ข่าว

หูหิ้วแก้วไม้ไผ่เพื่อสิ่งแวดล้อม

Published 31 ก.ค. 2019

By Rabbit Today

bamboo-handle-banner

กระแสนโยบายการลดปริมาณของขยะพลาสติกทั่วโลก เริ่มได้รับการตอบสนองจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับกระแสในบ้านเรา รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายในการเลิกใช้พลาสติก เช่น ถุงหูหิ้ว กล่องโฟมใส่อาหาร แก้วพลาสติก และหลอดพลาสติก ลงให้ได้ในปี 2565

แต่กว่าจะถึงวันนั้น ในวันนี้หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจคิดค้นสิ่งประดิษฐ์จากธรรมชาติ และมีนโยบายในการร่วมรักษ์โลกเพิ่มมากขึ้น เริ่มจากการคัดแยกขยะ ปฏิเสธกล่องโฟม งดรับถุงพลาสติก ใช้ถุงผ้า และหลายอีเว้นต์เริ่มใช้แนวคิดขยะเหลือศูนย์ (Zero waste) เพื่อส่งแรงและสะท้อนจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมบนโลกที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน 

แล้วเราจะเริ่มต้นอย่างไรดี? อาจจะเริ่มต้นง่ายๆ จากกาแฟแก้วโปรดที่เรามักสั่งเป็นประจำ เพราะเครื่องดื่มเย็นใจแก้วนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการช่วยเหลือสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี ซึ่งบริษัทกาแฟเจ้าใหญ่ๆ ก็เอาด้วยแล้ว เช่น สตาร์บัคส์ ได้ออกแบบฝาแก้วกาแฟสำหรับเครื่องดื่มบางเมนูที่กระดกดื่มได้ทันที โดยไม่ต้องใช้หลอด สามารถรีไซเคิลได้ และคาดการณ์ว่าจะช่วยลดปริมาณหลอดพลาสติกลงได้ปีละกว่า 1 พันล้านชิ้นทั่วโลกเลยละ ส่วนเมนูอื่นที่ยังจำเป็นต้องใช้หลอดอยู่ก็จะปรับเปลี่ยนเป็นพลาสติกที่ย่อยสลายได้ และใช้หลอดกระดาษเข้ามาแทนที่ 

สำหรับในบ้านเรา แบรนด์กาแฟไทย Cafe Amazon ก็ตอบสนองกระแสรักษ์โลกด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งแก้ว หลอด ที่ย่อยสลายได้ด้วยการฝังกลบภายในระยะเวลา 6 เดือน และใช้ถุงกระดาษใส่ของกลับบ้าน ส่วนร้านกาแฟใกล้บ้านหรือใกล้ออฟฟิศหลายแห่ง มีการออกแคมเปญนำแก้วมาเองลดราคา 5 บาท มานานแล้ว (ไม่แน่ว่าต่อไปอาจมีแคมเปญ ไม่รับหลอดลดราคา 2 บาทก็ได้นะ ใครจะไปรู้) รวมทั้งเริ่มใช้ฝาปิดแก้วแบบที่ไม่ต้องพึ่งพาหลอดดูดมากขึ้นเรื่อยๆ ร้านที่เคยใช้หลอดพลาสติกก็เปลี่ยนมาใช้หลอดกระดาษ เพื่อกระตุ้นให้กระแสการลดใช้แก้วและหลอดพลาสติก เป็นประโยชน์กับผู้ซื้อและผู้ขายแบบ Win-Win ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี 

หูหิ้วแก้วไม้ไผ่เพื่อสิ่งแวดล้อม,Rabbit Today

อีกทั้งรายละเอียดเล็กๆ อย่างหูหิ้วแก้วน้ำพลาสติก ก็มีกลุ่มเพจเฟซบุ๊ก ‘หูหิ้วแก้วไม้ไผ่’ ผลิตหูหิ้วแก้วที่ทำจากไม้ไผ่ ซึ่งเป็นงานจักสานที่ผู้สูงอายุในชุมชน อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ถนัดอยู่แล้ว ออกมาตอบโจทย์การเลิกใช้พลาสติกอย่างจริงจัง 100% ถือเป็นไอเดียเก๋ไก๋ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน และมีความทันยุคทันสมัย เพราะใครๆ ก็หันมาร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมกันแล้วทั้งโลก 

สุดท้าย แม้หลายคนอาจคิดว่า แท้จริงตัวพลาสติกอาจไม่ใช่ต้นตอที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมด 100% แต่ส่วนหนึ่งของปัญหานี้เกิดจากการจัดการขยะพลาสติกของมนุษย์เราที่ไม่มีประสิทธิภาพมากกว่า ยิ่งมีประกาศว่าคนกรุงจะต้องจ่ายค่าเก็บและจัดการขยะต่อเดือน ในอัตราเพิ่มจากเดิม 4 เท่า เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2562 ด้วยแล้ว เราก็หวังว่าการจัดการขยะในกรุงเทพฯ จะดีขึ้นกว่าเดิม แต่ระหว่างนี้ อะไรที่จะกลายเป็นขยะครัวเรือนก็ควรต้องคิดให้หนัก 

ถ้ายังหาคิดคำตอบไม่ออก หากาแฟดื่มสักแก้วก่อนก็ได้ ว่าแต่คุณเตรียมแก้วติดตัวไปเองแล้วเนอะ 1 แก้ว ลด 5 บาท ดื่ม 16 แก้ว ก็ได้ส่วนต่างจากการลดราคา เก็บไว้เป็นค่าธรรมเนียมเก็บขนและกำจัดขยะมูลฝอยต่อเดือนในอัตราใหม่ได้พอดี!!!



Advertising