เรื่องเด่น

PAAM จากหน้ากากโพนี่…สู่เส้นทางศิลปินเดี่ยว

Published 29 พ.ค. 2019

By ตติยา แก้วจันทร์

PAAM จากหน้ากากโพนี่…สู่เส้นทางศิลปินเดี่ยว

เมื่อ 2 ปีก่อนมีนักร้องสาวคนหนึ่งสวมหน้ากากโพนี่ไปขึ้นเวที The Mask Singer รายการแข่งขันร้องเพลงชื่อดัง และเมื่อถอดหน้ากากออกมา นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนไทยรู้จักนักร้องสาว ‘แปม-ศิรภัสรา สินตระการผล’ ในวงกว้างมากขึ้น 

สาวสวยเสียงหวานคนนี้คืออดีตศิลปินวงเกิร์ลกรุ๊ปวงไกอา และยังเคยคว้ารางวัลรองชนะเลิศจากรายการ Global Super Idol ปี 2012 ที่ประเทศเกาหลีใต้มาครอง หลายคนอาจจดจำเธอในลุคผู้หญิงสดใสและขี้เล่น

แต่วันนี้แปมเดินหน้าท้าชนบททดสอบใหม่ในฐานะศิลปินเดี่ยวในนาม PAAM แถมยังลงมือทำเพลงเอง ส่งซิงเกิลใหม่ ‘Happy Pill’ ชวน UrboyTJ แร็ปเปอร์ชื่อดังของเมืองไทยมาร่วมสร้างสรรค์งานเพลงด้วย

เธอพร้อมแล้วที่จะเติมพลังงานด้านบวกให้แก่ผู้ฟัง…

Q: การก้าวมาเป็นศิลปินเดี่ยวแบบเต็มตัว มีวิธีการทำงานที่แตกต่างจากเดิมไหม

A: น่าจะเป็นเรื่องที่เราต้องคิดอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา ตอนนี้แปมมาอยู่ในสังกัดของ Wayfer Records ค่ายฯ ค่อนข้างเปิดกว้างให้ศิลปินแสดงความคิดเห็นและมีความเป็นตัวเองได้เต็มที่ ความสนุกคงอยู่ที่การค้นหาตัวเองว่าเราจะเข้ากับโน๊ต เนื้อเพลง หรือเมโลดี้แบบไหน ก่อนหน้านี้แปมไม่เคยแต่งเพลงเลยค่ะ เพราะเชื่อว่าเราทำไม่เป็น คงทำไม่ได้หรอก สมัยอยู่ในวงเกิร์ลกรุ๊ป เขาจะมีเดโม่มาให้ เราแค่ทำหน้าที่ร้อง แต่ตอนนี้แปมต้องลงมือเอง สื่อสารกับโปรดิวเซอร์เอง อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่เรา ทำให้มาถึงจุดที่ค้นพบว่า เราก็แต่งเพลงได้นะ (ยิ้ม) 

Q: สารตั้งตนในการเขียนเพลงครั้งแรกมาจากอะไร

A: จินตนาการค่ะ เพราะส่วนตัวแปมไม่ได้เป็นคนที่มีความรักหวือหวา สมัยวัยรุ่นเราอาจมีป๊อปปี๊เลิฟบ้าง แต่พอโตขึ้นอะไรหลายอย่างเปลี่ยนแปลง เราจึงต้องใช้ประสบการณ์ในอดีตมาผสมกับจินตนาการ อย่างเวลาฟังเพลงสักเพลงแล้วรู้สึกเชื่อมโยงได้ อาจเป็นเพราะเราเคยผ่านความรู้สึกนั้นมา 

Q: ความยากของการเขียนเพลงรัก

A: ช่วงแรกๆ อาจเขินหน่อย ทุกวันนี้ก็ยังเขินอยู่ (หัวเราะ) มีบ้างที่คิดไม่ออก ไปต่อไม่ถูก ก็จะขอความช่วยเหลือจากคนที่เราไว้ใจ เมื่อก่อนถ้าร้องเพลงที่คนอื่นเขียนให้ มันเป็นความรู้สึกที่แบบไม่ใช่เนื้อของเรา เพราะไม่ได้คิดเอง เราแค่ร้องให้รู้สึกไปกับเพลง แต่พอมาเขียนเอง ยากตรงที่เราเป็นคนคิดหลายชั้นค่ะ คิดมากด้วย กังวลว่าคนฟังจะเข้าใจสิ่งที่เราอยากสื่อสารไหม จะสกรีนหลายรอบมาก ดีหรือยังนะ คำนี้ตลกอ่ะ รู้สึกจั๊กจี้ ใช้แล้วเขินๆ 

Q: แต่ในที่สุดก็ได้ซิงเกิลของตัวเอง ‘Happy Pill’ ทำไมใช้ชื่อนี้

A: เป็นเรื่องราวที่อยากจะทำให้คนที่เราชอบรู้สึกดีเมื่อมีเราอยู่ใกล้ๆ เขา ประมาณว่าอยากให้เธอเปิดใจให้ฉันนะ ฉันสามารถทำให้เธอมีความสุขได้ อันนี้คือไอเดียหลักของเพลงค่ะ แปมเชื่อว่าจริงๆ แล้วทุกคนอยากจะทำให้ใครสักคนมีความสุขอยู่แล้ว เหมือนเราอยากจะเป็นพลังบวกให้ใครสักคน และส่วนตัวอยากทำเพลงเร็ว มีจังหวะบีทหนักๆ ฟังแล้วรู้สึกสนุก ได้พลังงานด้านบวก จึงเป็นที่มาของ Happy Pill หรือ ยาแห่งความสุขค่ะ 

Q: ทำไมจึงตัดสินใจร่วมงานกับ UrboyTJ 

A: อยากให้ท่อนเวิร์สเป็นของแรปเปอร์สักคน หลังทำเพลงเสร็จ Urboy TJ เป็นชื่อแรกที่เข้ามาในหัว เราอาจจะชินและโตมากับเพลงของเขา แปมรู้สึกว่าเขามีสีสันในตัวเองเยอะค่ะ ไม่ใช่เท่ไปเลย และไม่ได้เฟมินีนแบบผู้หญิ๊งผู้หญิง แปมคิดว่านี่แหละคนที่จะมาเติมเต็มเพลงให้มีความน่ารัก ขี้เล่น และเท่ด้วย พอเขาส่งเดโมมาให้ โห! ใช่เลย ดีมากกก…

Q: ในอนาคตเราจะได้เห็นแปมแร็ปบ้างไหม

A: แร็ปไปเลยน่าจะยังไม่มีนะคะ (หัวเราะ) แต่จะมีเมโลดี้ที่ร้องเร็ว แปมชอบเหมือนกันนะ ต้องลองฝึกไปเรื่อยๆ 

Q: คนส่วนใหญ่อาจรู้จักคุณจากการเป็นหน้ากากโพนี่ พอมาเปิดตัวตนในนาม PAAM มีความกดดันมาก-น้อยแค่ไหน

A: มีนะคะ แปมกดดันเพราะคนจดจำเราจากภาพและแนวเพลงในแบบของหน้ากากโพนี่ ข้อดีคือเราได้แสดงศักยภาพเต็มที่ คนฟังเซอรไพรส์มาก พอมาทำเพลงเอง ความกดดันก็เริ่มมา…(นิ่งคิดครู่หนึ่ง) จะทำยังไงให้คนเข้าใจว่านี่คือตัวตนจริงๆ ของเรา ส่วนหน้ากากโพนี่คือบทบาทสมมติ ซึ่งคนยังไม่ค่อยเข้าใจ เพราะหลายคนรู้จักแปมจากจุดนั้น และเข้าใจเราว่าเป็นผู้หญิงที่ร้องเพลงเสียงมีพลัง เป็นคนน่ารัก ขี้เล่น ตลก คิ้วต์ๆ ติดภาพอะไรแบบนี้ ความกดดันคือจะทำยังไงให้คนรู้จักเราใหม่ มีความยากหลายชั้นมากค่ะ แต่แปมพยายามโฟกัสกับปัจจุบัน เพราะเคยผ่านจุดที่เครียดมากๆ มาแล้ว เข้าใจว่าบางเรื่องเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ค่ะ (ยิ้ม)

PAAM จากหน้ากากโพนี่…สู่เส้นทางศิลปินเดี่ยว,Rabbit Today

Q: เห็นสดใสแบบนี้ จริงๆ แล้วเป็นคนคิดเยอะเหมือนกันนะ

A: โห… เมื่อก่อนไม่คิดอะไรเลยค่ะ เราจึงได้เรียนรู้ว่าข้อเสียคืออะไร ทุกวันนี้คิดว่าถ้าเราทำอะไรสักอย่างต้องแน่ใจว่าสิ่งนั้นจะทำให้เรามีความสุข และจะตั้งใจทำให้ดีที่สุด คิดก่อนให้แน่ใจ จริงๆ ก็เติบโตตามประสบการณ์นะคะ

Q: ไลฟ์สไตล์ด้านอื่นของแปมที่หลายคนไม่รู้

A: ส่วนใหญ่แปมชอบอยู่กับครอบครัวค่ะ ว่างๆ ก็พาไปกินข้าว ดูหนัง แต่ที่หลายคนไม่ค่อยรู้คือแปมเป็นคนชอบดูหนังมาก ถือเป็นงานอดิเรกที่เสพติดเลยค่ะ ดูหนังเยอะมาก สิงเน็ตฟลิกซ์ได้ทั้งวัน ชอบดูซีรีส์ฝรั่ง ตามเก็บหลายๆ เรื่อง เพราะดูแล้วไม่ใช่ความสนุกอย่างเดียว แต่เราได้แรงบันดาลใจกลับมาสร้างสรรค์ผลงานด้วยค่ะ

Q: ชอบดูหนังขนาดนี้ อยากจะร้องเพลงประกอบหนังบ้างไหม

A: ถ้ามีโอกาสคงเซย์เยสเลย (หัวเราะ) แปมคงอยากร้องเพลงประกอบหนังรัก เพราะเป็นคนอินกับเพลงรัก ซึ่งไม่จำเป็นต้องแฮปปี้เสียทีเดียว เศร้าก็ได้นะ นึกถึงหนังอย่างเรื่อง Titanic หรือ Armageddon แปมรู้สึกว่าหนังมีแกนแข็งแรง และเพลงยิ่งเสริมให้หนังมีพลังเข้าไปอีก  

Q: วิธีสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองในฉบับของแปม

A: เข้าไปฟัง Ted Talk ค่ะ เราต้องหาอะไรบำบัดเยียวยาตัวเองบ้าง เพราะเป็นคนขี้นอยด์เหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่เรานอยด์ก็ต้องนอยด์แบบมีสติ ต้องรู้ว่าอะไรจะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้น ชอบดูวิดีโอสร้างแรงบันดาลใจและให้ข้อคิด เพื่อช่วยเติมพลังให้เราและเรียนรู้ว่าทุกคนย่อมผ่านอุปสรรคมาทั้งนั้น

PAAM จากหน้ากากโพนี่…สู่เส้นทางศิลปินเดี่ยว,Rabbit Today

Q: ก่อนหน้านี้คุณเคยมีผลงานละครด้วย พอมาทำงานเพลง ไม่คิดถึงงานแสดงหรือ

A: เคยเรียนแอ็กติ้งและแสดงละครมาบ้างค่ะ เมื่อก่อนไม่ชอบเลยนะ แต่พอมาลองแล้วรู้สึกเป็นงานที่มีเสน่ห์ ชอบบทที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน มีปมให้เราเล่นได้ สนุกนะคะ เหมือนเราได้เรียนรู้ชีวิตของคนๆ หนึ่ง ถ้าในอนาคตมีบทที่เรารู้สึกว่าน่าเล่นและเหมาะสมกับเรา ทำให้พัฒนาตัวเองได้ แปมเล่นแน่ๆ ค่ะ เพราะเสียดายนะ อุตส่าห์เรียนมาตั้งหลายคลาส 

อยากได้บทที่มีความซับซ้อนในตัวเอง อาจจะเป็นโรคอะไรสักอย่างก็ได้ ไบโพล่า เล่นเป็นฝาแฝด หรือคนที่มีปัญหาครอบครัว เราเป็นคนชอบตัวละครที่เขามีบาดแผล มีปม รู้สึกว่ามนุษย์ทุกคนต้องมีอยู่แล้วแหละ เราจะได้นำคาแรกเตอร์นั้นเชื่อมโยงกับตัวเองหรือเพื่อนของเรา สนุกตรงที่อยากรู้ว่าเขาจะผ่านไปได้อย่างไร แต่ทั้งนี้…ได้หมดนะคะ แค่บทไม่งงก็ได้แล้ว ติดต่อมาได้ค่ะ (หัวเราะ)

Q: ผลงานเพลงต่อไปของคุณ

A: ตอนนี้เริ่มวางแผนไว้แล้วค่ะ คิดว่าปีนี้น่าจะได้ฟังกัน อาจจะมีเพลงเฮิร์ทๆ เศร้าๆ ออกมาให้ฟังกันบ้างแน่นอน เพราะแปมชอบร้องเพลงแบบนี้ แต่ยังคงความเป็นอาร์แอนด์บี ที่มีจังหวะบีทอยู่ อาจเพิ่มลูกเล่นฟิวเจอร์ซาวนด์ ฟิวเจอร์เบสในเพลงต่อไป อยากทำเพลงที่มีความหลากหลาย ให้คนเดาทางไม่ได้นิดหนึ่ง แต่ตอนนี้ก็ยังเขินเนื้อเพลงที่ตัวเองเขียนอยู่นะ

Q: สุดท้ายนี้อยากให้คนจดจำคุณแบบไหน

A: อยากให้คนที่ได้ฟังเพลงแปมได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ กล้าคิด กล้าทำ และกลายเป็นแรงบันดาลใจของใครหลายคนได้ อยากให้เปิดใจว่านี่คือตัวตนของแปมนะคะ แปมคนใหม่ที่มี A เพิ่มมาตัวหนึ่ง (PAAM) ขอให้มีความสุขกับการฟังเพลงของแปมนะคะ (ยิ้ม)