เทคโนโลยี

รู้จักเครื่องวัด PM 2.5

Published 13 ก.พ. 2019

By นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา

Air-Particle-Counters-tech-toys-Rabbit-Today-banner

มนุษย์ไม่สามารถมองเห็น PM 2.5 ด้วยตาเปล่า หมอกควันที่เราเห็นกันนั้นคือ PM 10 แต่ทั้ง PM 2.5 และ PM 10 มักจะมาคู่กัน ทางเดียวที่เราจะรู้ว่า PM 2.5 มีมาก-น้อยเท่าใดนั้นต้องใช้เครื่องมือวัด

หากเป็นระดับประเทศ เครื่องมือวัด PM 2.5 ก็จะเป็นระดับ Regulatory ซึ่งมีมาตรฐานสอดคล้องกับองค์การอนามัยโลก เช่น Met One Instruments, Thermo Fisher Scientific และ Echotech ราคาเครื่องละนับล้านบาท

ประเทศจีนติดตั้งเครื่องวัด PM 2.5 ประมาณ 1,500 สถานีทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2015 ใช้งบประมาณเริ่มต้น 2,000 ล้านหยวน และเพิ่มอีกปีละ 100 ล้านหยวน ขณะที่ประเทศไทยเพิ่งอยู่ในระยะเริ่มต้น ทดลองติดตั้งก่อนเพียงแค่ 3 สถานี ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันก็กำลังทยอยติดตั้งทั่วประเทศเช่นเดียวกัน

สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถหาซื้อเครื่องวัด PM 2.5 ทั้งแบบสถานีส่วนตัวและแบบพกพามาใช้งานได้ มีให้เลือกมากมายหลายค่าย หลายยี่ห้อ ระดับดีหน่อยก็เช่น Honeywell และ Siemens หรือไม่ก็ยี่ห้อของจีนซึ่งมีมากมาย ราคาไม่แพง สามารถวัดได้ทั้ง PM 2.5, PM 10, TVOC, CO2, HCHO, อุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์ เชื่อมต่อเข้า App บนมือถือได้ Upload ขึ้นสู่ Cloud ได้เช่นกัน เพียงแต่ User Interface ส่วนใหญ่มักจะเป็นภาษาจีน

รู้จักเครื่องวัด PM 2.5,เทคโนโลยี,Rabbit Today

นอกจากนี้ หากใครสนใจเครื่องวัด PM 2.5 ระดับโปรในราคาไม่แพงนัก ก็สามารถเลือกหาซื้อได้เช่นกัน เช่น GAIA Earth Sensing Labs ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ World Air Quality Index หรือ WAQI 

WAQI เป็นโครงการที่เริ่มต้นขึ้นในกรุงปักกิ่งเมื่อหลายปีก่อน ขณะที่รัฐบาลจีนในอดีตยังเพิกเฉยต่อปัญหา PM 2.5 วิศวกรจีนจึงอาสากันพัฒนาเครื่องมือวัด PM 2.5 ร่วมกับประชาชนทำการติดตั้งสถานีเครือข่ายวัด PM 2.5 กันเอง แต่ปัจจุบัน WAQI ได้ขยายใหญ่โตไปทั่วโลกถึง 10,000 สถานี ใน 1,000 เมือง ใน 80 ประเทศทั่วโลก ดำเนินการโดยอาสาสมัครภาคประชาชนจากทุกประเทศที่เข้าร่วมกัน

ใครที่เคยเข้าไปดูค่า AQI จากเว็บไซต์ aqicn.org นั่นก็คือโครงการ WAQI

หากใครสนใจเข้าร่วมก็สามารถสั่งซื้อเครื่องวัด PM 2.5 ระดับโปรสำหรับ Outdoor ติดตั้งที่บริเวณบ้านของตัวเองแล้วส่งข้อมูลอัตโนมัติเข้าสู่ WAQI เพียงเท่านี้ก็จะมีส่วนช่วยติดตามปัญหา PM 2.5 ให้กับประชาคมโลกอีกด้วย นอกเหนือไปจากที่เราจะรู้คุณภาพอากาศรอบบ้านตัวเอง 

รู้จักเครื่องวัด PM 2.5,เทคโนโลยี,Rabbit Today

GAIA มีเครื่องหลายรุ่น ราคาตั้งแต่ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งหมดเป็น IoT-Real Time Monitoring เชื่อมต่อผ่านทั้ง WiFi และ GSM Network แล้ว Upload Data ขึ้นสู่ Cloud

แต่หากใครสนใจและมีความรู้พื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์-อิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งภาษา C ก็สามารถสร้างเครื่องมือวัด PM 2.5 และ PM 10 เพื่อใช้งานเองได้ไม่ยาก ตั้งแต่ระดับทั่วไปก็เพียงแค่ใช้ Arduino หรือ Raspberry PI เชื่อมต่อกับ Dust Particle Sensor ซึ่งมีให้เลือกมากมาย เช่น สำหรับที่ใช้กันเพื่อทำการทดลองก็คือ Sharp GP2Y1010AU0F แต่ Sensor ตัวนี้ก็มีปัญหาบ้าง เรื่อง Calibration และความแม่นยำ

หากใครต้องการทำเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นอีกนิดก็อาจใช้ Sensor ตัวอื่น เช่น Innovafit SDS 011 หรือ Platower PMS 7003 ซึ่งทั้งคู่ใช้งานได้ดี อีกทั้งยังมีพัดลมในตัวอีกด้วย จึงทำให้ค่าที่วัดได้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น  

นอกจากนี้เมื่อสร้างเครื่องมือวัดเองแล้วก็อาจเพิ่ม Sensor ตัวเล็กๆ เช่น MQ309A และ Bosh BME280 เพื่อวัด TVOC อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และความกดอากาศ นอกเหนือจาก PM 2.5 และ PM 10 เข้าไปด้วยก็ได้ ภาคแสดงผลก็อาจใช้ OLED Module พร้อมด้วยลูกเล่น Graphic Interface ให้สวยงาม ท้ายที่สุดก็อาจจะดูหรู เท่ ฉลาด มีครบ

ไม่แน่ว่าคนไทยก็อาจจะออกแบบและสร้างเครื่องวัดคุณภาพอากาศให้คนทั่วโลกใช้กันได้ไม่แพ้ต่างชาติเช่นกัน


AUTHOR :

นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา
นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา
อดีตผู้บริหารบริษัท IT & Telecom ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ ปัจจุบันคือผู้เรียนรู้เทคโนโลยีจากประสบการณ์ทำงานกว่า 30 ปี ติดตามอ่านเรื่องของเขาเป็นประจำ ทุกวันพฤหัสบดีในคอลัมน์เทคโนโลยี

Advertising