ชีวิตและการงาน

หญิงสาวผู้หลงใหลการจัดระเบียบ

Published 7 ส.ค. 2019

By Boom JapanSalaryman

หญิงสาวผู้หลงใหลการจัดระเบียบ

คอนมารี ผู้หญิงคนนี้คือผู้หญิงญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับเลือกเป็น ‘100 ผู้มีอิทธิพลของโลก’ จัดอันดับโดยนิตยสาร TIME หญิงสาวญี่ปุ่นผู้สอนศาสตร์แห่งการจัดระเบียบไปทั่วโลก เขียนโดย Boom JapanSalaryman

จากสาวออฟฟิศธรรมดาๆ เมื่อ 5 ปีก่อน สู่ผู้หญิงผู้ทรงอิทธิพลร้อยคนของโลก ‘ชีวิตไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด แต่ต้องกล้าฝันและลงมือทำ’

โดยปกติแล้ว ถ้าในประเทศญี่ปุ่นเอง คนที่ได้รับเลือกเป็นผู้ทรงอิทธิพลของโลกจาก TIME แต่ก่อนมีแต่คนสำคัญของประเทศ เช่น คุณ Shinzo Abe นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น คุณ Miyazaki Hayao ผู้ก่อตั้งและเจ้าของสตูดิโอจิบลิ การ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังที่สร้างความฝันให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จนดังไปทั่วโลก 

สำหรับฝรั่งและคนประเทศอื่นๆ ที่ได้รับเลือกก็มี เช่น บารัก โอบาม่า ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา สตีฟ จอบส์ ผู้เปลี่ยนวงการไอทีด้วยไอโฟน ทุกคนที่ได้รับการคัดเลือกเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกทั้งนั้น

แล้วทำไมสาวน้อยหน้าตาน่ารักอย่างเธอ ถึงได้รับเลือกเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลของโลก

คุณสงสัยมั้ยครับ? 

หน้าปกนิตยสาร TIME  100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลของโลกปี 2015,Rabbit Today

Kondo Marie (คอนโดะ มาริเอะ),Rabbit Today

ขอบคุณภาพประกอบจาก time.com

กว่าจะมาถึงจุดนี้ เรื่องราวชีวิตของเธอค่อนข้างน่าสนใจ ค่อยๆ ติดตามกันไปนะครับ 

คีย์เวิร์ดของความสำเร็จของเธอคือ ‘หลงรักจับใจในศาสตร์ของการจัดระเบียบ และมีความสุขทุกครั้งที่ได้ลงมือทำ’ Kondo Marie (คอนโดะ มาริเอะ) 

ต่อไปนี้ผมจะเรียกเธอว่า คอนมาริ ตามคำเรียกที่คนทั่วไปใช้เรียกเธอ

เริ่มสนใจเรื่องการจัดระเบียบ ตั้งแต่วัยอนุบาล ตอนที่เธอยังมีอายุเพียง 5 ขวบ เธอรู้สึกตื่นเต้น 

และเฝ้ารอที่จะอ่านนิตยสารเล่มหนึ่งที่จะถูกส่งมาที่บ้านในทุกๆ สัปดาห์ แล้วคอลัมน์ที่เธอเปิดอ่านเป็นประจำคือคอลัมน์ ‘วิธีจัดระเบียบบ้าน’ แม้ตอนนั้นเธอยังอ่านตัวอักษรใดๆ ไม่ออกก็ตาม

เธอได้ค้นคว้าเกี่ยวกับการจัดระเบียบบ้านอย่างจริงจังอีกครั้ง หลังจากได้เจอหนังสือเล่มหนึ่งที่วางขายในตลาดชื่อว่า ‘เทคนิคแห่งการทิ้ง 捨てる技術’ ตอนเธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น

หนังสือเล่มนี้ได้จุดประกายความหลงใหลในเรื่องการจัดระเบียบบ้านในตัวเธออีกครั้ง ตั้งแต่นั้นมาเธอเริ่มกว้านหาหนังสือและค้นคว้าทุกแหล่งความรู้เรื่องการจัดระเบียบที่มีในญี่ปุ่นทั้งหมด ไม่มีหนังสือเล่มไหนพ้นสายตาเธอไปได้ 

และที่สำคัญไปยิ่งกว่านั้นคือ…ทุกวันเธอลงมือปฏิบัติจริงๆ จังๆ กับการจัดระเบียบ

เริ่มจากห้องของเธอเอง ตามด้วยห้องพี่ชาย ห้องน้องสาว ห้องต่างๆ ในบ้าน เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องของเพื่อนสนิท ห้องเรียนที่โรงเรียน ทุกลมหายใจของเธอคือความสุขจากการได้จัดระเบียบสิ่งรอบตัว

ตอนแรกเธอก็ไล่ทิ้งสิ่งของที่ไม่จำเป็น ทั้งของตัวเองและของครอบครัวไปหมด ทิ้งทุกอย่างที่ขวางหน้า รวมถึงของของคนอื่นด้วย จนพ่อแม่ต้องออกคำสั่งห้าม ‘ไม่ให้จัดระเบียบบ้าน’ อีก

จนวันนึงก็คิดได้ว่าพื้นฐานของการจัดระเบียบที่ดี ‘ไม่ใช่การทิ้ง แต่ให้พิจารณาเลือกสิ่งของที่เราอยากเก็บให้อยู่กับเราต่อไป อันไหนที่ไม่ได้ใช้ค่อยทิ้ง’

ตอนที่เธออยู่ ม.ปลาย เธอก็มีโอกาสได้ทำงานพิเศษเป็น ‘มิโกะ’ หรือสาวผู้ทำงานเป็นสื่อกลางให้พระเจ้าที่ศาลเจ้าในประเทศญี่ปุ่น การเป็นมิโกะทำให้เธอก็ได้เรียนรู้ศาสตร์แห่งการขอบคุณต่อสิ่งของ เพราะสิ่งของที่คนเอามาไหว้นั้นเราจะมองว่าเขามีชีวิต คอนมาริก็เลยนำความรู้สึก ‘ปรารถนาดีและขอบคุณต่อสิ่งของ’ นี้ มาใช้ในการจัดระเบียบบ้านด้วย 

นั่นทำให้เราสามารถทิ้งสิ่งของได้ง่ายขึ้น เพราะเราสามารถลาขาดจากสิ่งของนั้นๆ ได้ ด้วยการรู้คุณค่าของมัน และกล่าวขอบคุณที่ของชิ้นนั้นสร้างประโยชน์ให้เรามา

คอนมารี และศาสตร์แห่งการขอบคุณต่อสิ่งของ,Rabbit Today

ขอบคุณภาพประกอบจาก www.bustle.com

เธอเริ่มเป็นที่ปรึกษาในเรื่องการจัดระเบียบตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย และก็เขียนวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เรียกว่า หลงใหลจับใจ อย่างที่ตัวเธอเองบอกกับคนหลายๆ คนว่า จะเรียกเธอว่า ‘ผู้คลั่งไคล้การจัดระเบียบ’ ก็ได้

เมื่อจบมหาวิทยาลัย เธอได้เข้าทำงานในบริษัทจัดจ้างหางาน ระหว่างทำงานเธอก็ได้มีโอกาสจัดระเบียบโต๊ะทำงานให้ลูกค้า โดยเธอเสนอทำให้ฟรี เพราะใจรัก จนกลายเป็นที่เลื่องลือในหมู่ลูกค้า สุดท้ายเธอตัดสินใจลาออกจากสาวออฟฟิศมาเป็นที่ปรึกษาการจัดระเบียบบ้าน เพื่อที่จะได้ทำงานที่รักอย่างเต็มตัว 

ช่วงแรกๆ ที่ลาออกมาจากบริษัท เธอพยายามเปิดคอร์สสอนจัดระเบียบบ้าน แทบไม่มีคนสนใจศาสตร์แห่งการจัดระเบียบเลยครับ 

...คอร์สแรกที่เปิดสอนมีคนเข้าเรียนเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น แต่สิ่งที่เปลี่ยนเธอไปตลอดกาลคือ คำๆ หนึ่งที่เธอนึกได้ระหว่างที่ให้คำปรึกษากับลูกค้าอยู่ คือคำว่า ‘Tokimeku’ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Spark Joy คำนี้ใช้เพื่อพิจารณาว่าของสิ่งนั้นๆทำให้เรามีความสุขหรือประทับใจอยู่หรือไม่

นี่คือคำที่สร้างทัศนคติบวกเกี่ยวกับการจัดระเบียบสิ่งของ เปลี่ยนความคิดเดิมๆ ว่า ‘จะทิ้งอะไรดี’ เป็น ‘อยากอยู่กับของชิ้นไหนไปตลอด’

แล้วคำนี้ก็ได้ผลครับ 

คอนมาริเริ่มเขียนหนังสือซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากคำแนะนำของลูกค้า ว่าอยากอ่านเทคนิคการจัดระเบียบของคอนมารีในรูปแบบหนังสือ แล้วหนังสือเล่มนั้นก็กลายเป็นหนังสือ Bestseller ขายได้ถล่มทลายเป็นประวัติการณ์ เพราะวิธีคิด และ Howto เรื่องการจัดระเบียบของเธอ ที่สามารถเอาหลักในหนังสือไปใช้ได้ทันที เห็นผลจริง 

คอนมารี และศาสตร์แห่งการขอบคุณต่อสิ่งของ,Rabbit Today

ด้วยความร่วมมือและคำแนะนำของสำนักพิมพ์ หนังสือของเธอได้กลายเป็นเครื่องมือติดบ้านของทุกครอบครัว 

หนังสือของเธอได้รับการแนะนำออกรายการทีวี ฮิตขนาดขายได้เป็นแสนเล่มภายใน 1 เดือน ได้รับการแปลและพิมพ์ขายหลายประเทศทั่วโลก เช่น ไต้หวัน เกาหลี จีน เยอรมนี ฯลฯ

...ติดอันดับต้นๆ Bestseller ของแต่ละประเทศ 

...จนเธอได้รับเลือกให้ตีพิมพ์ที่สหรัฐอเมริกาเป็นเล่มแรกของหนังสือในหมวด How-to สำหรับชีวิตประจำวัน

...หนังสือพิมพ์ The New York Times เอาไปเขียนเป็นข่าวใหญ่โตจนฮิตไปทั่วประเทศ ขายได้ถึง 780,000 เล่มด้วยเวลาครึ่งปีในสหรัฐอเมริกา 

...สำนักงานข่าว AP ลงข่าวไปทั่วโลก 

...หนังสือของเธอได้เปลี่ยนพฤติกรรมการจัดระเบียบบ้านของคนเป็นจำนวนมาก จนคนยกย่องว่าเธอคือผู้มีอิทธิพลต่อชีวิตของพวกเขาคนหนึ่ง

แม้กระทั่ง Netflix ยังได้เชิญเธอมาร่วมสร้างซีรีส์ผลงานผลิตของ NETFLIX ชื่อว่า ‘จัดบ้านเปลี่ยนชีวิตกับมาริเอะ คนโด (TIDYING UP WITH MARIE KONDO)’ เลยครับ สิ่งที่เธอทำถูกเอาไปเผยแพร่ในทุกๆ สื่อ จริงๆ 

ผลงานผลิตของ NETFLIX “จัดบ้านเปลี่ยนชีวิต กับมาริเอะ คนโด (Tidying up with MARIE KONDO),Rabbit Today

ขอบคุณภาพประกอบจาก www.netflix.com

ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ระหว่างที่ได้ศึกษาประวัติของเธอผ่านรายการโทรทัศน์ของประเทศญี่ปุ่น ผมน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ผมเรียบเรียงบทความเรื่องนี้ผมได้สัมผัสถึงความพยายามของผู้หญิงคนหนึ่งที่หลงใหลคลั่งไคล้ในสิ่งที่ทำอยู่ และพยายามกระจายความรู้ที่เธอมี ไปให้ถึงคนจำนวนมากที่สุดเท่าที่ทำได้ 

ขนาดตอนเธอได้รับเชิญให้ไปบรรยายที่บริษัท Google ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงเริ่มต้นเธอยังพยายามใช้ภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับคนฟังเลย  เรียกได้ว่า จากใจถึงใจ 

ภาพบรรยากาศการบรรยายของมาริเอะ คนโด ที่บริษัท Google,Rabbit Today

ขอบคุณภาพประกอบจาก www.youtube.com

ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้คุณอาจจะรู้สึกว่า ‘ความหลงใหล’ ในสิ่งที่รัก และ ‘การลงมืออย่างเอาจริงเอาจัง’ อาจจะเป็นหนทางแห่งความสำเร็จในอนาคต

ผมอยากจะบอกว่า ‘ใช่ครับ’ คอนมารีน่าจะเป็นบุคคลตัวอย่างที่ผมอยากให้คุณผู้อ่านทุกท่านนึกถึงทุกครั้ง ไม่ว่าคุณจะทำอะไรอยู่ก็ตาม ถ้าคุณหลงใหลมันจริงๆ และลงมือทำอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น ผมเชื่อว่า สักวันมันจะเป็นวันของคุณบ้าง   

อาจจะไม่สำเร็จได้ยิ่งใหญ่เท่าคอนมารี แต่ผมเชื่อว่า มันจะทำให้คุณมีความสุข และภูมิใจในตัวคุณเองอย่างแน่นอน



Advertising