวจับยากสุดๆ ถ้ายังจำกันได้ เบลเคยรับบท บรูซ เวนย์ ในหนังแบทแมนถึง 3 ภาค ซึ่งแต่ละภาคก็มีรูปร่างที่กำยำ ฟิตเฟิร์มสุดๆ แต่ระหว่างนั้น ยามเมื่อเขาต้องกระโดดไปรับบทที่แตกต่าง อย่างหนัง The Machinist เขาก็ต้องลงทุนลดน้ำหนักตัวเองกว่า 28 กิโลกรัม เพื่อรับบทชายผอมโซที่นอนไม่หลับเป็นแรมปี แต่แล้วแค่ 6 เดือน พอต้องกลับมาเล่นหนังแบทแมนอีกครั้ง เบลก็สามารถทำน้ำหนักกลับมาได้แบบเนียนตา นี่ยังไม่นับหนังอย่าง American Hustle ที่เบลต้องมารับบทชายอ้วนพุงพุ้ยไม่เหลือเค้าความเท่สักนิด เขาก็ทำได้แบบเนียนจริงๆ ต้องยกให้เป็นจอมเปลี่ยนลุคของวงการ

ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์

ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์: เห็นเป็นนักแสดงอารมณ์ดี มาดทะเล้นอย่างนี้ ซันนี่เป็นนักแสดงคนหนึ่งของเมืองไทยที่เวลารับงานแสดงแต่ละที เขาลงทุนไม่ใช่น้อย อย่างหนังเรื่อง รัก 7 ปี ดี 7 หน ที่ต้องมีฉากดำน้ำ ซึ่งในชีวิตจริงๆ ซันนี่ว่ายน้ำไม่เป็น เขาต้องลงทุนไปหัดเรียนว่ายน้ำ แถมยังต้องเพิ่มไซส์ตัวเองให้บวมขึ้นอีกกว่า 20 กิโลกรัม ทั้งหมดเจ้าตัวก็สามารถทำได้แบบผ่านฉลุย

ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์

ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์: ตอนสวมวิญญาณเป็นนายแบบ ก็หล่อแบบเกาหลียังต้องหลบ แต่เมื่อมารับบทในซีรี่ส์เรื่อง The Collector ไอซ์หรือไอซ์ซึ ก็สลัดลุคเกาหลีไปแบบไม่เหลือหรอ ไอซ์ลงทุนลดน้ำหนักจนผอมซูบแบบโหดๆ เบื้องหลังการลดน้ำหนักนี้ เขาใช้วิธีกินฝรั่งวันละ 1 ลูก เป็นเวลาเดือนครึ่ง แม้จะเห็นผลทันตา แต่เจ้าตัวก็ต้องอดทนกับผลข้างเคียงไม่น้อย ทั้งผื่นขึ้นตามคอเพราะขาดสารอาหาร แถมยังมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมทั้งภาวะเครียดอีกด้วย

ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ

ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ: เห็นหล่อ หน้าใส แถมดูลุคสำอาง แต่ไม่น่าเชื่อว่า พอ เจมส์-ธีรดนย์ ต้องมารับบท ‘บู’ คนป่วยโรคซึมเศร้า ในซีรี่ส์เรื่อง SOS Skate ซึม ซ่าส์ เจ้าตัวก็ลงทุนลดน้ำหนัก จากเป็นคนมีกล้าม เล่นเวทจริงจัง ก็กลายเป็นเด็กผอมๆ ซึ่งวิธีลดน้ำหนักของเจมส์คือ กินกาแฟตอนเช้า และกินข้าวเย็นมื้อเดียว เพื่อให้กล้ามเนื้อหายไป และยอมทิ้งการเล่นเวตไปเลยถึง 7 เดือน

ธงไชย แมคอินไตย์

ธงไชย แมคอินไตย์: ปิดท้ายด้วยดาราเจ้าบทบาทคนหนึ่งของเมืองไทย ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ นี่เอง ยามที่พี่เบิร์ดเป็นนักแสดง ต้องสวมบทบาทตัวละครใดๆ เจ้าตัวจะลงทุนเพื่อให้เข้าถึงตัวละครนั้นๆ เสมอ ถ้าย้อนกลับไปราว 30 กว่าปีก่อน ตอนพี่เบิร์ดเล่นหนังเรื่องหลังคาแดง ต้องรับบทเป็นคนบ้า ชื่อ ‘โกยทอง’ และ ‘ทองดี’ พี่เบิร์ดต้องลงทุนไปศึกษาและคลุกคลีอยู่กับผู้ป่วยทางจิตในโรงพยาบาลกันเลยทีเดียว หรือตอนเล่นละครคู่กรรม ที่โด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง พี่เบิร์ดก็ลงทุนไปศึกษาและหัดพูดภาษาญี่ปุ่น เพื่อให้อินไปกับตัวละครโกโบรินั่นเอง