ชีวิตและการงาน

5 ข้อดีของ ‘ความโสด’ ที่คนมีคู่…ไม่รู้หรอก

Published 26 ก.ค. 2019

By เซลีน

5 ข้อดีของ ‘ความโสด’ ที่คนมีคู่…ไม่รู้หรอก

เมื่อก่อนคำว่า ‘โสด’ ดูเหมือนจะเป็นฝันร้ายของผู้หญิงหลายๆ คน แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว สังคมยุคใหม่เริ่มที่จะเปิดโอกาสให้สาวๆ เลือก ‘ความโสด’ ได้มากขึ้น 

ไม่ว่าคุณจะโสดแบบตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่เมื่อกลายเป็น ‘คนโสด’ แล้ว คุณก็ต้องยอมรับสถานะของการเป็นคนไม่มีแฟนไปโดยปริยาย บางคนไม่มีแฟนมาน๊านนาน จนรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นหนึ่งในประชากรที่ ‘โสดเรื้อรัง’ ไปเสียแล้ว

แต่การไม่มีคนรักข้างกายไม่ได้หมายความว่าจะชีวิตจะต้องย่ำแย่เสมอไปนะ เพราะมีผลวิจัยที่ชี้ชัดว่าคนโสดน่ะมีแนวโน้มมีความสุขและมีชีวิตที่ยืนยาวกว่าคนมีคู่นะจ๊ะ ทำไมน่ะเหรอ? 

ตามมาเช็ค 5 เหตุผลดีๆ ที่รวบรวมมาจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัย Massachusetts รับรองว่าจะทำให้คนโสดหลายคนหันมายืดอกภูมิใจใสถานะความโสดของตัวเองกันอย่างแน่นอน

1. คนโสดมักเข้าสังคมเก่ง

สำหรับคนโสดทั้งหลายจะมีสกิลในการเข้าสังคมที่เก่งกาจกว่าคนที่แต่งงานแล้วหลายขุมนัก อีกทั้งยังสนิทชิดเชื้อกับเพื่อนๆ ครอบครัว และญาติพี่น้องมากกว่า รวมทั้งมีสังคมเยอะ โดยเฉพาะผู้หญิงโสดนั้นจะมีคอนเนคชั่นที่หลากหลายมากกว่าใครทั้งหมด ดังนั้นพวกเธอจึงมักถูกส่งออกไปทำงานเข้าสังคมและพบปะลูกค้า

2. คนโสดทำงานได้มีประสิทธิภาพ

ใบรับสมัครงานของหลายองค์กรมักมีช่องให้ระบุสถานะ ‘โสด’ หรือ ‘แต่งงาน’ เนื่องจากบริษัทมองว่าคนโสดสามารถทำงานได้ดีและทำได้มากกว่าคนที่แต่งงานแล้วเป็นไหนๆ โดยผู้ชายโสด อายุ 28-30 ปี ในสหรัฐฯ ทำงานได้ถึงปีละ 441 ชั่วโมง  ส่วนผู้ชายที่แต่งงานแล้ว อายุ 44-46 ปี มีชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 403 ชั่วโมง

3. คนโสดมีสุขภาพที่ดีกว่า

คนแต่งงานแล้วมีแนวโน้มที่จะอ้วนง่ายกว่าคนโสดถึง 25 เปอร์เซ็นต์ และคนแต่งงานส่วนใหญ่มักมีปัญหาสุขภาพมากกว่าคนโสด โดยเฉพาะปัญหาที่รบกวนจิตใจ ทั้งนี้คนโสดนั้นมีเวลาดูแลตัวเองและมีเวลาออกกำลังกาย ทำให้มีผลวิจัยชี้ว่าคนโสดยังเป็นกลุ่มที่นอนหลับสนิทง่ายกว่าคนมีคู่อีกด้วย 

4. คนโสดรับมือกับปัญหาการเงินได้

เมื่อไม่ได้มีภาระที่ต้องแบกรับไว้มากมาย แน่นอนว่าคนโสดจึงสามารถจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ ได้ค่อนข้างดี มีหนี้น้อยกว่า และมีโอกาสได้รับเงินเดือนสูง เนื่องจากสามารถอุทิศตนให้การทำงานได้โดยไม่ต้องพะวงหลัง นอกจากนี้ผลวิจัยยังบอกว่าคนที่แต่งงาน 1 ใน 3 มักมีปัญหาการเงินและเป็นหนี้บัตรเครดิตแบบท่วมหัวเลยล่ะ  

5. คนโสดมีเวลาเติมความสุขให้ตัวเอง

แน่นอนว่าคนโสดย่อมมีเวลาว่างมากกว่าคนที่แต่งงานแล้ว แถมยังใช้เวลาว่างนั้นในการเติมความสุขให้ตัวเองด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้สามารถพัฒนาศักยภาพตัวเองในการเรียนรู้ได้ดีกว่า โดยเฉลี่ยแล้วภายในหนึ่งวัน คนโสดจะมีเวลาส่วนตัวมากถึง 5.5 ชั่วโมงเลยทีเดียว 

สุดท้ายนี้ แม้คุณจะกลายเป็นคนโสดแบบชั่วคราวหรือโสดแบบเรื้อรังไปแล้ว แต่อย่างน้อยจงจำไว้ว่า “เฮ้ย! มันโอเคนะที่จะเป็นโสด” เพราะคุณสามารถหาความสุขได้จากสิ่งง่ายๆ รอบตัว…เริ่มต้นจากการเห็นคุณค่าและสร้างความสุขให้ตัวเองก่อนนี่แหละ



Advertising