เรื่องเด่น

ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ คีย์แมนผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จงานมหกรรมยานยนต์

Published 26 พ.ย. 2018

By Rabbit Today

Chalatchai-Paphatphong-scoops-Rabbit-Today-banner

ปลายสัปดาห์นี้ กำลังจะมีงานใหญ่ในแวดวงยานยนต์ ‘งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35’ สำหรับใครที่ติดตามกันมาตลอด จะทราบดีว่าเบื้องหลังความสำเร็จของอีเว้นต์ใหญ่นี้ มีบริษัท สื่อสากล จำกัด เป็นผู้ดำเนินการจัดงานมากว่า 34 ปี ตัวเลขขวบปีที่ยาวนาน พิสูจน์ได้อย่างดีกับทีมงานที่เต็มไปด้วยศักยภาพ

ก่อนงานใหญ่จะเริ่มขึ้น Rabbit Today มีนัดพูดคุยกับคุณปิ๊ก-ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารทั่วไป งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 เพื่ออัปเดตถึงความพร้อม และแน่นอน มีเรื่องราวความพิเศษมากมายที่รอคนรักรถอยู่ในงานครั้งนี้

Q: ความพิเศษของงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 หนนี้ มีอะไรบ้าง

A: ครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาครับ โดยเฉพาะกับคอนเซ็ปต์ของงาน ‘ขับสนุก ก่อนยุคไร้คนขับ’ ที่มาของไอเดียนี้ เรามองว่าในอดีตรถยนต์ขับสนุกก็จริง แต่เรื่องความปลอดภัยต่างๆ ยังพัฒนาไม่ถึงขีดสุด แต่ผ่านมาถึงวันนี้ ผมคิดว่าเรามาถึงจุดพีกในเรื่องของการขับรถยนต์ด้วยคนแล้วละ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องยนต์ที่ตอบสนองได้ดีขึ้น หรือเรื่องความปลอดภัยที่ถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ยกตัวอย่างเช่น เรื่องระบบตั้งความเร็วตามรถยนต์คันหน้า ถ้ารถคันหน้าเบรก รถที่ตามมาก็จะเบรกเองโดยอัตโนมัติ เรื่องราวเหล่านี้เองทำให้เรารู้สึกว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่ขับรถสนุกที่สุดแล้วละ และต่อจากนี้ไป เรากำลังจะเข้าสู่ยุคที่รถยนต์ขับได้เองแล้วในไม่ช้า ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้จึงนำมาซึ่งคอนเซ็ปต์ที่ว่า ‘ขับสนุก...ก่อนไร้ยุคคนขับ’

Q: วางคอนเซ็ปต์แบบนี้ แสดงว่าเราจะได้เจอเหล่าบรรดารถยนต์แห่งอนาคตภายในงานนี้อย่างแน่นอน

A: ใช่ครับ ปีนี้มีค่ายรถยนต์เข้าร่วม 36 แบรนด์ จักรยานยนต์อีก 23 แบรนด์ มีรถที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย รวมไปถึงรถต้นแบบ รถแนวคิด หรือแม้แต่เซ็กเม้นต์รถสปอร์ต ก็ว่ากันด้วยความเป็นรถแห่งอนาคตด้วยเช่นกัน รับรองว่าใครที่ชื่นชอบอัปเดตเรื่องเทคโนโลยีไม่ผิดหวังแน่นอน (ยิ้ม)

ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ คีย์แมนผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จงานมหกรรมยานยนต์,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: อะไรที่เป็นความแตกต่างของงานมหกรรมยานต์ครั้งที่ 35 เมื่อเทียบกับครั้งที่ผ่านๆ มา

A: ปีนี้เราเสริมเซ็กเม้นต์เรื่องเรือเข้าไป เนื่องจากหากย้อนกลับไปเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว เราเป็นทีมงานที่พยายามพัฒนาตลาดบิ๊กไบค์ ซึ่งในเวลานั้นมีตัวแทนจำหน่ายมาเข้าร่วมงานสัก 2 เจ้าเองมั้ง (ยิ้ม) แต่หลังจากนั้นตลาดบิ๊กไบค์ก็เติบโตขึ้นอย่างมาก เราจึงเล็งเห็นว่า เรือก็เป็นของอีกชิ้นหนึ่งที่น่าจะมีคนสนใจ โดยเฉพาะกับคนที่เคยซื้อบิ๊กไบค์ในวันวาน มาวันนี้เขาเติบโตขึ้น อาจไม่ได้มีกิจกรรมแอดเวนเจอร์แบบเมื่อก่อน การหันมาเล่นเรือ ก็เป็นอีกไลฟ์สไตล์หนึ่งที่เป็นทางเลือก ราคาเริ่มต้นก็ไม่แพงอย่างที่คิด ผมมองว่าตลาดด้านนี้กำลังจะเติบโตในไม่ช้า

อีกหนึ่งกิจกรรมที่เสริมเข้ามา เราเรียกว่า Road To I Am ซึ่ง I Am ย่อมาจาก International Auto Modify เป็นกิจกรรมพบปะกันของคนที่รักในการแต่งรถ เรามองว่า นอกจากกิจกรรมการแสดงรถ รวมไปถึงการขายของต่างๆ แล้ว เรื่องของแพสชั่น หรือความรัก ความหลงใหล เรื่องราวเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตเช่นกัน โดยเราจะจัดสถานที่ไว้บริเวณทะเลสาบของเมืองทองธานี ท่านใดที่สนใจสามารถมาร่วมจอยกันได้ (ยิ้ม)

Q: ผันผ่านมาถึงครั้งที่ 35 คุณคิดว่า เสน่ห์ของงานมหกรรมยานยนต์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคืออะไร

A: ผมมองว่าเป็นเรื่องความร่วมมือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งอุตสาหกรรม เช่น เมื่อเรากำหนดธีมงานขึ้นมา แต่ละบริษัทที่เข้าร่วม ต่างก็พยายามเดินไปในทิศทางเดียวกัน จึงทำให้งานมีความตื่นตาตื่นใจ เสน่ห์อีกอย่างของงานนี้คือ ความครบวงจร เราไม่ใช่เป็นเพียงงานแสดงรถยนต์ แต่เรายังมีกิจกรรมที่ทำให้คนรักยวดยานพาหนะได้มาจอยกัน ตรงนี้เองที่ทำให้งานมหกรรมยานยนต์มีสีสันในทุกครั้งที่จัดขึ้น (ยิ้ม)

Q: ในมุมของคนทำงานเอง อะไรคือความท้าทายของคุณ

A: สิ่งที่ท้าทายคือ เราต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในการจัดงานออกมาอยู่เรื่อยๆ ไม่อย่างนั้นก็จะเหมือนเดิม หรือแม้แต่เราก็อาจจะเบื่อเสียเอง (ยิ้ม) ผมกับคุณพ่อ (ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์) เราต้องเดินทางไปต่างประเทศอยู่เป็นประจำ เพื่อไปดูอีเว้นต์การจัดงานรถยนต์สำคัญๆ ไปดูว่าเขามีอะไรใหม่ๆ หรือมีสิ่งใดที่เราน่าจะเอามาปรับปรุงในงานของเราได้บ้าง ตรงนี้จึงเหมือนเป็นการเรียนรู้และเป็นความท้าทายของเราในการพัฒนางานไปตัว

Q: ถ้าจะหาคีย์แห่งความสำเร็จของงานมหกรรมยานยนต์ตลอด 34 ครั้งที่ผ่านมา จนมาถึงครั้งที่ 35 นี้ คุณคิดว่ามันคืออะไร

A: ประการแรกคือ เรามีความเสมอภาค เราทำให้บริษัทที่เข้ามาร่วมงานกับเรารู้สึกถึงความเป็นธรรม เรามีกติกาที่ชัดเจน รวมไปถึงเราใส่ใจในรายละเอียด ยกตัวอย่างเรื่องระบบเสียงภายในงาน เรามีระบบเช็กวัดเสียงที่ติดตั้งอยู่ภายในงานกว่า 50 จุด เมื่อไรที่จุดไหนมีเสียงดังเกินไป จะมีสัญญาณฟ้องส่งมาที่แผงควบคุม เราก็จะให้เจ้าหน้าที่ไปปรับเรื่องความดัง ด้วยระบบนี้เอง ทำให้บรรยากาศในงานไม่หนวกหูจนเกินไป พอบรรยากาศดี ผู้เข้าร่วมงานก็จะอยู่ในงานได้นานขึ้น เมื่ออยู่ได้นานขึ้น ก็จะเกิดการซื้อขายขึ้นตามมา เรื่องพวกนี้เป็นรายละเอียดที่เราพยายามใส่ลงไปในการจัดงานครับ

ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ คีย์แมนผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จงานมหกรรมยานยนต์,สัมภาษณ์,Rabbit Today

Q: หากตั้งคำถามง่ายๆ ว่า ทำไมเราถึงต้องไปร่วมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35

A: (หัวเราะ) งานใหญ่ขนาดนี้ ปีหนึ่งมีครั้งเดียว ก็ไม่ควรพลาดกันนะครับ อย่างที่บอก ปีนี้มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์มาโชว์กันมากมาย แล้วเป็นรถรุ่นใหม่แทบทั้งสิ้น คนที่จะซื้อรถไม่ควรพลาดจริงๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ กิจกรรม Skill Driving Experience ขับเป็น...ขับปลอดภัยกับสื่อสากล เป็นคอร์สการเทรนนิ่งเพื่อการขับขี่ปลอดภัย ทั้งแบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ กติกาง่ายๆ แค่เข้าไปร่วมสนุกตอบคำถามในเฟซบุ๊ก Motor Expo ผู้ชนะจะได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ อีกกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับเด็กๆ คือ กิจกรรม Skill Driving Experience Junior การอบรมขับขี่ปลอดภัย สำหรับเด็กอายุ 4-8 ปี เพื่อสร้างประสบการณ์การมีวินัยทางจราจร

ส่วนในเรื่องการอำนวยความสะดวกต่างๆ เรามีแอปพลิเคชั่น Motor Expo ที่สามารถเช็กข้อมูลของงาน หรือเช็กการจราจรโดยรอบของงาน รวมถึงเช็กที่จอดรถ ตรงไหนเต็ม ตรงไหนว่าง สามารถเช็กได้ และที่สำคัญ สามารถเข้าไปขอบัตรเข้าร่วมงานฟรีได้จากแอปฯ นี้ นอกจากนี้ หากท่านใดที่ไม่อยากนำรถยนต์ส่วนตัวมาร่วมงาน ก็สามารถเดินทางเข้างานด้วยรถชัตเติลบัส โดยเราจอดให้บริการไว้ 4 จุดใหญ่ๆ อาทิ สีลม อ่อนนุช หมอชิต และรังสิต เราพยายามสร้างสรรค์งานครั้งนี้ให้เพียบพร้อมและครบวงจรมากที่สุด ทั้งหมดคือเหตุผลว่าทำไมถึงต้องมางานนี้ครับ (ยิ้ม)

พลาดไม่ได้จริงๆ กับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคมนี้ ณ อาคารชาลเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี งานใหญ่ที่รวมทุกมิติความสนใจของคนรักยานยนต์อย่างแท้จริง

DID -YOU-KNOW-logo

  • ในปี 2559 การจัดงานมหกรรมยานยนต์อยู่ในช่วงเวลาเดียวกับวาระการสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทางผู้จัดงานจึงขอความร่วมมือให้มีการปรับเครื่องแต่งกายของเจ้าหน้าที่ที่ให้ข้อมูลเรื่องยานยนต์ (MC) โดยให้มีความสุภาพ เหมาะสม ส่งผลให้ได้รับความชื่นชมจากกระทรวงวัฒนธรรมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หลังจากนั้น ทีมงานจึงยึดใช้ระเบียบการแต่งกายนี้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และกลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่แตกต่างจากงานอื่นๆ
  • ที่มาของการให้บริการรถชัตเติลบัสในงานมหกรรมยานยนต์ เกิดขึ้นในปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ทางผู้จัดงานตัดสินใจนำรถชัตเติลบัสมาใช้รับส่งผู้เข้าร่วมงาน เพื่อให้เกิดความสะดวกในการเดินทาง กระทั่งได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการบริการให้กับผู้จัดงานมาจนถึงครั้งล่าสุดนี้

จุดให้บริการรถชัตเติลบัส

  • หมอชิต ทางออกประตู 2 BTS หรือทางออกประตู 4 MRT
  • อ่อนนุช ทางออกประตู 2 BTS
  • สีลม ทางออกประตู 5 BTS หรือทางออกประตู 1 MRT
  • รังสิต บริเวณด้านหลัง Future Park Station

โดยทุกจุดจะให้บริการรถทั้งรับและส่ง บริการรับเข้างาน รอบแรก 11.00 น. รอบสุดท้าย 20.30 น. บริการส่งกลับมายังจุดท่ารถเริ่มต้น รอบแรก 12.00 น. รอบสุดท้าย 22.30 น.