เทคโนโลยี

The Vintage Dream Car

Published 25 ต.ค. 2018

By ธนา เศรษฐพานิช

The-Vintage-Dream-Car-Tech-Toys-Rabbit-Today-banner

รถยนต์กับสุภาพบุรุษเป็นของคู่กันอย่างขาดไม่ได้ บางคนใช้รถเป็น Passion เพื่อผลักดันตัวเองให้เก่ง ให้ขยัน ให้เติบโตขึ้นไปอีกสเต็ป หลายคนจึงมีรถในฝันของตัวเองอยู่ในใจ แต่ถ้าหากลืมเลือนไป Rabbit Today ฉบับนี้ขอนำเอารถในฝันของหนุ่มๆ ตั้งแต่ยุคอดีตมา Restore กันอีกสักครั้ง

The Vintage Dream Car,เทคโนโลยี,Rabbit Today

Aston Martin DB5

เป็นรถประจำกายสายลับ 007 อยู่หลายภาคทั้ง ‘Goldfinger’, ‘Thunderball’ และ ‘GoldenEye’ ตั้งแต่ตอนออกมาป้ายแดงจนเป็นรถคลาสสิกระดับตำนาน Aston Martin DB5 ก็ยังคงเป็นรถที่ชายหนุ่มใฝ่ฝันเสมอ ภายใต้ฝากระโปรงของรถบรรจุเครื่องยนต์ 6 สูบ 4,000 ซีซี DOHC ที่มีพละกำลัง 282 แรงม้ามาพร้อมกับเกียร์ 5 สปีด ของ ZF รวมทั้งดิสเบรกที่ถือว่าทันสมัยมากในยุคนั้น สามารถทำความเร็วได้ 227 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 7.1 วินาที ถือว่าไม่ธรรมดากับรถที่ผลิตมาเมื่อยุค 60

The Vintage Dream Car

BMW M1

ถือเป็นรถรุ่นพิเศษที่หายาก เพราะ BMW M1 เป็นรถที่มีจุดประสงค์ในการผลิตมาเพื่อให้ครบตามกติกาของ FIA Group 4 สำหรับทีมที่จะนำรถลงสู่สนามแข่งขันต้องผลิตรถโปรดักชั่น 400 คันเป็นอย่างน้อย และ BMW M1 ก็มีเพียงแค่ 453 คันจริงบนโลกนี้ ตัวรถสุดไฮเทคในยุค 80 ออกแบบโดย Giorgetto Giugiaro  ด้วยโครงสร้าง Spaceframe และตัวถังไฟเบอร์เพื่อให้มีน้ำหนักเบา BMW M1 ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ 3.0 ลิตร มีพละกำลัง 277 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุด 264.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แรงบันดาลใจจากความสำเร็จที่โดดเด่นของ BMW M1 ถูกถ่ายทอดมาถึง BMW i8 ในปัจจุบันนี้ด้วย

The Vintage Dream Car,เทคโนโลยี,Rabbit Today

Chevrolet Corvette C1

จัดเป็นรถสปอร์ตที่ยืนเคียงคู่กับฮอลลีวูดมาหลายสิบปี เพราะ Chevrolet Corvette C1 นั้นปรากฏอยู่ในหนังและซีรี่ส์อเมริกันนับร้อยเรื่อง ด้วยทรวดทรงแบบโรดสเตอร์ ที่ผลิตในช่วงปี 1953 ถึง 1962 ที่ออกแบบโดย Harley Earl ได้ออกแบบรถ ‘American Spirit’ ที่มีความโอ่อ่า วางเครื่องยนต์ V8 ขนาด 265 นิ้ว (4.3 ลิตร) มีพละกำลังสูงถึง 360 แรงม้า และเป็นรถรุ่นแรกของอเมริกันที่ระบบหัวฉีดถูกนำมาใช้กับเครื่องยนต์ครั้งแรก

The Vintage Dream Car,เทคโนโลยี,Rabbit Today

Dino 246 GT and GTS

เป็นรถสปอร์ตที่ผลิตโดยเฟอร์รารี แต่ไม่ได้เรียกว่าเฟอร์รารี แต่กลับเป็นรถที่สาวกเฟอร์รารีต้องการครอบครองมากที่สุด Dino เป็นรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลาง ขับเคลื่อนล้อหลัง ที่ผลิตโดยเฟอร์รารีจากปี 1968 ถึงปี 1976 ตั้งชื่อเป็นที่ระลึกแด่ลูกชายของ Enzo Ferrari ที่ชื่อ Dino Ferrari ในตอนแรกแบรนด์ Dino ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำการตลาดในราคาที่ย่อมเยากว่าปอร์เช่ 911 วางเครื่องยนต์ V6 ขนาด 2418 ซีซี มีพละกำลัง 195 แรงม้า ในรุ่น GTS ติดตั้งหลังคาทาร์ก้าน้ำหนักเบาถอดได้ Dino 246 GT และ GTS มียอดผลิตรวม 3,569 คัน ราคาในปัจจุบันคันละประมาณ 6 แสนปอนด์

The Vintage Dream Car,เทคโนโลยี,Rabbit Today

Ford Mustang Shelby GT500 (1967)

หลังจากเป็นรถจากสหรัฐอเมริกาเจ้าแรกที่ชนะการแข่งรถสนามตำนานแห่งเมือง Le Mans ประเทศฝรั่งเศส Ford Mustang ก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของอเมริกันชน ยิ่งถ้าพูดถึง Shelby Mustang คือชื่อที่รับประกันความแรงที่ไม่ธรรมดาของรถฟอร์ดมัสแตง ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดย Carroll Shelby นักแข่งรถชาวอเมริกัน ในช่วงปี 1965 ถึง 1970 โดยเฉพาะ Ford Mustang Shelby GT500 ที่ถูกพัฒนาขึ้นจาก ‘Ford Cobra’ V8 พร้อมด้วยคาร์บูเรเตอร์ 4 ตัวในการจ่ายเชื้อเพลิง เครื่องยนต์ GT-500 มีพละกำลัง  650 แรงม้า และเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘Super Snake’ ทำความเร็วถึง 150 ไมล์ต่อชั่วโมง (240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)

The Vintage Dream Car,เทคโนโลยี,Rabbit Today

Lamborghini Countach LP 400

อีกหนึ่งรถสปอร์ตล้ำยุคเหมือนหลุดมาจากโลกอนาคต ก็คือ Lamborghini Countach ซูเปอร์คาร์ที่ผลิตโดย Lamborghini ในอิตาลี ระหว่างช่วงปี 1974-1990 เส้นสายทรงลิ่มล้ำสมัยถูกวาดขึ้นจากสตูดิโอ Bertone Gandini  โดยมีเส้นโค้งที่สะดุดตาคือประตูที่เปิดขึ้นแบบกรรไกร ในส่วนของบอดี้รถได้มีการนำอลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ในอวกาศซึ่งมีราคาแพงแต่แข็งแรงและเบามาก Lamborghini Countach LP 400 ติดตั้งเครื่องยนต์วางกลางแบบ V12 5.2 ลิตร DOHC ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงถึง 448 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 5.9 วินาที และเป็นรถไม่กี่คันในยุค 80 ที่ทำความเร็วสูงสุดถึง 300 กม./ชม.

The Vintage Dream Car,เทคโนโลยี,Rabbit Today

Honda NSX

มีรถญี่ปุ่นเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นในยุค 90 ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นซูเปอร์คาร์ หนึ่งในนั้นมีชื่อของ Honda NSX รถสปอร์ต 2 ที่นั่ง ที่สร้างมาในยุคที่ฮอนด้าบูมสุดๆ กับการเป็นแชมป์โลกฟอร์มูล่าวัน Honda NSX ดีไซน์มาให้เป็นรถยนต์เครื่องวางกลาง และเป็นรถยนต์คันแรกของโลกที่มีตัวถังเป็นอะลูมิเนียม ช่วงล่างถูกทดสอบโดย Ayrton Senna แชมป์ฟอร์มูล่าวันของฮอนด้าในยุคนั้น เครื่องยนต์ของ NSX เป็นบล็อกอะลูมิเนียม V6 ความจุ 3.0 ลิตร มาพร้อมกับเทคโนโลยีวาล์วแปรผัน VTEC มีพละกำลัง 276 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดถึง 270 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง

The Vintage Dream Car,เทคโนโลยี,Rabbit Today

Mercedes-Benz 300 SL Gullwing

นี่คือรถที่ได้รับการโหวตให้เป็น ‘Sports car of the Century’ ในปี 1999 ทั้งที่มันเป็นรถที่ผลิตมาตั้งแต่ปี 1954 ประตู ‘Gullwing’ นิคเนมนี้มาจากประตูปีกนกที่เปิดออกอย่างสวยสง่า GULLWING ถูกสร้างขึ้นมาเพียง 3,258  คัน และมีเพียง 29 คัน ในโลกท่านั้นที่สร้างตัวถังด้วยอลูมิเนียมทั้งคัน ในขณะที่ส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุอลูมิเนียมเพียงแค่บางชิ้น เครื่องยนต์ของ 300 SL Gullwing เป็นแบบ 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตร 12 วาล์ว SOHC หัวฉีดให้กำลังสูงสุด 240 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 4 จังหวะ ส่งกำลังลงล้อคู่หลัง ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรใน 7.2 วินาที และไปสุดคันเร่งที่ 256 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับราคาปัจจุบันของ Mercedes-Benz 300 SL Gullwing นั้นอยู่ที่ประมาณ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 16 ล้านบาทเท่านั้น

The Vintage Dream Car,เทคโนโลยี,Rabbit Today

Porsche 356 Speedster

แม้มันจะไม่แรงเท่ากับ Porsche 911 แต่ถ้าวัดความคลาสสิก Porsche 356 Speedster คือปอร์เช่รุ่นหนึ่งที่หลายคนถวิลหา เพราะมันคือตำนานเชื่อมต่อที่เห็นเค้าลางระหว่างโฟคสวาเก้นกับปอร์เช่ ยนตกรรมรุ่นบุกเบิกของค่ายนี้ที่ถูกสร้างขึ้นระหว่าง 1948 ถึง 1965 เป็นรถแบบสปอร์ต 2 ประตู มาพร้อมเครื่องยนต์วางหลังแบบระบายความร้อนด้วยอากาศขนาด 1.1 ลิตร ให้กำลัง 40 แรงม้า ไปจนถึง 2 ลิตร 130 แรงม้า และรุ่นที่สวยเฉี่ยวที่สุดคือ Speedster ที่มีกระจกด้านหน้าลาดและเล็ก รวมทั้งมีหลังคาผ้าใบปิด-เปิดได้ที่ด้านหลัง ซึ่งได้กลายเป็นรุ่นยอดฮิตขวัญใจชาวอเมริกันในเวลาต่อมา



Advertising