เรื่องเด่น

เคล็ดลับวงการบันเทิง ‘ไม่ต้องเก่งแต่น่ารัก’

Published 9 ต.ค. 2019

By ณัฐพล ช่วงประยูร

มาริโอ้ เมาเร่อ เคล็ดลับวงการบันเทิง ‘ไม่ต้องเก่งแต่น่ารัก’

สิ่งที่ทำให้ผมอยู่ยาวมา 12 ปี เพราะผมจำที่พี่โก๊ะตี๋ อารามบอยสอนผมว่า “เราอาจจะไม่ได้มีของก็ได้ แต่เราต้องอย่าลืมว่า ‘เราต้องน่ารัก’ เพราะว่าเมื่อไรคนเก่ง...แต่ไม่น่ารัก คนก็ไม่รักไง แต่ถ้าคนไม่เก่ง แล้วน่ารัก ตั้งใจทำงาน เป็นกันเอง คนเขาจะรักเรา เพราะฉะนั้น...ไม่เก่งไม่เป็นไร แต่ต้องน่ารักไว้นะ”

ขุนแผนฟ้าฟื้น’ ภาพยนตร์ไทยแอกชั่น แอดเวนเจอร์ คอเมดี้ ลงโรงแล้ววันนี้ Rabbit Today มีโอกาสได้นั่งคุยกับพระเอกหล่อ น่ารัก และขำจริง ฮาจัง อย่าง ‘มาริโอ้ เมาเร่อ’ ผู้รับบท ‘แก้ว’  

‘แก้ว’ เป็นตัวละครที่ทำหน้าที่เดินเรื่อง หรือพูดง่ายๆ คือพระเอกในภาพยนตร์ ‘ขุนแผนฟ้าฟื้น’ ที่คุณหรือใครไม่ต้องกลับไปพลิกวรรณคดีเล่มเก่าอย่าง ‘ขุนช้าง ขุนแผน’ ให้เมื่อยตุ้ม เพราะมาริโอ้จะทำหน้าที่เล่าเรื่องราวแบบไม่ซ้ำ ไม่เขินอาย นี่เป็นอีกครั้งที่เขาจะได้พิสูจน์บทบาทการเป็นพระเอกสายฮา หลังเคยฝากฝีมือไว้ในภาพยนตร์ ‘พ่อมาก…พระโขนง’ ที่โกยรายได้ทะลุพันล้าน เป็นประวัติการณ์ของหนังไทย

แน่นอน, เขาไม่ใช่ ‘มาริโอ้ เมาเร่อ’ คนเดิม อดีตนายแบบ-ดาราวัยรุ่นลูกเสี้ยว ‘จีน-ไทย-เยอรมัน’ ที่ครั้งหนึ่งมีคนบอกว่าหล่อแบบเก๊กๆ สมัยเดินเข้าวงการบันเทิงใหม่ๆ  

บ่ายวันนั้นมาริโอ้ซุ่มรอ Rabbit Today อยู่บนเก้าอี้นวดในเลานจ์รับรองของโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง เขาไม่ได้ผล็อยหลับ แต่กำลังเคลิ้มสบาย ระหว่างพักจากคิวให้สัมภาษณ์สื่อ เห็นหนุ่มโอ้จ้องมองโทรศัพท์มือถือ แล้วฮึมๆ ฮัมๆ เพลงในลำคอเป็นระยะ

แม้หน้าตาพ่อแก้ว (ขุนแผน) จะดูงัวเงียเพลียร่าง แต่พลังงานของเขาก็จุดติดขึ้นในทันทีที่เราสั่ง…แอ็กชั่น!

Q: อยากให้เล่าถึง ‘ขุนแผนฟ้าฟื้น’ ภาพยนตร์ที่ลงโรง 10 ตุลาคมนี้ ว่าบท ‘แก้ว’ (พระเอก) จริงๆ แล้วต่างหรือเหมือนกับมาริโอ้มาก-น้อยแค่ไหน

มาริโอ้: แก้วมีความสนุกสนานอย่างวัยรุ่น เพราะว่าเขาอายุประมาณ 18 ปีเอง ส่วนที่เหมือนกับโอ้เลยคงจะเป็นความสนุก สนานแน่ๆ แต่สิ่งที่ไม่เหมือนคือ แก้วเขามีปมอยู่ในใจ คือไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน คือสูญเสียความทรงจำไป รู้แค่ว่าชื่อแก้ว

Q: ขุนแผนในวรรณคดีนั้นมีมนตร์คาถา และกุมาร เรียกว่าสายมู (มูเตลู) ถ้าในชีวิตจริงโอ้ทำอย่างนั้นได้ จะเสกมนตร์เป่าคาถาอะไร 

มาริโอ้: โอ้มีนะครับ กุมาร ผมก็เอามาด้วยนะ...เนี่ย นั่งอยู่ข้างๆ พี่เลย

Q: อะแฮ่ม! ชื่ออะไรครับ...

มาริโอ้: ชื่อมะนาว (โอ้หัวเราะที่ได้แกล้งเย้าผมและทีมงาน) พูดเล่นครับ ผมไม่มีกุมารหรอก ของจริงไม่มี แต่ในหนังมี ชื่อมะนาว ไม่รู้ว่าทำไม แต่เราจะได้รู้ในเรื่องครับว่า ‘ทำไมกุมารชอบกินน้ำแดง’ ต้องไปดูกัน (ยิ้ม)

สัมภาษณ์ มาริโอ้ เมาเร่อ

Q: แล้วเรื่องมนตร์คาถาล่ะ จะเสกอะไร...ได้ 1 ข้อ

มาริโอ้: ผมจะเสกอะไหล่รถโฟล์คเลยครับ ไม่อยากนำเข้าแล้ว เพราะการนำเข้าโดนภาษีเยอะเลยครับ (ทำหน้าโยเย) ผมขอเสกเลย อยากได้ไฟหน้า เสก...ปิ๊ง คิ้วรอบคัน (ทำท่าทำทางถูกใจ) อ้อ! แล้วก็ขอสิทธิ์ใช้กุมารด้วยครับ

Q: จะใช้กุมารให้ไปทำอะไรบ้าง

มาริโอ้: ผมขอตั้งชื่อให้เขาว่า มินิ-มี  คือเจ้า มินิ-มี เป็นชื่อรถตัวลูกในภาพยนตร์ ออสติน พาวเวอร์ส ผมขอเรียก มินิ-มี ให้เขาไปช่วยปัญหาน้ำท่วมในตอนนี้ บางคนบ้านอยู่ลึกมาก เข้าถึงยาก โอ้เคยไปช่วยทีหนึ่ง รู้สึกได้เลยว่าบางบ้านลำบากมาก ถ้าผมมีกุมารจริง ผมจะขอหายตัวไปเลย แล้วก็นำพวกเสบียงต่างๆ เข้าไปไว้ให้ทุกคนที่กำลังประสบปัญหา จะได้ไม่มีใครต้องเหนื่อยหนัก และกุมารกับผมก็คงแฮปปี้

Q: กลับมาที่ภาพยนตร์ ‘ขุนแผนฟ้าฟื้น’ ด้วยความเป็นหนังสไตล์ย้อนยุค ก็ต้องมีวาบหวิว ถอดเสื้อบ้างไหม แล้วโอ้ฟิตหุ่นเยอะมากไหมตอนรับเล่นเรื่องนี้

มาริโอ้: มีถอดแน่นอนครับ (ยิ้ม) ถ้าดูขุนแผนไม่พอใจ ขอให้ไปดูขุนช้างด้วย เพราะขุนช้างนมใหญ่มากกกก (หัวเราะ) แผนคิดว่าแผนนมใหญ่แล้วนะ เจอช้าง ช้างใหญ่กว่าเราอีก (ฮา) ตอนที่ถ่ายทำหนัง ผมแค่กระโดดบู๊หน้ากอง น้ำหนักนี่หายไป 10 โล แล้วครับ เพราะเหงื่อออกเยอะมาก ถือว่าฟิตแอนด์เฟิร์มครับ พยายามลดอาหารด้วย

สัมภาษณ์ มาริโอ้ เมาเร่อ

Q: ทราบมาว่า มีฉากที่ม้าวิ่งแล้วไม่ยอมหยุด จนโอ้เกือบเอาชีวิตตัวเองไปกระแทกต้นไม้

มาริโอ้: โหยยย มันน่ากลัวมากเลยครับ เป็นอะไรที่เราไม่คาดคิด ด้วยความที่เราต้องการให้ม้าวิ่งเร็วหน่อยเพื่อภาพที่ต้องการ  ถึงเวลาพอจะเบรก เบรกไม่อยู่ ทีมงานทุกคนวิ่งไปหลบหลังต้นไม้ เขาบอกธรรมชาติม้าถ้ามันวิ่งเข้าป่า มันไม่เอาตัวมันเองเข้าต้นไม้ มันจะเอาเราเข้า แล้วตัวมันเองก็จะหลบ

Q: แล้วตอนนั้นทำไมไม่เสกคาถาล่ะ

มาริโอ้: ผมเสกไปแล้ว สั่งด้วยคำสั่งที่เรียนขี่ม้ามา ถ้าลองย้อนกลับไปดูในคลิปเบื้องหลัง จะได้ยินเสียงวูวววว!!! ดังมากเลย ทุกคนก็วูวววว! ด้วยกันหมด ประสานเสียงกันเลยละ แต่มันก็ยังไม่ยอมหยุด 

Q: เสี่ยงตายสุดๆ ตอนนั้นนึกถึงอะไร พ่อแก้วแม่แก้ว...

มาริโอ้: โอ้โฮ!!! ชีวิตกรูจะหมดตรงนี้แล้วเหรอวะเนี่ย! รถที่หาซื้อมาสะสมไว้ยังขับไม่หมดเลย ซ่อมยังไม่หมดทุกคันเลยด้วย ‘ขุนแผนฟ้าฟื้น’ จะพาเรามาตายตรงนี้แล้วเหรอวะเนี่ย ผมคิดอย่างนั้น เออ! แล้วพอจุดๆ นั้น พอม้ามันเบรกฟึ่บ เออ...โอเคครับ 

จริงๆ แล้วทุกฉากโหดหมดเลยนะครับ มันเป็นซีนโหดที่ใช้เปิดเรื่องใหญ่ๆ หมดเลย มีฉากหนึ่งต้องขึ้นรถเหมือนในเรื่อง ‘Ben-Hur’ ครับ ฉากนั้นค่อนข้างยาวพอสมควร จะมีฉากที่โอ้ขึ้นไปอยู่บนหลังรถอีกคันหนึ่ง แล้วตรงหลังรถมันแทบไม่มีที่ให้ยืนเลย คือพอดีเท้าเป๊ะแล้วเขาก็ล็อกโอ้เอาไว้กับสลิง เกาะจับอะไรก็ไม่ได้ คือถ้าสลิงขาดเราก็บ๊ายบายแน่นอน ก็วิ่งๆๆ แล้วก็ยึกยักๆ อยู่อย่างนั้น (หยุดพักนิดหนึ่ง) นับเป็นประสบการณ์ที่ดีครับ (หัวเราะ)

สัมภาษณ์ มาริโอ้ เมาเร่อ

Q: เสียวสะท้านเลยสิครับ

มาริโอ: ที่เล่านั่นคือฉากแรกที่ถ่าย ลงจากรถไปแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จ ก็เริ่มถ่ายทำเลย เหวอออออสิครับพี่น้อง!

Q: กี่เทค

มาริโอ้: จริงๆ ถ้าเอาโหดที่สุดเลย หลายเทค คือผมขี่ม้าเป็น แต่นั่งไม่เป็น สุดท้ายตกม้าครับ เขาบอกเนี่ย นางพิมกับขุนช้างถ่ายมาทั้งวันแล้ว เขายังไม่ตก ไอ้โอ้มาซีนแรกตกโชว์เลยครับ ตกปุ๊บ ล่วงปั๊บ

Q: คือเป็นมุกตลกในหนังใช่ไหม

มาริโอ้: ของจริงครับพี่!!! รู้สึก…ทำไมมันเจ็บจังวะ (หัวเราะ) เพราะลึกๆ ในใจคือโอ้กลัวม้ามากครับ ตอนเด็กๆ พ่อชอบเปิดรายการที่ แลร์รี คิง เป็นพิธีกรใน CNN นั่งพูดนู่นนี่นั่น จำได้แม่น เขาเรียกซูเปอร์แมน (คลาร์ก เค้นต์) มาสัมภาษณ์ ก่อนเขาตายเขาเป็นเครื่องยนต์หมดเลยนะ สภาพร่างกาย เพราะตกม้าน่ะ เขาเหมือนเป็นอัมพาตตลอดชีวิต เวลาจะพูดก็ต้องกด สวัสดีครับ...(โอ้ทำเสียงแมชชีนประกอบ)

สัมภาษณ์ มาริโอ้ เมาเร่อ

Q: เลยฝังใจและหลอนหนักเข้าไปอีก...

มาริโอ้: ฝังใจครับ รู้สึก โอ้โห! ตกม้าลงมา ชีวิตมันต้องเปลี่ยนไปอย่างนี้เลยเหรอวะ แบบข้างในนี่เป็นเหมือนหุ่นยนต์ ก็เลยกลัวครับ แต่แปลก ขี่มอเตอร์ไซค์กลับไม่กลัว เพราะรู้สึกว่า...มันควบคุมได้ แล้วถ้ามันพังเราก็รู้ว่าเออ ประมาณนี้เราจอดได้ แต่ม้านี่มันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เขาเป็นสิ่งมีชีวิต แล้วเขาก็กลัวอะไรได้ง่ายๆ บางอย่างอยู่ๆ นึกจะกลัว ก็กลัว เช่นถุงขยะปลิวเข้าฉากก็ เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย ถุงขยะเว้ย ตัวก็ใหญ่ชิบเป๋งเลยนะ แต่อาการออกว่า เอ้อๆ ถุงขยะไม่เอาๆๆๆ สักพัก อ้าว! ถังขยะแม่-งกลัวอีก กลัวถังขยะอีก อ้าว! แล้วกรูจะอย่างไร อะไรดี เขามีอารมณ์ของเขา 

อย่างงานวันโปรโมต ท่อน้ำก็ยังต้องระวังเลย ขี่ๆ ไป อาจารย์ที่สอนโอ้ขี่ม้าเขาต้องบอก โอ้เบาๆ นะ เพราะว่ามันต้องใส่เกือกยาง แต่เราไม่ทันได้ใส่ แล้วทีนี้พื้นข้างล่างมันเป็นท่อ เขาก็ไม่อยากให้เหยียบท่ออีก เพราะน้ำหนักเรารวมกับม้าก็ประมาณ 500 กิโลฯ กลัวท่อจะทะลุลงไป  

Q: เห็นว่าหัดขี่ม้าแบบจริงจัง ก้นกระแทกกับอานม้าตลอดจนตูดแตก จริงหรือเปล่า

มาริโอ้: ตูดแตกกก เอาจริงๆ ตอนนั้นไข้หวัดใหญ่กินเลยครับ พอขี่เสร็จเข้าโรงพยาบาล ฉีดยาเลยครับ ด้วยความที่โอ้อาจจะไปโดนเชื้อโรคบางอย่างเข้าด้วย แล้วเราขี่ม้ากันโหด...โหดมากเลยครับ (ย้ำ) แล้วร่างกายโอ้อาจจะพักผ่อนน้อย เลยโดนซะ (ยิ้ม)

Q: งั้นวันนี้ถ้ามีม้ามาให้...โอ้ก็กระโดดขึ้นคร่อม วิ่งฉิวเลยล่ะสิครับ

มาริโอ้: หืม...จะพูดอย่างนั้นไม่ได้พี่ (หัวเราะ) จะบอกว่าโอ้เก่งมากขนาดนั้นไม่ได้ครับ แต่บอกได้ว่าเก่งกว่าเดิมเยอะ ในเรื่องของการควบคุมม้าแล้วก็ไม่กลัว สิ่งที่โอ้เรียนรู้อีกอย่างคือ รู้สึกว่าม้านี่เป็นสัตว์ที่ฉลาดจังเลยครับ เขามหัศจรรย์จัง ที่แบบลดและเพิ่มเกียร์ได้ คนเราสามารถ Connect กับม้าโดยที่บอกว่า เฮ้ย! วิ่ง 1 เฮ้ย 2 แล้ว…เฮ้ย 3 เฮ้ย 4 เฮ้ย 3 ก่อน 3 3 2 2 2 2 แบบนั้นน่ะครับ

สัมภาษณ์ มาริโอ้ เมาเร่อ

Q: คลุกคลีกับเขาถึงขนาดสื่อสารทางใจ และสัมผัสถึงกันได้แล้ว

มาริโอ้: ใช่ครับ ถ้าเราขึ้นไปขี่เขา แล้วเรากลัวเขา เขาจะสัมผัสเราได้ครับ ฉะนั้นในเรื่องผมจึงต้องขี่ม้าตัวเดียวเลย เป็นม้าประจำตัวของขุนแผน ชื่อ ‘ม้าสีหมอก’ ครับ

Q: 12 ปีแล้วที่โอ้อยู่ในวงการบันเทิง ล่าสุดยังเป็นยูทู้บเบอร์ ในรายการ โอ้...ลั้นลา ยังมีแผนคิดจะทำอะไรอีกข้างหน้า

มาริโอ้: โอ้คิดว่าคงมีมาเรื่อยๆ ครับ ธุรกิจเกี่ยวกับความชอบของโอ้เอง เกี่ยวกับของที่สะสมอยู่ โอ้คิดว่าต้องต่อยอดให้ได้ ไม่อย่างนั้นของมันจะเต็มบ้าน ต้องมีที่ระบาย ขายออกไปหน่อย

Q: โอ้ยังเก็บสะสมของวินเทจเหมือนเดิมทุกอย่างไหม ตั้งแต่รถโฟล์คไปจนถึงของเล่น  

มาริโอ้: ใช่ครับ กางเกงในด้วย (ฮา) จริงๆ ก็มี นาฬิกา รถโฟล์ค รถมอเตอร์ไซค์ ป้ายต่างๆ และพวกฟิกเกอร์ บาร์บี้ หุ่นทหารครับ มีเยอะมากกกกก เต็มบ้าน โอ้เพิ่งทำบ้านใหม่ครับ เพื่อเก็บของนี่แหละ (ฮา)

สัมภาษณ์ มาริโอ้ เมาเร่อ

Q: ได้ยินมาว่ารถโฟล์คทั้งหมดมีชื่อเป็นแก๊งตระกูลหมู ชื่อหมูอะไรกันบ้างครับ

มาริโอ้: โอ้โห! เยอะครับ แคบหมู หมูแดง ลั้นลา แล้วก็ ย้วย สะตอ ฯลฯ

Q: คันไหนที่โปรดสุด

มาริโอ้: คงเป็นคันแรกเลย ชื่อ ‘ย้วย’ ครับ ไม่มีใครเคยเห็นรถชื่อ ย้วย เป็นรถเต่าสีเขียว มันเป็นคันแรกในชีวิตที่โอ้หาเงินมาและซื้อได้ พวงมาลัยหลุดเลยวันแรก (ฮา) ตอนนี้พอแล้ว หลายคันก็ยังซ่อมอยู่นะครับ ที่มีเนี่ยไม่ได้วิ่งได้ทุกคัน

Q: อะไรทำให้โอ้อยู่ยาวในวงการบันเทิงมาได้ถึง 12 ปี และน่าจะยาวไปเรื่อยๆ กับต้องรักษาชื่อเสียงนี้ไว้ยังไง

มาริโอ้: เคยมีคนสอนผมครับ เขาชื่อ ‘โก๊ะตี๋ อารามบอย’ เขาบอกผมว่า มรึงไม่ต้องเล่นเก่งหรอก แต่มรึงต้องน่ารักนะ เขาบอกผมอย่างนี้ เขาบอกว่า “บางคนน่ะเล่นและแสดงเก่งมากเลย เขาเรียกว่า ‘มีของ’ เราอาจจะไม่ได้มีของก็ได้โอ้ แต่เราต้องอย่าลืมว่า ‘เราต้องน่ารัก’ เว้ย เพราะว่าเมื่อไรคนเก่ง...แต่ไม่น่ารัก คนก็ไม่รักไง แต่ถ้าคนไม่เก่งแล้วน่ารัก ตั้งใจทำงาน และเป็นกันเอง คนเขาจะรักเรา เพราะฉะนั้นมรึง...ไม่เก่งไม่เป็นไร แต่มึงต้องน่ารักไว้นะ”

สัมภาษณ์ มาริโอ้ เมาเร่อ

Q: ซึ่งโอ้ก็เป็นคนน่ารักที่ติดตลกนิดหนึ่ง ไม่ต้องหล่อและเก่งตลอดเวลา

มาริโอ้: ไม่หรอกครับ ผมแค่คิดว่า ถ้าเราน่ารักเราจะอยู่ได้นาน เหมือนเวลาเราทำงานกับใครก็ได้ เหมือนโอ้ทำงานโปรเจกต์หนึ่ง แล้วเขาเรียกคนมาทำงานกับโอ้ แล้วเรารู้สึกว่าเขาน่ารักกับเรา เขาโอเคกับเรา เราจะรู้สึกว่า เออ…อะไรมันก็ง่ายนะ แต่ถ้าสมมติว่าเขามาแล้วเขาเยอะ เราก็รับได้นะครับ แต่แค่รู้สึกว่า พอหลังจากนั้นเราอาจจะไม่ได้คุยกันต่อยาวๆ และไม่ได้รู้สึกคิดถึงกัน อะไรอย่างนี้ครับ

Q: มีกิจกรรมนอกเวลา ส่วนตัว ดูหนัง ฟังเพลง กีฬา ทำอะไรอยู่บ้างในทุกวันนี้

มาริโอ้: นอกจากเก็บสะสมของกับถ่าย โอ้ ลั้นลา ตอนนี้ผมเก็บเสียงไว้ไปร้องเพลงประกอบหนัง ‘ขุนแผนฟ้าฟื้น’ อย่างเดียวเลยครับ เก็บมาหลายวันแล้วครับ (เราขอให้มาริโอ้ลองร้องเพลง ‘เพียงชายคนนี้ (ไม่ใช่ผู้วิเศษ)’ โดย LOMOSONIC เพลงประกอบภาพยนตร์ ขุนแผนฟ้าฟื้น อย่างย่อให้ฟัง ตามที่ Rabbot Today ได้ลงคลิปตัวอย่างให้ได้ชมไปแล้ว)

ลากันไปด้วยเสียงร้องและหน้าหล่อๆ ของ มาริโอ้ เมาเร่อ อยากให้คอยติดตาม ‘แก้ว’ ในภาพยนตร์ ‘ขุนแผนฟ้าฟื้น’  ในโรงภาพยนตร์ชั้นนำ