เรื่องเด่น

More Than The Idol หลังบ้านความสำเร็จ BNK 48... เอ๊ะ-พงศ์จักร พิษฐานพร

Published 10 ก.ย. 2018

By Rabbit Today

Aeh-La-Ong-Fong-news-beat-Rabbit-Today-banner

หน้าม่านของเกิร์ลกรุ๊ป BNK48 คือภาพความสดใส น่ารัก และเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ หลังม่านแห่งความสำเร็จนั้น ต้องมีผู้ชายที่ชื่อ เอ๊ะ-พงศ์จักร พิษฐานพร ยิ้มอย่างภาคภูมิใจอยู่...

More Than The Idol หลังบ้านความสำเร็จ BNK 48... เอ๊ะ-พงศ์จักร พิษฐานพร,ข่าววันนี้,Rabbit Today

สำหรับเด็กๆ สมาชิกวง BNK48 พวกเธอเรียกเขาว่า ‘ครูเอ๊ะ

แต่หากเป็นแฟนเพลงที่พอจะคุ้นเคย จะรู้จักเขาในนาม ‘เอ๊ะ ละอองฟอง’ หรือสถานภาพปัจจุบันกับ ‘เอ๊ะ ซินโดรม’ 

กว่า 20 ปีมาแล้ว ที่ชายหนุ่มคนนี้เวียนว่ายอยู่ในแวดวงดนตรีไทย เป็นมาทั้งศิลปินเบื้องหน้า-คนทำงานเพลงเบื้องหลัง ผ่านมาทั้งวันที่ไม่มีใครรู้จัก จนมาถึงวันที่ใครๆ ต่างก็ยกมือไหว้ในฐานะ ‘อาจารย์ใหญ่แห่งบ้าน BNK 48’

ว่ากันว่า หน้าที่ของเขา คือการ ‘ควบคุม’ และ ‘สร้างความเข้าใจ’ ในความเป็นไอดอลให้กับเด็กๆ ซึ่งเมื่อความโด่งดังมาเคาะประตูหน้าบ้านเช่นนี้ การดูแลควบคุม ‘ซูเปอร์สตาร์’ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย

ในวันที่ภาพยนตร์กึ่งสารคดี Girl Don’t Cry ของ BNK48 กำลังลงโรงฉายให้แฟนๆ ได้ชื่นชมกัน Rabbit Today มีนัดกับคุณครู--ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเกิร์ลกรุ๊ปแห่งเมืองไทย แน่นอนว่า เขาคือผู้หนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดกับหยาดน้ำตาของเด็กสาว กว่าจะก้าวสู่ความเป็นซูเปอร์สตาร์ ทว่า...ชีวิตคุณครูอย่างเขา ก็ผ่านร่องรอยน้ำตาแห่งการต่อสู้มาไม่น้อยเช่นเดียวกัน

Q: ถ้าในฐานะคนๆ หนึ่ง คุณมองปรากฎการณ์ความโด่งดังของ BNK48 เป็นอย่างไร

A: มันเป็นสิ่งใหม่ในวงการเพลงไทย ผมถือว่านี่เป็นช่องว่างของวงการเพลงไทยที่ยังไม่มี อย่างที่เราทราบกันว่า BNK48 มีวงต้นแบบคือ AKB48 ของญี่ปุ่น ซึ่งที่บ้านเขาไม่ใช่เพียงเอาศิลปินมาร้องเพลงเฉยๆ แต่เป็นการนำเด็กสาวกลุ่มหนึ่ง อารมณ์เหมือนเด็กข้างบ้าน หรือน้องสาวข้างบ้าน มาพัฒนาให้กลายเป็นศิลปิน เราจะได้การเติบโตของพวกเขา จนเกิดความผูกพัน อยากสนับสนุน ต่อสู้ไปด้วยกัน ตรงนี้เองที่ทำให้โมเดลของ AKB48 ประสบความสำเร็จ

พอเราเห็นวิธีคิดเหล่านั้น เราก็รู้สึกว่ามันน่าจะเกิดขึ้นได้ในเมืองไทยเหมือนกัน เพราะผมรู้สึกมาตลอดว่า ทำไมวงเกาหลีที่มาบ้านเรา โอ้โห มาทีห้างฯ แทบแตก แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะมีแต่สาวๆ ที่มากรี๊ด ภาพที่เราเห็นในหัวต่อมาคือ เราอยากให้มีอารมณ์ผู้ชายมากรี๊ดห้างฯ แตกบ้าง อาจจะไม่ถึงกับกรี๊ดหรอก (หัวเราะ) แต่เป็นอารมณ์มาให้กำลังใจศิลปินบ้าง ช่องว่างตรงนี้เองที่ยังไม่เคยมี พอมันเกิดขึ้นมา จึงกลายเป็นปรากฏการณ์ความโด่งดังอย่างที่เห็น (ยิ้ม)

More Than The Idol หลังบ้านความสำเร็จ BNK 48... เอ๊ะ-พงศ์จักร พิษฐานพร,ข่าววันนี้,Rabbit Today

Q: แล้วถ้ามองในฐานะของคนที่ดูแลเกิร์ลกรุ๊ปเหล่านี้ล่ะ คุณคิดว่าอะไรคือเสน่ห์ของไอดอลกลุ่มนี้

A: มันคือการต่อสู้ครับ น้องๆ คือเด็กธรรมดาๆ หน้าตาไม่ได้สวยเพอร์เฟ็กต์อะไร ไม่ได้สวยที่สุด ไม่ได้เก่งที่สุด หุ่นก็ไม่ได้เซ็กซี่หรือดีที่สุด แต่สิ่งที่เขามีคือ หัวใจในการต่อสู้ อยากจะทำความฝันตัวเองให้เป็นจริง อยากจะร้องให้ดี อยากจะเต้นให้เก่ง นี่คือสิ่งที่เขาหวัง แต่เขาต้องฝึกฝน พัฒนาตัวเอง และถ่ายทอดชีวิตแบบนี้ให้แฟนๆ ได้ฟัง

BNK48 ไม่ใช่เกิร์ลกรุ๊ปธรรมดา แต่มันคือการเปลี่ยนมุมมองความคิดของเด็กผู้หญิงไทย การเป็นไอดอลไม่ใช่แค่ความโด่งดัง แต่มันคือความมีคุณภาพ ตอนนี้เด็กทั้งประเทศอยากเข้ามาใน BNK48 เพราะอยากจะเป็นไอดอลที่มีคุณภาพ เหมือนถ้าอยากเข้าเรียนต่อที่ไหน ก็อยากจะเข้าโรงเรียนนี้ เพราะจบออกมาเราจะเป็นคนที่มีคุณภาพ เป็นคนที่มีทัศนคติที่ดี มีความคิดดี พยายามจะนำชีวิตไปสู่ความสำเร็จ นี่คือความตั้งใจหรือปรัชญาที่เราวางไว้

Q: ขออนุญาตย้อนสักหน่อย ทำไมคุณถึงได้มาเป็นครูใหญ่ของ BNK48

A: จริงๆ ผมเข้ามารับตำแหน่ง Music Director คอยดูแลเรื่องการทำเพลง แต่ผมก็ได้ไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการคัดเลือกน้องๆ BNK 48 รุ่น 1 ด้วย จากนั้นจึงได้มาเป็นคนคอยแนะนำน้องๆ คล้ายๆ ทำหน้าที่ครูแนะแนวอะไรอย่างนั้น จนกระทั่งวันหนึ่ง เด็กๆ มาเรียกเราว่า ‘ครู’ ตอนนั้นเราก็ไม่ค่อยอยากให้เรียก เพราะคำนี้สำหรับเรายิ่งใหญ่มาก แต่สุดท้ายในเมื่อเขาอยากเรียก เราก็ยินดี (ยิ้ม) จนต่อมาจากครูที่คอยดูแลน้องๆ ก็กลายมาเป็นครูใหญ่ในที่สุด

More Than The Idol หลังบ้านความสำเร็จ BNK 48... เอ๊ะ-พงศ์จักร พิษฐานพร,ข่าววันนี้,Rabbit Today

Q: หน้าที่ของครูใหญ่บ้าน BNK48 ต้องทำอะไรบ้าง

A: ต้องประคับประคองความรู้สึกเด็กตลอดเวลา แน่นอนว่า ความดังย่อมมาพร้อมกับความดราม่า หน้าที่เราก็เหมือนเป็นจิตแพทย์เบาๆ (ยิ้ม) คอยรับรู้ รับฟัง และป้อนวิธีคิดดีๆ ให้กับเขา ในสัปดาห์หนึ่ง ผมจะคุยกับเด็กทุกคน คนละ 1 ชั่วโมง เพื่อให้เขายังมีพลัง เวลาเข้าไปก็จะตั้งโต๊ะให้เด็กเข้ามาคุย ไหนมาคุยกันหน่อยสิ มีปัญหาอะไรไหม ติดตรงไหนบ้าง กดดันอะไรอยู่ คุยเหมือนเป็นลูก แล้วลูกเยอะซะด้วย (หัวเราะ)

ผมสอนเด็กเสมอว่า เกิร์ลกรุ๊ปมาเดี๋ยวก็ไป วัฏจักรมันเป็นแบบนี้ ถ้าเปรียบไป ตอนนี้เธอก็เหมือนสตอเบอร์รี่ในร้านค้า ใครเดินผ่านมาก็อยากได้ รุมกันแย่ง รุมกันหยิบ แต่รู้ไหมว่า ผลไม้เหล่านี้ก็มีอายุของมัน เมื่อมันเน่าเมื่อไร เขาก็เททิ้ง รุ่งขึ้นแม่ค้าก็เอาผลไม้กองใหม่มาตั้งแทนแล้ว แต่เธอลองมองให้สูงขึ้นไปบนเชลฟ์ของร้านสิ เธอเห็นสินค้าพวกสบู่ แปรงสีฟัน ขันน้ำไหม ของพวกนี้ไม่มีทางเสีย คนจะมาซื้อเมื่อไรก็ได้ 

ของสดย่อมมีวันหมดอายุ หมดเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น แต่ของแท้ถึงจะอยู่ได้ ซึ่งผมพยายามทำน้องๆ ให้เป็นของแท้อยู่ ตลอด 2 ปี ที่ BNK48 โด่งดังมากๆ ผมไม่เคยเพลิดเพลินไปกับความโด่งดัง ไม่เคยเพลินไปกับคำสรรเสริญเยินยอ เพราะผมอยู่วงการเพลงนี้มา 20 กว่าปี กว่าเราจะสำเร็จ ผมสู้มาตลอด และอย่างที่ผมบอก ของแท้เท่านั้นที่จะอยู่ได้

More Than The Idol หลังบ้านความสำเร็จ BNK 48... เอ๊ะ-พงศ์จักร พิษฐานพร,ข่าววันนี้,Rabbit Today

Q: ช่วยเล่าเส้นทางในวงการเพลงของคุณให้เราฟังหน่อย

A: ผมอยากเป็นศิลปินมาตั้งแต่เด็ก ไปประกวดร้องเพลงในโครงการขนนกกับดอกไม้ของพี่เบิร์ด-ธงไชย ตอนอายุ 18 ซึ่งผมได้ที่ 2 ของประเทศ หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปทำสกรีนเทสต์ที่แกรมมี่ มีความมุ่งมั่นมากว่า เราจะต้องเป็นศิลปินให้ได้ (หัวเราะ) จำได้ว่า คนที่เข้าไปรุ่นเดียวกัน คือ ปนัดดา เรืองวุฒิ ซึ่งสุดท้ายเขาก็ได้เป็นนักร้องสมใจ ส่วนของผม โปรดิวเซอร์แนะนำว่า เอ็งเล่นดนตรีได้ น่าจะทำวงดีกว่า โอเค วงก็ได้ ผมไม่มีปัญหา ถ้าได้ร้องเพลง แต่โปรดิวเซอร์แนะนำต่ออีกว่า วงนี้ควรเป็นนักร้องหญิง ผมนี่ช็อคเลย เสียใจ ร้องไห้อยู่เป็นอาทิตย์ 

แต่หลังจากนั้นก็กลับมาฮึดต่อ เพราะดนตรีเป็นสิ่งที่เรารัก ผมมาตั้งวงละอองฟอง ปรากฏว่าชุดแรกเจ๊ง (หัวเราะ) เคยไปเล่นเป็นวงเปิดให้ศิลปินเบิร์ดกับฮาร์ท เล่นอยู่ตั้งนาน คนไม่ปรบมือสักแอะ จนพอเบิร์ดกับฮาร์ทจะขึ้นเล่นต่อ คนปรบมือกันเกรียวเลย ความหมายก็คือเราเล่นจบสักที ลงๆ ไปซะ (หัวเราะ) แต่พอลงจากเวทีปุ๊บ ผมร้องไห้ตรงนั้นเลย เสียใจ ทำไมเราถึงทำไม่สำเร็จ แต่ก็ยังไม่ท้อ 

มาออกอัลบั้มที่ 2 กับค่ายสไปซี่ดิสก์ ของพี่เต้ง (พิชัย จิราธิวัฒน์) ตอนนั้นบอกกับพี่เต้ง ผมขอร้องเพลงด้วยได้ไหม พี่เต้งยอม ดีใจมาก ได้ร้องเพลงแล้วเว้ย (หัวเราะ) แต่อัลบั้มนั้นก็เจ๊งอีกตามเคย ผมถามตัวเองว่า จะทำไปทำไมวะ สุดท้ายมาพบคำตอบ ก็เพราะเรารักมันไง ทำแล้วมีความสุข ได้ร้อง ได้โชว์ คนจะดูหรือไม่ แต่สุดท้ายมันได้กับตัวเรา ต่อมาอัลบั้มที่ 3 ในชื่อ แอบชอบ ปรากฏว่าดังจนได้ (หัวเราะ) เกือบ 20 ปีที่ผมรอคอยมาตลอด เจอมาทุกรูปแบบ ทั้งร้องไห้ เสียใจ ผิดหวัง แต่ถ้าคนเราศรัทธาในความฝัน ทุกอย่างมันเป็นไปได้จริงๆ

Q: ทุกวันนี้มีความฝันอะไรที่อยากไปต่ออีกไหม

A: ผมเห็นที่ญี่ปุ่นมี ปิโกะ ทาโร่ หรือที่เกาหลีมี ไซ ผมอยากเป็นอย่างเขามาก จึงเป็นที่มาของงานเพลงส่วนตัวที่ชื่อ ‘เอ๊ะ ซินโดรม’ ผมเชื่อว่าวันหนึ่งผมต้องออกไปโชว์ในฐานะไทยอาร์ตติสท์ เพื่อให้คนประเทศอื่นดูบ้าง ผมจะเป็นกังนัมสไตล์เมืองไทยให้ได้ ขอเวลาผมเดิน แล้วผมจะพยายามทำมันให้สำเร็จ

More Than The Idol หลังบ้านความสำเร็จ BNK 48... เอ๊ะ-พงศ์จักร พิษฐานพร,ข่าววันนี้,Rabbit Today

Q: ถ้ามันไม่ประสบความสำเร็จล่ะ

A: มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมานั่งเสียใจ เพราะผมทำทุกอย่างที่ผมอยากได้มาแล้ว กว่าผมจะมาถึงจุดนี้ ผมล้มมาไม่รู้กี่ครั้ง มันจะเป็นอะไรไปถ้าจะล้มอีก เวลาตั้ง 20 กว่าปี เราสู้จนมีเพลงเป็นของตัวเอง ได้เป็นศิลปินเดี่ยว ทำมาขนาดนี้ แค่นี้จะยอมแพ้เหรอ ซึ่งถ้าบอกตัวเองแบบนี้ แรงเราจะมีมาตลอด หาวิธีที่จะสร้างพลังให้กับตัวเอง เมื่อเรามีพลังให้ตัวเองแล้วส่งออก คนที่อยู่รอบข้างเราทั้งหมดก็จะสัมผัสพลังได้โดยปริยาย 

Q: คิดว่าชีวิตในวันนี้เข้าเส้นชัยแล้วหรือยัง

A: เราเข้าเส้นชัยตั้งแต่วันที่เราได้ทำในสิ่งที่อยากทำแล้ว เหมือนเรารดน้ำต้นไม้ หน้าที่ของเราคือรดน้ำ ไม่ใช่ไปบอกกับต้นไม้ว่า ต้องออกดอกนะ ต้องโตนะ นั่นมันหน้าที่ต้นไม้ ไม่ใช่หน้าที่ของเรา เพียงแต่เราอย่าลืมรดน้ำทุกวัน แล้วอย่าลืมว่า ต้องมีความสุขในการรดด้วย เรื่องมันก็มีอยู่เท่านี้ 
แต่ผมก็เข้าใจนะ ทุกคนอยากดัง ทุกคนอยากรวย สังคมมนุษย์บอกว่า นี่คือความสำเร็จ แต่ถ้าเรามองอย่างเข้าใจ เราจะแยกแยะมันได้ ผมบอกเด็กๆ เสมอ ต้องแยกให้ออกนะ ระหว่างความดัง กับความสำเร็จ เพราะสังคมวัดคุณค่าของความสำเร็จด้วยความดัง ซึ่งมันไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป แล้วเวลาที่ดังมากๆ สังคมจะหล่อหลอมให้เราไม่เหมือนเดิม 

บางวันผมเคยคุยกับเด็ก ครูไม่เห็นแววตาของเธอที่เคยเห็นในวันแรกเลย แววตาที่มีประกายของการต่อสู้ เพื่อที่จะเป็นไอดอล มันต้องไม่หายไป หลายคนพยายามทำตัวให้คนอื่นยอมรับ หรือทำให้สังคมยอมรับ โดยไปเอาความเป็นคนอื่นมาใส่ตัวเอง แต่จริงๆ แล้ว เราต้องทำให้คนยอมรับในความเป็นตัวของเรา และสุดท้ายไม่ว่าสังคมจะหล่อหลอมให้เธอเป็นอะไรอีกมากมายในอนาคต แต่เธอก็ยังต้องมีแววตาแห่งการต่อสู้ที่มีมาตั้งแต่วันแรก ของแท้มันต้องเป็นของแท้ตลอดไป

More Than The Idol หลังบ้านความสำเร็จ BNK 48... เอ๊ะ-พงศ์จักร พิษฐานพร,ข่าววันนี้,Rabbit Today

Q: ทุกวันนี้ครูเอ๊ะมีกฎกติกาอะไรเป็นพิเศษกับเรื่องเด็กๆ ไหม

A: หนึ่งคือ ผมจะไม่เข้าไปคุยกับผู้ปกครองของเด็กเลย เจอกันจะสวัสดีเฉยๆ ส่วนข้อสอง ผมจะไม่สามารถพูดให้ใครฟังได้ว่า เด็กแต่ละคนเป็นอย่างไร สมมติมีคนถามว่า คนไหนโดดเด่น หรือแย่สุด ผมตอบไมได้ เพราะถ้าตอบไป แล้วเด็กที่เหลือจะรู้สึกอย่างไร ในตำแหน่งที่ผมยืนอยู่ เป็นจุดที่เซนซิทีฟมาก เวลาจะพูดอะไรออกไป ก็ต้องรักษาความรู้สึกของทุกคน เราต้องพยายามทำให้เขารับรู้ว่า เรารักทุกคนเท่าๆ กัน ดูแลทุกคนเท่าๆ กัน 

ผมเคยสอนเด็กว่า ความฝันก็เหมือนพีระมิด ซึ่งทุกคนย่อมมีพีระมิดของตัวเอง แต่แปลกที่คนส่วนใหญ่ชอบไปมองพีระมิดของคนอื่น แถมยังพยายามจะปีนไปที่ปลายยอดพีระมิดของเขาด้วย พูดง่ายๆ ว่า อยากเป็นแบบเขา แต่หลงลืมไปว่า พีระมิดตัวเองก็รอเราอยู่คนเดียวเท่านั้น สุดท้ายเหนื่อยเปล่าที่เราจะไปยืนบนพีระมิดของใคร 

สมมติในวงเฌอปรางดังมาก เฌอปรางได้เป็นเซ็นเตอร์ เกิดทุกคนอยากเป็นแบบเฌอปรางกันหมด มันก็ยุ่งสิ เฌอปรางก็ต้องเป็นเฌอปรางสิ ส่วนเจนนิษฐ์ เธอก็เป็นเจนนิษฐ์ ปัญก็คือปัญ เราต้องเป็นตัวเอง นี่คือสิ่งที่ผมบอกกับเขา เด็กก็จะได้ความภูมิใจที่เขาได้เป็นตัวเขาเอง พอเด็กๆ เชื่อในสิ่งที่เราพูด ผมก็เลยกลายเป็นไอดอลของไอดอลอีกที (หัวเราะ)

Q: ถ้าจะหยิบคุ๊กกี้มาเสี่ยงทายชีวิตตอนนี้ คุณอยากให้ชีวิตประสบผลสำเร็จในเรื่องอะไรอีกบ้าง

A: ขอให้เราเป็นศิลปินที่สร้างแรงบันดาลใจ ทุกวันนี้ผมอายุ 45 แต่ชื่อเอ๊ะ ซินโดรม ยังมีเด็กมัธยมฟังเพลงเราอยู่ อีกอย่างคือ เราอยากเป็นศิลปินไทยที่ได้ออกไปโชว์ให้คนเอเชียด้วยกันได้เห็น นั่นคือเป้าหมายของผม แต่ถึงแม้ผมจะทำไม่ได้ ผมก็ยังมีความสุขทุกวัน ผมเชื่อว่าไม่มีพลังใดจะมากไปกว่าพลังจากตัวเอง โดยเฉพาะพลังศรัทธาในความฝัน ความฝันทำให้เรามีพลัง มันเข้ามาเติมพลังชีวิตตลอดเวลา มันเหมือนการเติมน้ำมัน 

ที่สำคัญ มองให้เห็นยอดพีระมิดของตัวเอง แล้วเดินขึ้นไปหามัน เหมือนที่ผมบอกกับเด็กๆ เสมอ ถ้าเธอมีแรง จงเดินขึ้นไปที่ยอดพีระมิดของตัวเอง ถ้าล้ม ถ้าเหนื่อย ก็พักก่อน แต่อย่าท้อ เพราะอย่างน้อยเราก็ได้เดินขึ้นมา สักวันเราจะต้องเดินไปจนถึง ทำแบบนี้สิถึงจะเรียกว่า เป็นไอดอลที่แท้จริง (ยิ้ม)

ในความสำเร็จ อาจมีภาพเบื้องหลังเป็นคราบน้ำตา หรือความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่พลังแห่งการต่อสู้ที่ไม่มีวันยอมแพ้ จะลบล้างร่องรอยเหล่านั้น เพื่อนำเราไปสู่ความสำเร็จ...ในสักวัน