ชีวิตและการงาน

จะทำยังไงดี เมื่อมีแฟนต่างศาสนา! เวิร์คมั้ยถ้าไปต่อ?

Published 26 ก.ย. 2019

By เพชรดาวโพนี่

จะทำยังไงดี เมื่อมีแฟนต่างศาสนา

ประเด็นการ ‘มีแฟนต่างศาสนา’ หรือ การ ‘คบหากันกับคนต่างศาสนา’ หากมองเผินๆ แล้ว อาจจะไม่มีอะไร แต่จริงๆ แล้วมันคือปัญหาที่ค่อนข้างหนักอึ้ง และมันไม่ใช่ปัญหาแค่คนสองคนแล้วถ้าหากในวันหนึ่งมันถึงจุดที่ต้องมาถึงการแต่งงาน และหากแฟนของเราเขาไม่ยอมเปลี่ยนศาสนาแล้วเราจะอยู่กินกันยังไงดี (?) บทความนี้เราอยากจะนำเสนอให้หลายๆ คนในอีกมุมหนึ่งของคนที่มีแฟนต่างศาสนาค่ะ

แน่นอนแหละว่า ทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี แต่ด้วยหลักปฏิบัติ การดำเนินชีวิต อาจมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ส่วนความรักก็แน่นอนล่ะ ว่าเป็นสิ่งสวยงาม และมีรายละเอียดมากมายด้วยเหมือนกัน ความเข้าใจ การเปิดใจ และความชัดเจน จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการอยู่ร่วมกัน 

และนี่คือข้อแนะนำในการเริ่มต้นความสัมพันธ์ในความแตกต่างนี้ จะมีอะไรบ้างไปดูกัน!

1. ควรคุยกันตั้งแต่เนิ่นๆ 

หากเราคบกับใครสักคนที่ต่างศาสนา และคิดว่ายังไงก็แล้วแต่ คนนี้แหละ คือพ่อของลูก หรือ คนนี้แหละ คือแม่ของลูกเรา! เราควรเปิดใจและพูดคุยกันตรงๆ ว่าถ้าหากวันหนึ่งเราจะแต่งงานกันขึ้นมาจริงๆ อีกฝ่ายจะสามารถทำตามหลักศาสนาและสามารถมานับถือศาสนาเดียวกับเราได้มั้ย? หากเขาตอบว่าไม่ มีสองหนทางก็คือ 1. ปล่อยเขาไป ใช่ค่ะ เราต้องปล่อยเขาไปจริงๆ ถ้าคิดแล้วว่ายังไงก็ไปไม่รอด และทางที่ 2. ลองเปิดใจและอธิบายเขาอีกสักครั้ง เผื่อว่าเขาจะเปลี่ยนใจ 

ในกรณีที่คู่รักต่างศาสนาแต่งงานกัน และไม่เปลี่ยนศาสนา ต่างคนต่างนับถือศาสนาเดิม ก็ยังมีอยู่ในปัจจุบัน แต่การใช้ชีวิตคู่โดยหากอยู่กับครอบครัวของอีกฝ่ายด้วยแล้ว แน่นอนว่ามันต้องมีปัญหาเกิดขึ้นบ้างเป็นธรรมดา อยู่ที่ว่าแต่ละคู่รักจะมีการคุยกันแบบไหน ตกลงกันแบบไหนก็เป็นเรื่องภายในครอบครัว และจะรับได้ไหม

หากเปิดใจคุยกันแล้วเขาโอเค ก็ค่อยๆ ให้เขาเรียนรู้กันไป แต่หากสุดท้ายแล้วเมื่อคุยกันแล้วรู้สึกว่าแย่กว่าเดิม ค่อยๆ ถอยออกมา แล้วก้าวต่อไป สู้ต่อไป (กอดแน่นๆ เลยนะ)

2. ค่อยๆ ให้เขาเรียนรู้วัฒนธรรมทางศาสนา

สำหรับใครที่คบหาดูใจกับคนต่างศาสนาแล้วละก็ เราอยากให้ลองพาเขาไปในสถานที่ หรือที่ๆ มีกิจกรรมทางศาสนานั้นๆ ของคุณ เรียกง่ายๆ ก็คือ อยากให้ได้ลองพาเขาไปซึมซับบรรยากาศ และวัฒนธรรม พิธีการในศาสนาของคุณดู แต่ของแบบนี้ ก็ต้องใช้เวลากันสักหน่อยเนอะ มันก็เหมือนกับต่างคนต่างที่มา ถูกเลี้ยงกันมาคนละแบบ อาจจะต้องใช้เวลาในการซึมซับ บางครั้งการได้เข้าไปสัผัส ได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง เป็นการเปิดใจที่ดีกว่าการบังคับใจกันเป็นไหนๆ ว่ามั้ยล่ะ

3. ทำความเข้าใจในแต่ละศาสนาก่อน

ก่อนอื่นอยากให้ทุกๆ คนทำความเข้าใจ และศึกษาอย่างจริงจังในแต่ละศาสนาก่อน ว่าแต่ละศาสนาก็จะมีการนับถือ การบูชา หรือกฏ ระเบียบที่แตกต่างกันไป จะมีอยู่สิ่งหนึ่งที่ทุกศาสนาสอน ก็คือทุกศาสนาจะสอนให้เป็นคนดี แต่ถ้าพูดเรื่องของศาสนา มันก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก มากจริงๆ เรื่องแบบนี้อยู่ที่ตัวบุคคล และอยู่ที่ครอบครัวของอีกฝ่ายด้วย

ถ้าพูดถึงเรื่องความเชื่อของแต่ละศาสนา พอต่างศาสนามาเจอกันก็อาจจะมีปัญหาเข้ามาทำให้ลำบากใจบ้าง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องของคน 2 คนที่ต้องค่อยๆ ปรับไป ต้องเข้าใจในกันและกัน

4. คิดการณ์ไกล 

อยากให้ทุกๆ คนลองพิจารณาและมองการณ์ไกลให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงานกันจริงๆ หากแต่งงานไปแล้วเปลี่ยนศาสนาแล้ว เราจะสามารถทำหน้าที่ในอีกบทบาทใหม่ในชีวิตของเราได้ดีมากน้อยแค่ไหน? หรือจะแต่งเพียงเพื่อเป็นพิธีเฉยๆ อย่าลืมคำนึงถึงตรงนี้ หากจะแต่งงานกับใครสักคนและต้องเปลี่ยนศาสนาแล้ว เราอยากให้คุณเชื่อมั่น และต้องการที่จะเปลี่ยนเป็นศาสนานี้ด้วยใจของคุณจริงๆ ไม่ใช่เพียงเพราะต้องเปลี่ยนศาสนาตามคนรักของคุณ 

เพราะไม่งั้น ปัญหาจะตามมาทีหลังแน่นอน!

5. ให้ผู้ใหญ่คุยกัน

ถ้าแน่นอนแล้วว่าจะแต่งกับคนๆ นี้ หรือมีแพลนที่จะแต่งงานกันจริงๆ แน่นอนว่าการแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องของคน 2 คนแล้วค่ะ แต่จะต้องเป็นเรื่องของทั้ง 2 ครอบครัวที่จะจูนเข้าหากัน โดยบางครอบครัวก็จะให้อีกฝ่ายย้ายเข้ามาศาสนาของตนเอง บางครอบครัวก็อาจจะไม่ฟิกซ์ว่าจะศาสนาอะไร และบางครอบครัวถ้าแต่งงานกับคนละศาสนาก็จะขอจัดพิธีการแต่งงานทั้ง 2 ศาสนาเลย อย่างที่บอกค่ะว่าการแต่งงานไม่ใช่เรื่องของคน 2 คนแล้วนะ เราต้องให้ผู้ใหญ่เขาพูดคุยกัน และตกลงกันอีกที 

ทุกวันนี้เชื่อว่ายังมีอีกหลายๆ คนที่คบกับคนต่างศาสนา และตอนนี้ยังมองไม่เห็นหนทางในอนาคตที่จะได้อยู่ร่วมกัน ใช้ชีวิตด้วยกัน เนื่องด้วยเหตุผลหลักๆ คือทางบ้านของอีกฝ่ายและทางบ้านของเราเองด้วย อยากจะบอกว่าเข้าใจทุกคน และเข้าใจความรู้สึกของทุกคนดีค่ะว่าปัญหามันหนักอึ้งขนาดไหน แต่ถ้าเรารักใครสักคนแต่มีปัญหามากๆ มีแต่จะทำให้เครียด เราก็อาจจะต้องจำใจตัดมันออกไป 

ประโยคนี้จริงๆ แล้วอาจไม่ได้สื่อถึงเพียงแค่เรื่องนี้นะคะ แต่เราควรใช้ประโยคนี้เพื่อมองกับทุกๆ เรื่องในชีวิต หากเราอยากจะมีอนาคตร่วมกับใครสักคน แต่มีความต่างอย่างชัดเจน แน่นอนว่ามันต้องมีปัญหาเกิดขึ้น ไม่ว่าใครที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้และคิดว่าถึงเวลาแล้วจริงๆ แหละที่จะต้องพูดคุยเปิดอกเรื่องนี้กัน การพูดคุยกันตรงๆ คือวิธีแก้ที่ดีที่สุดค่ะ ขอให้ทุกๆ คนโชคดีและมีความสุขกับทางที่ตัวเองเลือกนะคะ ทุกศาสนาสอนให้ทุกๆ คนเป็นคนดี หากเรากันจริง มั่นใจแล้วว่าจะอยู่กับคนนี้ ขอให้คุณจับมือก้าวข้ามปัญหานี้ไปได้ด้วยดีค่ะ เอาใจช่วยทุกความรักนะคะ



Advertising