ข่าว

ทำความรู้จัก ‘พาราควอต’ และอัปเดตสถานการณ์ในไทยล่าสุด!

Published 15 ก.พ. 2019

By Rabbit Today

Paraquat-news-beat-Rabbit-Today-banner

ชาว Rabbit Today น่าจะเคยได้ยินชื่อของ ‘พาราควอต’ กันมาบ้างไม่มากก็น้อย แต่เคยสงสัยบ้างไหมว่า ชื่อนี้หมายถึงอะไร แล้วมันมีผลกระทบต่อสุขภาพ และการใช้ชีวิตประจำวันของเราบ้างหรือไม่? วันนี้เราจะมาเฉลยให้ฟัง… พร้อมอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดในประเทศไทย

พาราควอต คืออะไร?

พาราควอต เป็นชื่อของสารเคมีกำจัดวัชพืช หรือยาฆ่าหญ้าชนิดหนึ่ง ที่เกษตรกรไทยนิยมใช้ในพืชไร่ มีคุณ สมบัติเป็นยาเผาไหม้ออกฤทธิ์เร็ว สามารถทำให้วัชพืชแห้งเหี่ยวและตายได้ภายใน 1-2 ชั่วโมง แต่ไม่มีฤทธิ์ทำลายระบบรากของพืชหลักที่เกษตรกรปลูก เกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้พาราควอตในไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง และสวนยางพารา เป็นต้น

จากข้อมูลในปี 2560 ที่ผ่านมา ระบุว่า ประเทศไทยได้นำเข้าสารพาราควอตมากถึง 44,501 ตัน รวมมูลค่า 3,816 ล้านบาท ถือเป็นมูลค่าสูงเป็นอันดับหนึ่งของวัตถุอันตรายที่ไทยนำเข้ามา ตามด้วยสารไกลโฟเซต และสารคลอร์ไพริฟอส ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้กำจัดวัชพืชที่ไทยเรานิยมนำเข้ามาใช้ในภาคการเกษตรลดหลั่นกันไปตามลำดับ

ทำความรู้จัก ‘พาราควอต’ และอัปเดตสถานการณ์ในไทยล่าสุด!,ข่าว,Rabbit Today

พิษภัยของพาราควอต

จากข้อมูลของสำนักงานสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (EPA) ระบุว่า พาราควอตมีพิษสูงมาก หากกินเพียงแค่จิบเดียว ก็สามารถทำให้คนกินเสียชีวิตได้เลยละ ที่สำคัญตอนนี้ยังไม่มียาถอนพิษจากฤทธิ์ของพาราควอตได้โดยตรง

ในปี 2009 องค์การอนามัยโลก ได้ระบุว่า พาราควอตเป็นสารเคมีอันตรายปานกลาง แต่ก็มีข้อสังเกตในราย งานว่า พาราควอตมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวด้วยหากถูกดูดซึมเข้าไปในร่างกาย แล้วยังเป็นอันตรายต่อชีวิตด้วยหากรับประทานเข้าไป หรือสัมผัสกับผิวหนังในบริเวณกว้างโดยตรง

สำหรับในประเทศไทย ศูนย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้รายงานสถิติผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษพาราควอตในช่วงปี 2553-2559 ว่า มีจำนวน 4,223 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตคิดเป็น 46.18% สาเหตุหลักเกิดจากการนำพาราควอตไปใช้ฆ่าตัวตาย 56.60% แต่สถิติที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ มีผู้เสียชีวิตด้วยสารพาราควอตจากการประกอบอาชีพ 8.19% หรือ 171 รายด้วยกัน

แต่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา คณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้มีมติยังไม่ยกเลิกการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดนี้ในไทย แต่ให้จำกัดการใช้มากขึ้น ซึ่งมตินี้สวนทางกับข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข ที่เสนอให้ยกเลิกการใช้สารเคมีเหล่านี้ไปเลย

เพราะจากการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างที่ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู เดือนธันวาคม 2560 ของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ตรวจพบการตกค้างของสารพาราควอตในพืชผักท้องถิ่นจากทุกตัวอย่าง เช่น พริกแดง กะเพรา คะน้า และชะอม ขณะที่การตรวจสารตกค้างของผักผลไม้ในซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างค้าปลีกของเครือ ข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) ก็พบสารพาราควอตในผักผลไม้ในระดับเกินมาตรฐานสูงถึง 38 ตัวอย่าง จากทั้งหมด 76 ตัวอย่างที่ได้สำรวจ

ทำความรู้จัก ‘พาราควอต’ และอัปเดตสถานการณ์ในไทยล่าสุด!,ข่าว,Rabbit Today

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าพาราควอตเข้าไปในร่างกาย

เมื่อสารพาราควอตเข้าไปในร่างกายแล้ว จะมีฤทธิ์ที่สามารถทำลายอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายของเราได้หมด ซึ่งกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากสารเคมีสะสมนี้ เป็นโรคที่รักษาไม่ได้ทั้งสิ้น มีตั้งแต่ โรคไต โรคมะเร็ง และโรคตับ ซึ่งหากได้รับสารเคมีเหล่านี้บ่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ แม้จะปริมาณน้อยๆ ก็อาจทำให้เกิดโรคเหล่านี้ได้

สถานการณ์ในต่างประเทศ

ปัจจุบันนี้ในต่างประเทศได้มีการห้าม หรือยกเลิกการใช้สารพาราควอตแล้วอย่างน้อย 53 ประเทศทั่วโลก รวม ถึงประเทศในสหภาพยุโรปที่ยกเลิกการใช้พาราควอตไปเมื่อปี 2007 เนื่องจากศาลมีคำสั่งให้ยกเลิกการใช้สารตัวนี้ เพราะมีข้อกังวลด้านสุขภาพและการประเมินความปลอดภัยในสารเคมี นอกจากนี้ยังมีงานวิชาการหลายชิ้นที่ระบุว่า พาราควอตมีความสัมพันธ์กับการก่อโรคพาร์กินสัน และยังเป็นพิษเฉียบพลันสูงจากการสูดดมอีกด้วย

ส่วนในเอเชียได้มีการห้ามใช้พาราควอตแล้วใน 9 ประเทศคือ กัมพูชา จีน คูเวต ลาว เกาหลีใต้ ศรีลังกา ซีเรีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเวียดนาม และประเทศที่จำกัดการใช้ก็มี อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ สำหรับจีนก็ทยอยยกเลิกการใช้พาราควอตมาตั้งแต่ปี 2012 ด้วยเหตุผลที่ว่า เพื่อเป็นการปกป้องสุขภาพของประชาชน พร้อมทั้งยกเลิกการใช้และจำหน่ายพาราควอตสูตรน้ำเมื่อปี 2016 ด้วย 

ด้านสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ยังเป็นกลุ่มประเทศที่ยังไม่ยกเลิกการใช้สารพาราควอต แต่ก็จำกัดการใช้อย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น

ทำความรู้จัก ‘พาราควอต’ และอัปเดตสถานการณ์ในไทยล่าสุด!,ข่าว,Rabbit Today

สถานการณ์ในประเทศไทย

หลังจากมีความพยายามในการผลักดัน การห้ามใช้สารเคมีอันตราย 3 ชนิดคือ พาราควอต, ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส กันมาเป็นปี ท่ามกลางข้อถกเถียงของฝ่ายที่เป็นห่วงเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อม กับฝ่ายธุรกิจเคมีและภาคเกษตรบางส่วนที่เห็นว่า การใช้สารเคมียังมีความจำเป็น เพราะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้

เรื่องนี้ กฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เผยว่า ภายหลังการประชุมแนวทางดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายทางการเกษตรทั้ง 3 ชนิด กระทรวงเกษตรฯ ได้ทำหนังสือถึงที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ว่ากระทรวงเกษตรฯ ไม่เห็นด้วยกับการใช้สารเคมีอันตรายในการทำการเกษตรต่อที่ประชุมที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานในการประชุม เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 เพื่อพิจารณาคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งเสนอต่อรัฐบาลให้มีการดำเนินการตามคำวินิจฉัย หรือส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามให้มีการยกเลิกการใช้พาราควอตภายใน 1 ปี หากไม่มีการดำเนินการ ผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถเสนอต่อรัฐบาลให้มีการดำเนินการตามคำวินิจฉัย หรือส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐได้

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย ได้พิจารณาเพื่อหาข้อสรุปเรื่องการห้ามใช้พาราควอต โดยมีมติยังไม่มีการยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 รายการคือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต แต่ให้ใช้เฉพาะในพืช 6 ชนิดคือ ยางพารา ปาล์ม มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด และไม้ผลที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น โดยที่ประชุมมีมติสนับสนุนใช้ต่อ 16 เสียง มติยกเลิก 5 เสียง และงดออกเสียง 5 เสียง

แต่กระนั้นก็ต้องฟังข้อมูลรอบด้านจากทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายเกษตรกรที่มีความจำเป็นต้องใช้สารนี้ เพราะหากยกเลิกทันที เกษตรกรอาจได้รับผลกระทบ เนื่องจากยังไม่มีสารอื่นมาใช้ทดแทน รวมทั้งเหตุผลของฝ่ายที่ต้องการให้ยกเลิกด้วย โดยระหว่างนี้จะให้กรมวิชาการเกษตรทำโครงการศึกษาวิจัยเพื่อลดการใช้สารเคมีและหาวิธีทดแทนการใช้สารเคมี รวมทั้งศึกษาผลกระทบของสารที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ผลิต และผู้บริโภค พร้อมจัดอบรมให้ความรู้โครงการนำร่องทดสอบหลักสูตรผู้พ่นสารพาราควอตเพื่อกำจัดวัชพืช ซึ่งน่าจะมีความชัดเจนว่าจะเลิกหรือไม่เลิกใช้ภายใน 2 ปี (ภายใน 1 มกราคม 2564) แต่ถ้าสามารถหาสารทดแทนได้ ก็อาจจะยกเลิกการใช้พาราควอตก่อน 2 ปีที่กำหนดไว้ก็ได้



Advertising