กินดื่ม

3 Michelin Star "Guy Savoy" in Paris

Published 31 ก.ค. 2018

By อติญาณี มัธยมจันทร์

MAIN_920x470

3 Michelin Star

Guy Savoy in Paris

3 Michelin Star "Guy Savoy" in Paris,Tasty,Rabbit Today

 มาปารีสหนนี้…ในที่สุดก็ได้มานั่งกินที่ร้าน 3 ดาวมิชลิน ก่อนหน้านี้เคยโทร. จองมา 2-3 รอบ แต่ไม่สำเร็จสักหน เพิ่งสำเร็จก็เที่ยวนี้ เพราะหัดจองล่วงหน้าเหมือนคนอื่นเขา 

โดยประมาณน่าจะใช้เวลาจองสัก 1 เดือนล่วงหน้า ซึ่งนับว่าไม่มาก เพราะร้านมิชลินบางแห่งต้องจองล่วงหน้ากันเป็นหลายๆ เดือน

เหตุที่ฉันต้องไปให้ได้ ขอเท้าความไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เคยไปงานที่ฝรั่งเศส ได้นั่งร่วมโต๊ะกับ Food Critic ท่านหนึ่ง ท่าทางจะรู้เยอะ เธอแนะนำร้านอาหารดีๆ น่าไปชิมที่ปารีสให้หลายร้าน แต่พอถามถึง 3 ดาวมิชลิน กลับไม่ค่อยอยากตอบ คงไม่ใช่สไตล์ แต่ครั้นรุกหนักเข้า เธอเลยให้ชื่อมา 2 ร้าน 

ร้านแรกคือ เชฟปัสกาล บาร์โบต์  (Pascal Barbot) แห่ง ลัสทรองส์ (L’Astrance) เธอว่าเชฟหนุ่ม (คือถือว่ายังค่อนข้างเด็ก เมื่อเทียบกับเชฟ 3 ดาวเก๋ากึ้กของปารีสหลายคน) คนนี้เป็นที่รักของชาวปารีเซียง เพราะเป็นเชฟที่ซีเรียส จริงจัง จะอยู่ในครัวดูแลงานด้วยตัวเองตลอดเวลา 

ซึ่งคงจริง เพราะตอนไปเยือนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แขกที่มากินมีแต่คนฝรั่งเศสทั้งนั้น ผิดกับเชฟ 3 ดาว หลายคนที่แขกเป็นคนต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ หน้าตาเป็นเอเชียบ้านเรา หรือไม่ก็ตะวันออกกลาง  

ส่วนร้านที่ 2 คือ กี ซาวัว ปารีส (Guy Savoy Paris) โดยเชฟ Guy Savoy คนนี้นี่แหละค่ะ  เสียดายจำไม่ได้ว่าเธอให้เหตุผลว่าอย่างไร แต่ขนาดจำไม่ได้ ยังตามจองจนได้กินในที่สุด 

มื้อนี้ชักชวนกันไปกับเพื่อนชาวฮ่องกง เธอเป็น Food Blogger และ ‘French’ Blogger  ใช้คำว่า ‘French’ เพราะเธอเลิฟทุกอย่างที่เป็นฝรั่งเศส เลยไปกันได้ ที่รู้จักกันก็เพราะไปเจอกันในงานไวน์ที่เบอร์กันดี แหล่งไวน์เลื่องชื่อของฝรั่งเศส เมื่อถูกใจกันและโอกาสมีมา จึงนัดแนะกันไปกินและชิมไวน์ต่อ 

เข้าเรื่องอาหารกลางวันมื้อ ‘ใหญ่’ ด้วยแชมเปญ สั่งมาจิบเป็น Apéritif  ผู้รู้เขาบอกว่าความเปรี้ยวหรือ Acidity ของแชมเปญจะช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดี  จึงมักเสิร์ฟให้จิบก่อนอาหาร โดยปกติร้านหรู ร้านดัง 3 ดาวในฝรั่งเศสมักนำเสนอแชมเปญเป็น Aperitif  และจะมี 3 ตัวให้เลือกตามความชอบของแต่ละคน  

ของวันนี้ตัวอื่นจำไม่ได้ แต่ตัวที่เลือกมาเป็นระดับ Grand Cru พะยี่ห้อ Guy Savoy คือเป็นเชมเปญที่ Guy Savoy สั่งทำโดยเฉพาะ ประมาณว่า Exclusive หากินที่ไหนไม่ได้ นอกจากที่ห้องอาหารของเชฟ  มาถึงแล้ว ก็ลองแชมแปญเขาละกัน จะได้ไม่เสียเที่ยว

ด้านอาหาร สั่งเป็นเมนูเซตลันช์  ภาพรวมประกอบด้วย อาหารจานแรก เมนคอร์ส และของหวาน ชิลล์ๆ แบบ 3 จานจบ  แต่ขอโทษทีเถอะ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น  ขึ้นชื่อว่า 3 ดาวมิชลินย่อมไม่ธรรมดา 

มื้อนี้ใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่ยาวนานมาก (วงเล็บนิดหนึ่งว่า ฉันเคยกินมื้อกลางวัน 5 ชั่วโมงมาแล้ว)

ชื่นชมว่าแม้จะเป็นเซตเมนู แต่ร้านใจกว้าง ทุกจานให้เลือกได้ตามใจชอบจากเมนู a la carte  อยากกินอะไรสั่งไปเลย  

การเสิร์ฟหรูหราสมราคา French Gastronomy ที่มีแบบแผนเฉพาะตัว ก่อนจานแรก  มีอาหารเรียกน้ำย่อยที่เรียกกันว่า อะมุสบุช  (Amuse Bouche) เสิร์ฟมาพร้อมๆ กัน 2 รายการ  อันหนึ่งใส่จานมาวางตรงหน้า อีกจานเป็น Paté เสิร์ฟมาในถาดให้ใช้ส้อมจิ้ม ขนาดย่อมๆ กินแบบคำสองคำ เป็นการเรียกน้ำย่อยและให้ชิมลางแนวทางการครัวของเชฟไปในตัว

 

3 Michelin Star "Guy Savoy" in Paris,Tasty,Rabbit Today

  ยังไม่จบ ตามมาอีกจาน ยังคงเป็นอีกหนึ่งอะมุสบุช  โดยเป็นแอสปารากัสหรือหน่อไม้ฝรั่งชนิดเขียว วางมาบนครีม เสิร์ฟมาแบบรมควัน  เปิดฝาครอบมาควันคลุ้งกระจาย ต่อเมื่อควันจางจึงเห็นว่าที่อยู่ในถ้วยคือแอสปารากัส  ทั้ง 3 จานที่ว่านี้ไม่ได้อยู่ในเมนู

 

3 Michelin Star "Guy Savoy" in Paris,Tasty,Rabbit Today

จากนั้นจึงเข้าอาหารจานแรก เลือกซุปอาร์ติโชกับเห็ดทรัฟเฟิล (Soupe d’artichaut a la truffe noire) เสิร์ฟพร้อมขนมปังปิ้งปาดหน้าด้วยมูสเห็ดและทรัฟเฟิล เป็นช่วงที่อากาศยังหนาวมากๆ  กินแล้วให้ความอบอุ่นจับใจ

 

3 Michelin Star "Guy Savoy" in Paris,Tasty,Rabbit Today

ส่วนเมนคอร์สเลือกเมนูไก่จากเมืองเบรส (Volaille de Bresse)  เป็นไก่รสชาติเลิศล้ำ เลื่องชื่อไปทั่วโลก เชฟดังๆ จึงเลือกใช้ เพราะเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ แค่ได้ยินชื่อเมนูก็ผ่านแล้ว  ไก่พันธุ์นี้ฝรั่งเศสห้ามนำออกไปเลี้ยงนอกประเทศ แต่ส่งออกได้  มีวิธีการเลี้ยงและเทคนิคการให้อาหารแบบพิเศษ คุณภาพจึงคับแก้ว 

 

3 Michelin Star "Guy Savoy" in Paris,Tasty,Rabbit Today

ก่อนของหวานมีเชอร์เบตล้างปาก หน้าตาจุ๋มจิ๋ม ส่วนของหวานเลือกมิลเฟยย์ (Millefeuille)  ขนมสูตรดั้งเดิมของฝรั่งเศส ทำเป็นชั้นๆ แต่จานนี้ทำเป็นทรงสูง แปลกตา  อร่อยล้ำกับไอศกรีมวานิลลา

 

3 Michelin Star "Guy Savoy" in Paris,Tasty,Rabbit Today

ที่เลิศหรูเคียงคู่กับของหวานคือพนักงานยังเข็นรถเต็มไปด้วยไอศกรีม และบิสคิตมาถามว่าอยากได้อะไรเพิ่มอีก แม้จะกินไม่ไหวแล้ว ยังขอสั่งไอศกรีมมาชิมเพิ่มอีก 2 รส  จากนั้นจึงตามด้วย Petit Fours ขนมขนาดพอคำ เสิร์ฟปิดท้ายพร้อมชาหรือกาแฟ  

แถมท้ายนิดหนึ่งว่า ร้านนี้ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของ Monnaie de Paris หรือ โรงกษาปณ์รัฐบาลฝรั่งเศส ห้องอาหารขนาดประมาณ 50 ที่นั่ง แบ่งเป็นห้องขนาดย่อมประมาณ 5 ห้อง มีประตูเปิดติดต่อกัน 

หากจองล่วงหน้าและ Request คงได้นั่งโต๊ะติดหน้าต่าง  มองออกไปเห็นวิวสวยงามของแม่น้ำ Seine 



Advertising