ข่าว

Today News วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2561

Published 7 พ.ย. 2018

By Rabbit Today

TodayNews_issue63-news-beat-Rabbit-Today-banner

กทม. ปรับปรุงใหญ่สะพานพระราม 8

Today News วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2561,ข่าววันนี้,Rabbit Today

สะพานพระราม 8 เป็นสะพานขนาดใหญ่ที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร มีความยาวรวม 475 เมตร มีเส้นทางเชื่อมต่อกับทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนีข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และมาบรรจบกับปลายถนนวิสุทธิกษัตริย์ เป็นหนึ่งในโครงข่ายการจราจรที่สำคัญ เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 1 ใน 11 ของสะพานทั้งหมด ที่มีประชาชนใช้ในการเดินทางจำนวนมาก 

ซึ่งในแต่ละวันจะมีรถสัญจรผ่านสะพาน ไม่ต่ำกว่า 20,000 คันต่อวัน สะพานพระราม 8 เปิดใช้งานเมื่อปี 2545 จนปัจจุบันเปิดใช้งานมาแล้ว 16 ปี ซึ่งสะพานดังกล่าวจะได้รับการตรวจสอบประจำวงรอบ ทุกๆ 10 ปี จากการตรวจสอบพบว่ามีโครงสร้างบางส่วนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะสายเคเบิลที่ใช้ขึงตัวสะพาน 

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการโยธาจึงได้ดำเนินการปรับปรุงสะพานพระราม 8 เริ่มต้นสัญญาวันที่ 29 ก.ย. 61 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 20 พ.ย. 62 ระยะเวลาดำเนินการ 420 วัน ประกอบด้วย การตรวจวัดพฤติกรรมสะพานลอยและออกแบบซ่อมโครงสร้างสะพานพระราม 8 การซ่อมแซมเคเบิ้ลและเสากระโดง โครงสร้างส่วนบนและผิวจราจร โครงสร้างส่วนล่างบริเวณตอม่อสะพาน รอยต่อเผื่อขยาย ชุดแผ่นรองรับคาน ระบบระบายน้ำ ระบบไฟฟ้า ปรับปรุงกล้องวงจรปิด ซ่อมบำรุงรักษาลิฟต์ ขณะนี้ผลงานที่ทำได้ 6.68% แผนงาน 4.27% เร็วกว่าแผนงาน 2.41%

อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงโครงข่ายถนนต่างๆ ทั้งถนนสายหลัก สายรอง และสะพานให้เกิดความปลอดภัย มั่นคงแข็งแรง ถือเป็นหนึ่งในหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ที่ต้องวางแนวทางการปรับปรุงให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมจราจร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้โครงสร้างสะพานพระราม 8 มีความมั่นคง แข็งแรง มีความปลอดภัยในการใช้งาน ช่วยยืดอายุการใช้งานสะพานให้คงอยู่ยาวนาน โดยระหว่างการปรับปรุงสะพานพระราม 8 จะไม่มีการปิดการจราจร เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในการเดินทางสัญจรผ่านสะพานดังกล่าว

CR.: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/817778

_______________________________________________

ครม. ไฟเขียว ฟรีวีซ่า 21 ชาติรวมจีน

Today News วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2561,ข่าววันนี้,Rabbit Today

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติอนุมัติร่างกฎกระทรวงยกเลิกการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม ตามมาตรา 12 (1) ประเภทนักท่องเที่ยวชนิดใดก็ได้เป็นการชั่วคาว พ.ศ.2561 โดยยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมลงตราของคนต่างด้าวครอบคลุม 21 ประเทศ อาทิ จีน อินเดีย ไต้หวัน บัลเกเรีย โรมาเนีย เป็นต้น ที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว เป็นเวลาไม่เกิน 15 วัน ในกรณียื่นขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa On Arrivl) จากเดิมที่ให้มีการเก็บค่าธรรมเนียม ประเภทนักท่องเที่ยว ชนิดใช้ได้ครั้งเดียวจำนวนเงิน 2,000 บาท เป็นให้ยกเลิกการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นการชั่วคราว 60 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2561

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้ตรวจสอบข้อมูลสถิติผู้โดยสารที่มาขอรับการตรวจลงตราที่ช่องทางด้านตรวจคนเข้าเมือง พบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 จนปัจจุบัน จำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง ครม. จึงมีมติดังกล่าว เนื่องจากอยากจะเป็นแนวทางในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาในประเทศให้มากขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่

CR.: http://www.nationtv.tv/main/content/378668188/

_______________________________________________

เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ วอนโยมทราบข้อปฏิบัติก่อนนำผู้ป่วยมาวัด

เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเผย การทิ้งผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์พบทุกเดือน ไม่ใช่เรื่องแปลก เจตนาของวัดต้องการสื่อให้สังคมทราบ หากจะนำผู้ป่วยมาที่วัดต้องปฏิบัติอย่างไร  

'พระอุดมประชาทร' หรือ พระราชวิสุทธิประชานาถ (อลงกต ติกฺขปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ เปิดเผยระหว่างการลงโปรดญาติโยม บริเวณตลาดสำเหร่ เขตธนบุรี กรณีที่มีการเเชร์ภาพผ่านทางเเฟนเพจวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี จากการนำผู้ป่วยมาทิ้งไว้ข้างกำแพงหน้าวัด พร้อมอธิบายว่า อาจเป็นทางเลือกที่ง่าย แต่เป็นทางเลือกที่ไม่เป็นผลดีสำหรับคนไข้ ปัจจุบันโรคเอดส์สามารถรักษาและควบคุมอาการได้หากผู้ป่วยได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่งทั่วประเทศ

โดยเจ้าอาวสวัดพระบาทน้ำพุ บอกว่า ปกติการนำผู้ป่วยมาที่วัด จะต้องติดต่อพยาบาล แต่เหตุการณ์ทิ้งผู้ป่วยเอดส์ ก็นับเป็นเรื่องปกติ เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์แบบนี้ตลอดทุกเดือน แต่ครั้งนี้เป็นความปรารถนาดีของทางวัด ที่จะให้คนได้เรียนรู้และเข้าใจ ว่าจริงๆ แล้วควรจะปฏิบัติกับผู้ป่วยอย่างไร ภาพที่ออกมาบางคนก็อาจจะดูแล้วรู้สึกแย่ แต่ในความเป็นจริงมีภาพที่แย่ๆ กว่านี้อีกเยอะ 

บางรายถูกนำมาทิ้งเพียงเสื่อผืนเดียว รายล่าสุดยังถือว่าดี ที่มีผ้าปู ผ้ารอง มีผ้าห่ม จากการตรวจสอบพบว่า ไม่ใช่ญาติที่นำมาทิ้ง แต่เป็นเพื่อนบ้านที่มีความสงสารจึงนำมาทิ้งไว้ที่วัด โดยผู้ป่วย HIV รายนี้ก็ผ่านการรักษามาระดับหนึ่ง แต่ยังมีเชื้อวัณโรคอยู่ ขณะเดียวกันหากเราไม่รู้ก็จะเกิดการแพร่ระบาดได้

หลังเป็นข่าวใหญ่ทุกสื่อนำเสนอ จึงอยากให้มองว่าเป็นเรื่องปกติ ที่มีการนำผู้ป่วยเอดส์มาทิ้ง และอย่าไปมองว่าญาติใจร้าย บางครั้งผู้ป่วยบางคนไม่มีญาติ ไม่มีบ้านเป็นของตนเอง เช่น ผู้ป่วยที่อยู่บ้านเช่า ไม่มีเงินจ่าย เจ้าของบ้านก็ลำบากใจ จึงต้องจ้างรถให้นำผู้ป่วยมาที่วัด จึงนับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ปกติ ที่มักมีการนำผู้ป่วยมาทิ้งหน้าวัด ข้างวัด หรือห่างไปจากวัด 200-300 เมตร ก็มี

สถานการณ์การดูแลผู้ป่วยของวัดพระบาดน้ำพุ ในส่วนผู้ป่วยหนัก คุมสถานการณ์ไว้ที่ 200 คน ส่วนผู้ป่วยแข็งแรง และเด็ก 500 คน กับเด็กกำพร้าที่เกิดจากพ่อแม่ติดเชื้อ ทางวัดดูแลอยู่ 1,000 คน คนชราที่ลูกหลานเป็นเอดส์เสียชีวิต 300 คน รวมทั้งหมด 2,000 คน ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน 5-6 ล้านบาท ตก 100 บาท ต่อคนต่อวัน

ส่วนกระแสข่าวที่มักปรากฏบ่อย ว่าทางวัดจะปิดบ้าง ขาดงบฯ บ้าง เจ้าอาวาสยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่ใช่ข่าวที่ออกมาจากวัด แต่อาจจะเป็นผู้หวังดี ยืนยันว่าไม่ปิดแน่นอน ทางวัดมีความมั่นคงเข้มแข็ง และยังจะขยายต่อในส่วนของการดูแลผู้ป่วยหนัก

CR.: http://www.nationtv.tv/main/content/378667993/



Advertising